ผมแวะไปท่าช้างเมื่อเช้า อาการเมื่อยขบทำให้ต้องส่งตัวเองไปถึงมือหมอ พี่น้อย-หมอนวดเจ้าเก่าของผมอายุเกือบห้าสิบ ไม่เจอกันพักใหญ่ เดี๋ยวนี้มีหลานอายุขวบหนึ่งแล้ว หายไปนาน เจอหน้าคนในร้านก็บ่นคิดถึง พี่น้อยบอกว่ายังดีที่แวะมาตอนนี้ เพราะไม่แน่ว่าถ้ามาช้ากว่านี้ อาจจะเหลือแต่ชื่อ ด้วยแกเจ็บออดๆ แอดๆ มาจากโรคไตทำงานไม่สมบูรณ์ อันเป็นเหตุให้เกิดอาการข้างเคียงหลายอย่าง จนบางวันก็ทำงานไม่ไหว
ผมล้อเล่นเอากับความตาย(ของแก)ว่า ถ้าเหลือแต่ชื่อ ก็จะกรวดน้ำไปให้
พี่น้อยไม่โกรธ แต่ตอบกลับมาว่า "ก็ยังดีที่คิดถึง"
นอนนวดกันสองชั่วโมง มีเรื่องคุยกันสัพเพเหระ บางช่วงถูกโขกสับจนพูดไม่ออก ได้แต่ร้องโอดโอย ขอความเห็นใจ เส้นตึงขนาดนี้ ไม่แน่ว่าใครจะไปก่อน คุณยายที่นอนนวดอยู่ข้างๆ หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างพอใจ แฝงนัยทะเล้นอยู่ในที
"หนุ่มๆ ยังนวดหนักขนาดนี้เชียวหรือ"
หนักครับ ขนาดยกส้นขึ้นไปขย่มทั้งตัว จะว่าเบาก็กระไรอยู่ คว่ำหน้านานๆ จะกลับข้างยังรู้สึกยอกๆ ต้องค่อยๆ ตะแคงข้างให้เส้นสายย้ายเข้าที่ ชีวิตจึงได้ดำเนินต่อไป
เมื่อยหลังบางครั้งต้องนวดเส้นท้อง เริ่มจากนวดเส้นขาให้อ่อนจะได้พับขาแนบอกได้ ขาอ่อน ท้องหย่อน หลังก็เริ่มคลาย บ่าที่ตึงต่อเนื่องไปถึงเส้นคอจนปวดหัว ได้มือแข็งๆ นวดตรงๆ จุด ชะงัดกว่ายาคลายเส้นชนิดใดๆ
คนสมัยนี้ไม่ได้ปวดเมื่อยเพราะทำงานแบกหาม แต่ความเครียดสะสมก็ทำให้เส้นสายในร่างกายที่เคยพลิ้วไหว กลายเป็นสายธนูตึงๆ พร้อมจะขาดผึงไปกับอารมณ์และสิ่งเร้าที่วิ่งมากระทบได้โดยง่าย ทิ้งการงานมานอนสบายๆ บนที่นอนเก่าๆ ร่วมกับลุงป้าน้าอา ผู้เกิดมาร่วมทุกข์สักสองชั่วโมง ดูจะเป็นความรื่นรมย์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในยามเช้า
นวดเสร็จเดินทอดน่องไปกินข้าวแกงที่ร้านหัวมุมฝั่งท่าเรือ แกงหลายถาด คนขายหลายคน แต่ร้านแคบ รักจะกินข้าวแกงริมทางต้องทำใจให้สบาย วันนี้จึงได้กินข้าวเที่ยวร่วมกับชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต จะเอ่ยปากชวนกินกับข้าวด้วยกันก็เกรงใจ เพราะกินเสร็จแล้วก็ต้องจากกันไปและอาจไม่ได้กลับมาพบกันอีก
การพบกันบางครั้งจึงนับเป็นวาสนา
เพราะใช่ว่าเราจะมีโอกาสได้พบกันใหม่
กินข้าวแกงไม่กินน้ำ เพราะน้ำฟรีไม่มีอีกแล้วตามร้าน จะกินกาแฟ โอเลี้ยง ชาดำเย็น ก็ยังไม่หายหวัดดี จะสั่งน้ำเปล่าไม่เย็น ไม่เอาน้ำแข็ง ก็ดูจะเรื่องมาก ป่วยการมานั่งอธิบายว่าเป็นหวัด บางครั้งไม่อธิบายเสียเลยจะง่ายกว่า
การสื่อสารนั้นดีเสมอ
แต่บางกรณี ความเงียบอาจจะดีกว่า
จ่ายเงินค่าข้าว รับเงินทอนมากำในมือ เห็นแผงขายผลไม้อยู่ไม่ไกล แวะไปดูเงาะโรงเรียนลูกใหญ่ สดๆ ใกล้ๆ เห็นแล้วน่ากินให้หายคิดถึงบ้าน เลยซื้อเสียหนึ่งกิโล 20 บาท
แต่เดิมเมืองจันท์ปลูกเงาะสีชมพู ลูกเล็กเนื้อติดเมล็ด ไม่ร่อนกรอบเหมือนเงาะโรงเรียน ครั้นพันธุ์เงาะโรงเรียนถูกนำมาจากสุราษฎร์ธานี ปลูกกันหลายปีเข้าก็กลายเป็นสินค้าหลักของทั้งจันท์และระยองไปในที่สุด เล่ากันว่าต้นเดิมของเงาะสุราษฎร์ฯนั้น ขึ้นอยู่ข้างๆโรงเรียน รสชาติดีคนติดใจเอาไปขยายพันธุ์ต่อๆ กัน จึงเรียกว่าเงาะโรงเรียน จริงเท็จประการใดไม่มีใครยืนยัน
ตอนเด็กๆ ยังพอหาเงาะสีชมพูกินได้ เดี๋ยวนี้โค่นต้นไปปลูกเงาะโรงเรียนกันหมด เงาะสีชมพูก็เริ่มซีดไป เหมือนทุเรียนโบราณ เมล็ดใหญ่เนื้อน้อย แถมยังแฉะๆ ไม่ถูกจริตคนกรุงเทพฯเสียอีก จะมีก็แต่คนจันท์โบราณกระมัง ที่ยังชอบกินทุเรียนโบราณอยู่
ทุเรียนโบราณเนื้อหอม เอามาทำข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนอร่อยอย่าบอกใคร เพราะไม่ได้เน้นกินเนื้อ แค่ให้ผสมกลมกล่อมกับน้ำเชื่อมน้ำกะทิสดๆ ราดลงบนข้าวเหนียวมูลสวยๆ เรียงเมล็ด
โอ๊ย อร่อยอย่าบอกใครครับ
ซื้อเงาะเสร็จแม่ค้าชวนซื้อลองกอง ลองชิมดูแล้วออกรสเปรี้ยว เธอบอกว่าให้เก็บไว้ข้ามคืนจะหวานขึ้น
ผมไม่รังเกียจรสเปรี้ยว กลับมาบ้านชวนเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามมานั่งกินลองกอง
อาเจ้ชิมไปหนึ่งลูกบอกว่า
"มันยังไม่ลืมต้น"
ทิ้งไว้หนึ่งคืนให้ลืมต้นน่าจะดี
ฟังแล้วสะกิดใจว่า แล้วคนเราต้องทิ้งไว้เท่าไหร่จึงจะหวานได้ที่ หรือบางทีเราก็ด่วนเก็บเกี่ยวชีวิตเอามาขายกันเร็วเกินไป
ผู้คนในยุคนี้จึงกึ่งดิบกึ่งดีอย่างที่เห็น
วันก่อนน้องนุ่งบางคนมานั่งปรึกษาปัญหาชีวิต ในวัยหนุ่ม-สาว เรามักหมกมุ่นคิดถึงเรื่องอนาคตและความฝันเป็นหลัก ในโลกยุคที่มีทางเลือกมากมาย แทนที่จะเป็นสิ่งดี บ่อยครั้งกลับกลายเป็นปัญหา เพราะเราไม่รู้ว่าจะเลือกทางใด จากยุคก่อร่างสร้างตัวของคนรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ที่มุ่งขวนขวายต่อสู้ทำมาหากินเพื่อเอาชนะโจทย์เศรษฐกิจเป็นหลัก
คำตอบจึงมีอยู่ทางเดียว หาใช่ทางคดเคี้ยวเช่นปัจจุบัน
ยังสร้างเนื้อสร้างตัวไม่ได้ ยังไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน จะมีประโยชน์อันใดที่จะคิดถึงเรื่องการเดินทางอันห่างไกล กระทั่งชีวิตศรีวิไลในต่างแดน
ครั้นพ่อแม่ตั้งหลักได้มั่นคงสามารถส่งเสียให้ลูกได้เลือกเรียนได้หลากหลาย เข็มชีวิตที่เคยชัดในคนรุ่นก่อนกลับพร่าเลือนไปในคนรุ่นหลัง ด้วยหมุดหมายของชีวิตยุคใหม่ หาใช่การตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจแต่เพียงลำพัง
แน่นอนโจทย์เศรษฐกิจยังมิได้เลือนหาย หากแต่การแสวงหาตัวตนและตำแหน่งแห่งที่ ที่แต่ละคนจะหยัดยืนขึ้นมาเชิดหน้าชูตาให้ทั้งตนเองและครอบครัว เป็นโจทย์ใหม่ที่ซับซ้อนและยอกย้อนกว่าเก่า
บางครั้งนอกจากครอบครัวจะไม่เข้าใจแล้ว หลายครั้งตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ ว่าสิ่งที่ตัวเองแสวงหานั้นคือสิ่งใดกันเล่า
ภาระทางเศรษฐกิจไม่มีให้แบกเท่าเก่า แต่คนรุ่นใหม่แบกรับภาระทางใจของทั้งคนรอบข้างและครอบครัวเอาไว้มาก ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามที คนหนุ่มสาวที่ว่าเปรี้ยวๆ ทุกวันนี้ บางครั้งนอกจากเร่งเก็บเกี่ยวเกินพอดี บางทีจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ลืมต้น ที่ตนได้จากมา
ความกตัญญูเป็นสุดยอดแห่งคุณธรรมสำคัญของซีกโลกตะวันออก แต่การที่มนุษย์คนหนึ่งจะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์นั้น เขาจำเป็นต้องมีอิสรภาพ มีเสรีภาพ รวมทั้งมีความกล้าหาญที่จะเลือกเส้นทาง และปล่อยวางตนเองออกจากความคาดหวังของหนึ่งผู้ใด
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สังคมรอบข้าง
และที่สำคัญ คือ ความคาดหวังของตนเอง
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแลกมาด้วยเวลาและความเจ็บปวด
ซึ่งเราเรียกมันรวมๆ ว่าประสบการณ์ชีวิต
ซึ่งเป็นวิชาที่มิอาจมีใครหาญกล้ามาสอนใครได้
เพราะบ่อยครั้ง กระทั่งตัวเอง เราก็ยังเอาตัวเองไม่รอด
ผมตั้งใจว่ากินลองกองส่วนหนึ่งแล้ว จะเก็บส่วนที่เหลือไว้ค้างคืนเพื่อพิสูจน์คำบอกเล่าของแม่ค้าและเพื่อนบ้าน
คนโบราณเขาว่าเวลาเป็นยาวิเศษ รักษาได้ทั้งโรคร้ายและโรครัก
โดยเฉพาะแผลรักนั้น เห็นจะไม่มียาใดดีเกินเวลา
เมื่อเยียวยาไม่ได้ เวลาก็ยังทำงานอย่างสม่ำเสมอ
และไม่เคยอนุญาตให้ใครต้องทุกข์ยาก เกินกว่าเวลาแห่งชีวิตที่มีอยู่
หมดเวลาแล้วก็หมดกัน
เป็นอันหายทั้งโรคร้ายและโรครัก
ความตายในบางแง่มุม
จึงไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าโศก
การดำรงอยู่เสียอีก
ที่ในบางครั้ง
กลับหาเหตุผลไม่ได้
ลองกองลืมต้นแล้วคงหวานได้ที่ เวลาน่าจะเป็นเครื่องมือบ่มเพาะที่ดี ทั้งสำหรับผลไม้และมนุษย์
ระหว่างนี้เราจึงทำได้เพียงแต่รอ ด้วยความอดทน
เหมือนอย่างที่ผมเคยบอกคนใกล้ชิดเสมอๆ
ว่าการรอคอย เป็นศิลปะขั้นสูงของการดำเนินชีวิต

