ALWAYS SUNSET ON THIRD STREET ถวิลหาสายัณห์

เคยไหม…

เดินทอดน่องท่องไปบนถนนสายเก่า ในสมองประจุด้วยเรื่องเล่านับร้อยพันเรื่อง ตรอกเล็กตัดลงจากถนนใหญ่ บ้านเรือเก่าโทรมแออัดเบียดชิด คุณตาคนที่เราเคยหวาดกลัวเมื่อครั้งยังเด็ก ตอนนี้ตัวลีบเล็กจนเพียงลมพัดก็ปลิวหายไป หัวมุมถนนที่เคยหกล้มร้องไห้ขี้มูกโป่งจนใครสักคนต้องเดินจูงมือมาหาแม่ หรือลัดตรงออกไปข้ามถนนใหญ่ไปโรงเรียนครั้งแรกในชีวิต

และบนถนนสายสาม ที่ตัดลงตรงจากถนนใหญ่ ใจกลางกรุงโตเกียวเมื่อครั้งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตรอกเล็กๆ ที่แออัดไปด้วยชุมชนเล็กๆ อู่รถก๊อกแก๊กของคุณซูซูกิขี้โมโห อาศัยอยู่กับโทโมเอะ ภรรยาแสนดี และอิปเป ลูกชายตัวแสบ ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านขายขนมของคนที่ใครๆ ก็เรียก -คุณนักประพันธ์- ซึ่งรับช่วงต่อมาจากญาติชราผู้เสียชีวิต ว่ากันว่าที่แท้คุณนักประพันธ์เป็นลูกผู้ดีมีเงิน แต่กลับถูกอัปเปหิออกจากตระกูลเพราะใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียน ซึ่งก็ไม่ได้เขียนอะไรมากไปกว่านิยาย -เด็กน้อยผจญภัย- ในนิตยสารชั้นรอง และยังมีคุณป้าขายบุหรี่จอมเฮี้ยวที่ใคร่คิดลองทุกอย่างในชีวิต คุณหมอที่มีความหลังฝังใจไม่อาจลืมเลือน หรือเหล่าบรรดาเพื่อนบ้านมากมาย รวมไปถึงหน้าใหม่ในถนนสายสามอย่างเช่น โรขุ สาวบ้านนาที่เข้ามาทำงานในเมืองด้วยความฝันจะได้ทำงานในบริษัทรถยนตร์ใหญ่โต แต่ด้วยความเข้าใจผิดของทั้งสองฝ่ายเลยได้แค่มาเป็นลูกจ้างต๊อกต๋อยของคุณซูซูกิ และยังมีฮิโรมิ สาวน้อยแสนสวยอดีตนางระบำ ที่จู่ๆ ก็มาเปิดร้านเหล้าในตรอกเล็ก แถมพกเอาเด็กชายกำพร้าพ่อแม่ ตัวผอมลีบเซื่องหงอยที่ถูกพาตัวมาทิ้งไว้ที่บ้านอีกต่างหาก

หลากหลายชีวิตของคนชนชั้นแรงงานในตรอกเล็กๆ ของถนนสายที่สามดำเนินไปเช่นนั้น บางทีทุกข์ตรมขมขื่น บางที่ยิ้มรื่นชื่นบาน บางทีมีเรื่องให้ยิ้มหัว บางทีมีเรื่องให้ต้องหลั่งน้ำตา หลังสงครามโลกครั้งที่สองที่นำความพ่ายแพ้ย่อยยับมาสู่ญี่ปุ่น ชั่วขณะการก่อร่างสร้างชาติใหม่ ท่ามกลางการดำเนินไปของการสร้างหอคอยโตเกียว

หนังสร้างจากการ์ตูนปี 1973 ของ Saigan Ryohei และเคยถูกสร้างเป็นหนังทีวีมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะตกมาถึงมือ Yamazaki Takashi ผู้กำกับที่เคยมีผลงานระดับกลางๆ (ถึงไม่ค่อยน่าชื่นชมนัก) อย่าง Juvenile (เรื่องความสัมพันธ์ของเด็กชายกับหุ่นยนต์) และ The Retuner (ว่าด้วยเรื่องนักรบข้ามเวลา) กลับมาคราวนี้ เขากลับมาเล่าเรื่องราวที่เต็มไปด้วยการเร้าอารมณ์ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการให้ความรู้สึกซ้ำซาก น่าเบื่อ แบบหนังสูตรๆ เรียกน้ำตาที่คนดูรู้ทัน หากแต่เขากลับทำอออกมาได้นุ่มนวล ค่อยๆ ปล่อยให้เรื่องเล่าเร้าอารมณ์ ซึมซับเข้าไปในใจคนดู จนเราอดหลั่งน้ำตา (ทั้งๆ ที่รู้ว่าจงใจบีบคั้น) อย่างไม่ต้องอาย

หนังเล่าเรื่องโดยอาศัยรูปแบบเดียวกับละครทีวี โดยแบ่งหนังออกเป็นช่วงๆ ค่อยๆ เล่าไปทีละเหตุการณ์ เรื่องความผิดพลาดในการใบสมัครของคุณซูซูกิ เรื่องชีวิตไม่เป็นโล้เป็นพายของคุณนักประพันธ์ ไปจนถึงเรื่องสนุกๆ ของทีวีเครื่องแรกในชุมชน ค่อยๆ ให้ภาพฉายของแต่ละส่วนประกอบร่วมเป็นชุมชนใหญ่ขึ้นมา

นี่คือหนังคว้ารางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นไปถึง 12 ตัว ติดอันดับหนังทำเงินยาวนาน ว่ากันว่านี่คืออีกหนึ่งหนังที่คนญี่ปุ่นหลงรัก ทั้งๆ ที่เป็นเพียงหนังที่เล่าเรื่องเล็กๆ ง่ายๆ อันประจุไปด้วยความหวังความฝันของผู้คนที่ล้วนพากันล้มเหลว แต่ยังพร้อมจะยืนหยัดต่อสู้ อู่รถเล็กๆ ของคุณซูซูกิ เป็นความฝันเล็กๆที่จะทำให้มันใหญ่โตในอนาคต ความฝันของการเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของคุณนักประพันธ์ ความฝันจะได้พบแม่ของจุนโนสุเกะ ความฝันจะได้งานดีๆ ทำของโรขุ ความฝันถึงอดีตอันเลยลับของคุณหมอทาคุมิ ความฝันถึงชีวิตสุขสงบของฮิโรมิ ความฝันจะได้พบแม่ของจุนโนสุเกะ หรือกระทั่งความฝันถึงเค้กครีมของอิปเป!

ท่ามกลางความไม่สมหวังอันประดังประเดเข้าสู่ผู้คนหลากหลายบนถนนสายสาม แทนที่หนังจะดำดิ่งลงสู่ทุกข์โศก หนังกลับเลือกจะมองโลกอย่างงดงาม เพราะที่แท้หนังบอกเราว่า ไม่ใช่แค่การทำตามความฝันเท่านั้นที่คือจุดหมายสำคัญของชีวิต หากการเติมเต็มระหว่างกัน ของเราผู้ซึ่งล้วนเป็นนักฝันอันเศร้าสร้อยต่างหากที่สำคัญ อ้อมกอดของชายแปลกหน้าจึงมีความหมายต่อจุนโนสุเกะน้อยมากกว่าบ้านหรู และจดหมายที่ไม่เคยมาถึงของแม่จึงมีความหมายต่อโรขุ มากยิ่งกว่าอื่นใด และที่แท้ใช่หรือไม่ว่าความฝันทั้งหลายที่ไม่อาจเป็นจริงไม่ได้หมายความว่าจะไม่สวยงาม เหมือนยามสายัณห์อันแสนเศร้า หากตราตรึงในดวงตา

เหล่าสรรพชีวิตเล็กๆ ในหนังดิ้นรนเงียบๆ ไปตามหนทางตน สิ่งที่เขาได้รับ ไม่ใช่ความปรารถนาอันสูงสุด แต่การได้รักใครสักคน เอื้อเฟื้อใครสักคน การได้อยู่ด้วยกันและกัน และก้าวไปพร้อมกันต่างหากที่สำคัญ แหวนล่องหน ปากการาคาถูก ตั๋วรถไฟ หรือกระทั่งการดูทีวีร่วมกัน จึงมีความหมายมากกว่าที่ตาเห็น

หนังซ่อนนัยยะแห่งชาตินิยมเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจผ่านทางการให้เห็นภาพการก่อสร้างหอคอยโตเกียวเป็นระยะๆ ญี่ปุ่นในยุคสมัยของหนัง เป็นยุคสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามประเทศจมอยู่ในความทุกข์เข็ญ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพลิกฟื้นคืนประเทศขึ้นมาได้คือการเร่งสร้างภาวะชาตินิยม การสร้างหอคอยโตเกียว นัยยะหนึ่งคือการก่อร่างสร้างประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาใหม่ โดยมีหน่วยย่อยหรือกำลังหลักคือเหล่าประชาชนคนตัวเล็ก (ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่และมีความรักเต็มหัวใจ)

ตัวละครหลักของหนังเป็นเหมือนตัวแทนของคนสองจำพวก คนอย่างคุณซูซูกิ เป็นตัวแทนของตัวแทนของมนุษย์งานและหัวหน้าครอบครัวผู้เข้มแข็ง ที่วาดฝันถึงวันที่ดีกว่า ในขณะที่คุณนักประพันธ์เป็นตัวแทนของศิลปิน ผู้ซึ่งอาจใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ หากแต่ทุ่มเทตัวเองเพื่องานศิลปะ ยอมอยู่อย่างหิวโซ แต่ไม่ยอมละทิ้งงานที่ตนรัก ในขณะที่ตัวละครอย่างคุณหมอ คือตัวแทนของผู้คนรุ่นก่อนหน้าที่ได้รับผลสะเทือนจากสงคราม และตัวละครอย่างโรขุ เป็นตัวแทนของคนชนบทที่เดินทางมาตามหาความฝันในเมืองใหญ่ (ฉากจดหมายจากแม่ เรียกน้ำตาคนไกลบ้านได้อย่างมากมาย) และอิปเป จุนโนสุเกะ คือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยกันสร้างพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

ในตอนท้าย แสงแดดสีทองสาดส่อง ผู้คนเหม่อมองดูหอคอยโตเกียวที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ เป็นตัวแทนของคืนวันอันรุ่งโรจน์เรืองรองของดินแดนลูกพระอาทิตย์ ภาพลักษณ์สังคมแสนสุขเอื้ออาทร หน่วยย่อยเล็กๆ ผลักดันประเทศชาติ เติมความคิดชาตินิยมลงอย่างไม่ยัดเยียดและน่าสนใจ (ขณะที่ในหนังไทยเราจะต้องพานพบกับภาวะชาตินิยมกึ่งยัดเยียด ผ่านทางวีรกรรมของ วีรบุรุษ วีรสตรี หรือกระทั่งช้างตัวหนึ่ง ที่แทบจะปราศจากด้านมืดอื่นใด มีเพียงความรักชาติยิ่งชีพฉายชัดโดดเด่น กลบความสำคัญของคนตัวเล็กๆ หรือความเป็นอื่นทางประวัติศาสตร์ไปจนสิ้น)

เลยพ้นไปจากนัยยะทางชาตินิยม หนังพาผู้คนไปเสพรับอารมณ์ถวิลหา ด้วยการทอดน่องท่องอดีต ไปในยุคสมัยที่ทีวีเป็นสิ่งบันเทิงใหม่อันน่าตื่นเต้น ยุคที่เด็กๆ ยังเล่นเครื่องร่อนมากกว่าเกมคอมพิวเตอร์ โคล่าเพิ่งถือกำเนิด และยุคสมัยที่ชุมชนยังคงชิดใกล้และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การหวนกลับไปซึมรับซับอดีต ทำให้เราหวนคำนึงถึงความจริงที่ว่า ในโลกที่ทุกบ้านล้วนมีทีวีเป็นของตัวเอง ไม่ว่าใครจะซื้อนวัตกรรมใหม่ๆ อะไร ก็ไม่ได้มีความหมายโดยรวมอีกแล้ว ทุกสิ่งกลายเป็นความเป็นส่วนตัว บังเกิดและเก็บกั้นไว้ภายใต้อาณาเขตเฉพาะ ชุมชนมีความหมายเพียงในสำมะโนประชากรมากกว่าจะมีตัวตนอยู่จริง

การถวิลหาอารมณ์เอื้ออาทรของชุมชน เลยลึกลงไปการถวิลหาถึงค่านิยมความดี ที่ตอนนี้กลายเป็นตัวแทนความโง่เง่าไปเสีย เราถวิลหาถึงผู้ชายที่ยอมกู้หนี้ยืมสินไปซื้อของขวัญคริสมาสต์ให้เด็กที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย หรือชายอารมณ์ร้ายที่เป็นลูกผู้ชายมากพอจะก้มหัวขอโทษเมื่อรู้ว่าตัวเองผิด หรือหญิงสาวที่ยอมรับรักของคนหนุ่มผู้จนยาก และเด็กๆ ที่เติบโตโดยมีชุมชนคอยอุ้มชู กระทั่งการมองโลกในแง่ดี เช่นในฉากเล็กๆ ของจุนโนสุเกะ เด็กน้อยที่ถูกทิ้งจนต้องมาอาศัยบ้านคุณนักประพันธ์อยู่ แถมยังถูกขโมยงานไปใช้ แต่แทนที่เขาจะโกรธ เขากลับรู้สึกตรงกันข้าม ความดีงามเก่าแก่ที่แทบไม่ปรากฏหรือถูกบิดเบือนไปแล้วในโลกปัจจุบัน ฉายชัดเรื่อเรืองอยู่ในตลอดห้วงเวลาของหนัง

สายัณห์บนถนนสายสาม อาจเป็นเพียงภาพฉายเล็กๆของยุคสมัยอันผ่านพ้น เรื่องเล่าเก่าแก่อาจสัมผัสหัวใจเราให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เราใคร่ครวญหวนให้ไปในอดีตเฉพาะตน บนถนนสายสามที่ไหนสักแห่งที่เราเติบโตมา

และเคยไหม

ถวิลหาผู้คนเก่าแก่ที่บัดนี้ไม่รู้หายไปอยู่ที่ไหนกันหมด แสงตะวันลาลับดับไปขณะเราเดินคลาทางในความมืด อาจรู้สึกได้ถึงความอุ่นบนพื้นถนน แต่ความมืดอันเย็นเยียบกำลังเจือจางมันลง ชั่วขณะที่วันคืนเคลื่อนไป สรรพสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน แสงตะวันสุดท้ายที่เราถวิลหา ไม่ได้เป็นแสงตะวันที่มีอยู่อีกต่อไป หากเพียงจะเรื่องเรืองอยู่ในใจ เพื่อช่วยให้เราผู้ซึ่งคลำทางในความมืด ได้จดจำและค้นหาทางที่เราจะก้าวเดินต่อไป ...เสมอไป