Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เรื่องเล่าของบางคน
ศุภชัย เกศการุณกุล


นักปีนเขาผู้สาบสูญ Jean-Christophe Lafaille

บนความสูงระหว่าง 7,500 – 8,000 เมตร ในฤดูหนาวบนเทือกเขาหิมาลัย นักปีนเขาชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งกำลังพยายามไต่ขึ้นไปสู่ยอดเขามากาลู (Makalu) สูง 8463 เมตรโดยไม่มีเครื่องช่วยหายใจ เครื่องมือไต่เขา ทีมผู้ช่วย หรือผู้นำทางชาวเผ่าเชอปา เขาเดินฝ่าความหนาวเย็นบนชั้นบรรยากาศที่เบาบางด้วยออกซิเจน และความขาวโพลนของหิมะอย่างโดดเดี่ยว มันเป็นความปรารถนาของมนุษย์ตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ต้องการพิสูจน์ศักยภาพของร่างกายและจิตใจของตนโดยพาตัวเองเข้าไปสู่ความท้าทายของธรรมชาติโดยใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน ตั้งแต่เช้าวันอังคารที่ 24 มกราคม 2006 ฌอง-คริสทอฟ ลาฟัยย์ (Jean-Christophe Lafaille, JCL) ออกเดินจากเบสแคมป์ที่ความสูง 5,300 เมตรเพื่อมุ่งสู่ยอดเขา Makalu ในเย็นวันเดียวกันเขาติดต่อภรรยาของเขาที่เมืองชาโมนิค (Chamonix) ประเทศฝรั่งเศสที่เฝ้าติดตามการผจญภัยครั้งนี้ด้วยโทรศัพท์ผ่่านดาวเทียม เพื่อบอกว่าเขามาถึงระดับ 6,000 เมตร เย็นวันต่อมาเขาไต่ถึงระดับ 6,900 เมตร กาเทีย ลาฟัยย์ (Katia Lafaille) เขียนถึงสามีของเธอผ่าน website ว่า JCL กำลังมุ่งหน้าสู่ยอดเขา ด้วยสมรรถภาพร่างกายที่ฝึกซ้อมมาตลอดและจิตใจที่ดีเยี่ยม ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่มันก็ยากที่จะคาดคะเนว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามคงไม่ยากเกินไปนักสำหรับJCLที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศ และถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเขาจะบรรลุถึงยอดเขาภายใน 5-6 วัน แต่หลังจากการติดต่อเย็นวันพฤหัสวันที่เขามาถึงระดับความสูงที่ 7,600 เมตร เธอก็ไม่ได้รับการติดต่อจากเขาอีกเลย

การพิชิตยอดเขามากาลู นี้เป็นความตั้งใจของ JCL ที่ต้องการปีนขึ้นไปสู่ยอดเขาทั้ง 14 ที่มีความสูงกว่า 8,000เมตร ของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเขาประสบความสำเร็จไปแล้ว 11ยอด เพียงแต่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาท้าทายตัวเองด้วยการตั้งใจจะพิชิตยอดเขามากาลูในฤดูหนาว พร้อมกับเงื่อนไขอื่นๆที่เขาใช้มาตลอดนั่นคือ สไตล์อัลไพน์ คือ ไม่ใช้ออกซิเจน ไม่ใช้เครื่องช่วยปีนเขาเช่นเชือกและหมุดยึด ไม่มีคนช่วย ไม่มีผู้นำทาง เขาบอกว่าการใช้ออกซิเจนเหมือนกับการที่นักกีฬาใช้ยาโด๊ป เขาเปรียบเทียบว่าการปีนขึ้นไปสู่ความสูงระดับ 8,000เมตร โดยใช้ออกซิเจนช่วย มันเท่ากับว่าเราขึ้นไปสูงแค่ในระดับ 7,000เมตรเท่านั้น ในแง่ของสิ่งแวดล้อมเมื่อนักไต่เขาขึ้นไปโดยใช้ออกซิเจนกระป๋อง พวกเขามักกลับลงมาโดยทิ้งกระป๋องเปล่าเหล่่านั้นไว้ข้างบน ซึ่งเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมทางหนึ่ง การไม่ใช้เครื่องช่วยปีนเขาก็เพราะนอกจากจะทำให้เขาไม่ต้องมีสัมภาระมากมาย เคลื่อนตัวได้สะดวกแล้ว มันยังเป็นการพิสูจน์ความสามารถเรื่องการปีนเขาที่เขาฝึกฝนมาตลอดยี่สิบปี ที่สำคัญ JCL เลือกที่จะเดินทางไปสู่ความท้าทายอย่างโดดเดี่ยวก็เพราะเขาพบว่าภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากเขาจำต้องมีสมาธิอย่าง แน่วแน่ ไม่พะว้าพะวง และไม่เผื่อทางเลือกให้ต้วเองมากนัก

การมีเพื่อนเป็นสิ่งที่ดี เราอาจได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนเมื่อถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ใช่หรือไม่ว่าแท้ที่จริงแล้วเราไม่อาจพึ่งพาใครได้นอกจากตัวเราเอง และอาจบางทีความสูญเสียเมื่อปี 1992 ระหว่างทางไปสู่ยอดเขาอันนาปูรนะบอกว่า การเห็นเพื่อนหล่นลงไปจากหน้าผาต่อหน้าต่อตาเป็นความสูญเสียที่มากมายเกินไป

ถ้าจะอธิบายอย่างรวบยอดแล้ว เงื่อนไขที่สร้างขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นการกำหนดเส้นทางที่เขานำพาตัวเองไปสู่ปลายสุดของความท้าทาย เพราะความตั้งใจของเขานั้นไม่ใช่เพียงต้องการพิชิตยอดเขาเพื่อการทำลายสถิติ หรือถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ แต่เขาต้องการทำเพื่อพิสูจน์ความสามารถของร่างกายและจิตใจของตัวเอง ดังนั้นแล้วการที่จะชื่นชมความสำเร็จอย่างบริสุทธิ์ใจนั้นมีแต่ต้องการพี่งพาตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 มีนักปีนเขาเพียง 10 คนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในการพิชิตโปรแกรม 14-8,000 ครั้งแรกเมื่อปี 1986 เรนโฮล เมสเนอร์ (Reinhold Messner) นักปีนเขาชาวโปแลนด์เป็นคนแรกที่ถูกบันทึกชื่อไว้ในลีสท์โดยใช้เวลา 16ปี (1970-1986) หาก JCL ประสบความสำเร็จเขาจะเป็นคนแรกที่พิชิตยอดเขาที่สูงกว่า 8,000เมตร ด้วยสไตล์อัลไพน์ในฤดูหนาว และแน่นอนที่สุดหากว่าเขาสามารถเดินทางกลับลงมาจากยอดเขามากาลู

ญาน จีซองดังเน่ห์ (Yan Giezendanner) เพื่อนของ JCL ที่รับผิดชอบเรื่องการให้ข้อมูลและคำปรึกษาด้านอากาศกับเขาผ่านทางอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมจาก เมืองวาลอร์ซีน (Vallorcine แคว้นโอต-ซาวัว Haute-Savoie) ประเทศฝรั่งเศส แสดงความเป็นห่วงว่า ตามกำหนดการ JCL ควรจะกลับมาที่เบสแคมป์ตั้งแต่เที่ยงวันเสาร์เป็นอย่างช้าที่สุด แต่ถึงตอนนี้ (วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม) เขาหายไปเป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่า JCL อยู่ที่ไหนบนความสูงระหว่าง 7,500 – 8,000 เมตร ด้านดอกเตอร์ ฌอง-ปอล ริชาเลต์ (Jean-Paul Richalet) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (médecine d’altitude) กล่าวว่า บนความสูงขนาดนั้นที่มีอุณหภูมิ -30°c และความเร็วลม 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นหมายความว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลงไปอีกจนเกือบกลายเป็น -60°c ด้วยเงื่อนไขเช่นที่ว่านั้นอาจทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน และร่างกายอาจสูญเสียพลังงานและไร้ความรู้สึก มันเป็นสภาพภูมิอากาศที่เกินข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์จะทนทานได้ อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ดี อาจเป็นได้ว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมที่ JCL ใช้อ่อนเกินไปที่จะใช้งาน ทำให้การติดต่อขาดหายไป เพราะจากการคุยกันครั้งสุดท้ายกับสามีของเธอ กาเทียบอกว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์กำลังจะหมด หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเครื่องมือสื่อสารหล่นหายไประหว่างทาง แต่เป็นไปได้หรือที่โทรศัพท์สองเครื่องที่ JCL พกติดตัวจะแบตหมดพร้อมกันหรือหายไประหว่างการเดินทาง? พูดกันตามตรงเหตุผลนี้ช่างไร้น้ำหนักและเข้าข้างตัวเองอย่างยิ่ง ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม หน่วยกู้ภัยได้ส่งฮอลิคอปเตอร์และเครื่องบินออกค้นหา การหายสาบสูญขณะพิชิตยอดเขามากาลู ของนักปีนเขาชาวฝรั่งเศสถูกประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อความหวังของการมีชีวิตอยู่ของนักไต่เขาผู้นี้เหลือน้อยเต็มที คงมีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะบันดาลให้ JCL ปรากฏตัวอีกครั้ง... แต่มนุษย์ไม่ควรสิ้นหวังง่ายๆ และก็ใช่ว่าปาฏิหาริย์ไม่เคยเกิดขึ้น... เพื่อนๆและกาเทียจำวันนั้นได้ดี

เมื่อ 14 ปีที่แล้ว JCL เริ่มต้นปีนเขาแถบหิมาลัยและได้เข้าร่วมการพิชิตยอดเขาที่สูงเกิน 8,000 เมตรกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ปิแอร์ เบอร์ฌัง (Pierre Beghin) ครั้งนั้นพวกเขาเลือกยอดเขา อันนาปูรนะ (Annapurna, 8091 เมตร) เป็นบททดสอบ แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นที่ระดับความสูง 7,400เมตร เมื่อเบอร์ฌังได้พลัดตกลงมาจากยอดเขาต่อหน้าต่อตาเขา JCL ซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักไต่เขาฝึกหัดถูกทิ้งไว้ตามลำพังปราศจากเครื่องมือช่วยชีวิตใดๆ เขาตัดสินใจเดินกลับลงมาทางด้านทิศใต้โดยใช้เวลาทั้งหมด 5 วันผ่านเส้นทางที่ยากลำบากภายใต้สภาพภูมิอากาศที่โหดร้ายและร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เพราะแขนหัก เพื่อลงมาถึงเบสแคมป์ ซึ่งทีมงานเฝ้ารออยู่ที่นั่นอย่างหมดหวัง เพราะต่างไม่คิดว่าเขาจะมีชีวิตรอดกลับมาในสถานการณ์เช่นนั้น ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันเป็นเหมือนกับปาฏิหาริย์

JCL บันทึกการเดินทางโดยมีชีิวิตเป็นเดิมพันครั้งนั้นไว้ในหนังสือชื่อ Prisonnier de l’Annapurna (ผู้ถูกจองจำแห่งอันนาปูรนะ) สิบปีต่อมา JCL ประสบความสำเร็จเมื่อปีนขึ้นไปสู่ยอดเขาแห่งนี้เมื่อปี 2002 เมื่อรวมกับความสำเร็จจนถึงวันนี้นักปีนเขาผู้นี้ประสบความสำเร็จในการขึ้นไปยืนอยู่บนยอดมหาบรรพตแล้ว 11 ครั้ง

แต่อะไรที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งพยายามพาตัวเองขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขา เหตุผลหรือแรงขับดันอะไรจากหัวใจที่ผลักให้เขาต้องทำเช่นนั้นโดยพร้อมที่จะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ชีวิต บนยอดเขาสูงมีอะไรน่าดึงดูดนักหรือ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าต่อตาของเขา ความรู้สึกที่ได้ขึ้นไปอยู่บนยอดของโลกมันงดงามปานนั้น ? อะไรที่ทำให้เขาลุ่มหลงการเสี่ยงภัยจนไม่อาจถอนตัวออกมาจากสิ่งนั้น ? ความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ ความบ้าบิ่นในวัยหนุ่ม ? แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใตก็ตามเราไม่อาจรู้ได้ หัวใจของมนุษย์อาจเป็นพื้นที่ที่ไม่อาจจะสำรวจและทำความเข้าใจอย่างกระจ่าง

แม้ว่ากงล้อแห่งประวัติศาสตร์อาจเคยหมุนซ้ำรอยเดิม แต่น้อยครั้งนักที่ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นซ้ำสองในชั่วชีวิตที่แสนสั้นของคนๆหนึ่ง วันที่ 31 มกราคม 2006 มันเป็นวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่งของฤดูหนาวบนเทือกเขาหิมาลัย บนฮอลิคอปเตอร์ทัศนวิสัยดีเยี่ยมที่ระดับความสูง 6,000 เมตร แคมป์พักแรมของ JCL ยังตั้งอยู่ตรงนั้นท่ามกลางกระแสลม ความเย็นและหิมะแต่ไม่มีสัญญาณใดๆของสิ่งมีชีวิต มองขึ้นไปสู่ยอดเขา JCL คงอยู่ที่ไหนสักแห่งบนความสูงระหว่่าง 7,600-8,463 เมตร ของยอดเขามากาลู แต่ไม่ว่าการหายสาบสูญของเขาจะเป็นไประหว่างทางขี้นหรือกำลังเดินทางกลับ เขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าถึงแม้ร่างกายจะทนทานกับบททดสอบทางธรรมชาติไม่ได้ แต่จิตใจที่มุ่งมั่นได้ข้ามขีดจำกัดนั้นไปแล้วตั้งแต่ที่เขาเดินออกจากที่พักโดยลำพัง เราอาจไม่พบร่างของเขาก่อนฤดูใบไม้ผลิหรือไม่เราก็อาจจะหาไม่พบเลยตลอดกาลเหมือนกับร่างของนักไต่เขาคนอื่นๆผู้ที่เลือกที่พำนักสุดท้ายให้กับชีวิตบนเทือกเขาแห่งนี้


หมายเหตุ: 11 ยอดเขาที่มีความสูงกว่า 8,000 เมตรที่ Jean-Christophe Lafaille ประสบความสำเร็จ ได้แก่ Cho oyu, Shisshapangme, Gasherbrum 1, Gasherbrum 2, Lothse, Manaslu, K2 (Chogori), Annapurna, Dhaulagiri, Nanga Parbat, Broad Peak.

ส่วน 2 ยอดเขาที่เหลืออยู่ในรายชื่อของ 14 ยอดเขา ได้แก่ Kangchejunga และ Everest



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter