รวมนคร เดอะรีพอร์ตเตอร์ พิตบูล แห่งจันทร์ส่องหล้า: “สื่อแท้” หรือ “สื่อเทียม” so what ..โกยเงินดีกว่า !!!
หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี บ่ายวันอังคารที่ 5 กันยายน นักข่าวทำเนียบรัฐบาลหลายชีวิตกรูเข้ารุมซักนายเนวิน ชิดชอบ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในประเด็นเรื่อง “สื่อเทียม”
รายงานข่าวแจ้งว่า รัฐมนตรีเนวินเม้มปากยิ้มไม่ยอมตอบคำถามใดๆ แล้วรีบขึ้นรถยนต์ส่วนตัวออกไปจากทำเนียบรัฐบาลในทันที
ทำไมต้องถามเรื่อง “สื่อเทียม” กับ ฯพณฯ เนวิน ชิดชอบ หรือเป็นเพราะรัฐมนตรีเนวิน กำกับดูแล อสมท. และที่สำคัญ รัฐมนตรีเนวิน ยังถูกตั้งข้อสงสัยจากพวกนักข่าวทำเนียบรัฐบาลว่าอยู่เบื้องหลัง “เดอะรีพอร์ตเตอร์” อันเป็น หมาเฝ้าบ้านจันทร์ส่องหล้า
เอาเข้าจริง ปัญหา “สื่อเทียม” เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาจากแถลงการณ์ร่วม 3 องค์กรวิชาชีพสื่อ (ฉบับวันที่ 4 กันยายน) ที่ระบุว่า ปัจจุบันมีความพยายามจะสร้างสื่ออื่นที่รัฐไม่ได้ควบคุมอย่างทั่วถึง อาทิ สื่อหนังสือพิมพ์ สื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อข้อความสั้น (SMS) ซึ่งถือเป็นการสร้าง “สื่อเทียม” ที่เครือข่ายนักการเมืองพยายามใช้ประโยชน์สนองตอบเป้าหมายทางการเมืองของตนมากกว่าประโยชน์สาธารณะ
องค์กรวิชาชีพ ฟันธงว่า ปัญหาของ”สื่อเทียม” ก่อให้เกิดความสับสน ทำให้สังคมหลงเชื่อว่าสื่อมวลชนมีความแตกแยกเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล กับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล อันเป็นพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นและนำไปสู่ความรุนแรงในชาติมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในอดีต
สิ้นเสียง คำแถลงขององค์กรวิชาชีพ เดอะรีพอร์ตเตอร์ ก็สวนกลับสื่อแท้ อย่างดุดัน ถ้อยคำที่หลุดออกมามีตั้งแต่ สื่อแท้ (เน่าใน ) -ขี้เท่อ -อีแอบ หรือ แมลงวันจัญไร
นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เนวินไม่ต้องมาเสียเวลาตอบคำถามเรื่อง “สื่อเทียม” เพราะ เดอะรีพอร์ตเตอร์ ทำหน้าที่แถลงโต้ตอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จริง ๆแล้ว สื่อหนังสือพิมพ์และสื่ออินเทอร์เน็ตน้องใหม่ในชื่อ เดอะ รีพอร์ตเตอร์ (http://www.reporter.co.th) ก็ถูกเชื่อมโยงมาถึงรัฐมนตรีเนวิน มาหลายเดือนแล้ว
สมมติฐานนี้อาจมาจากคอนเนกชั่นระหว่างรัฐมนตรีเนวินกับอดีตนักข่าวชื่อ “ทองเจือ ชาติกิจเจริญ”
ยิ่ง เดอะ รีพอร์ตเตอร์ ฉบับ 25-31 สิงหาคม เปิดเอกสารลับผลสอบของกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง “กุหลาบแก้วนอมินีเทมาเส็ก” ยิ่งทำให้คนในวงการเชื่อว่า แหล่งข่าวลึกมาก ( ดีฟ โธรท ) ของ เดอะรีพอร์ตเตอร์ ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เพราะนักข่าวประจำสื่อกระแสหลัก อย่าง ประสงค์ มติชน ตามล่าเอกสารฉบับเดียวกันอย่างพลิกแผ่นดิน ยังคว้าน้ำเหลว แต่แล้วจู่ๆ รีพอร์ตเตอร์ ก็นำเอกสารมาตีพิมพ์หน้าตาเฉย
เซียนข่าวเชื่อว่า เอกสารฉบับนี้อาจหลุดจากมือ “ยี้ห้อย ร้อยยี่สิบ” ก็เป็นได้
ย้อนกลับมาดูข้อมูลจำเพาะของ บริษัท เดอะรีพอร์ตเตอร์ จำกัด เจ้าของสื่อปริศนา พบว่า บริษัทนักข่าวแห่งนี้ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2545
(5 มีนาคม ก็คือ วันนักข่าว นับว่า ทองเจือ ชาติกิจเจริญ พิถีพิถันกับเรื่องนี้พอควร)
บริษัทนักข่าวจดทะเบียนครั้งแรกด้วยทุนจดทะเบียนแค่ 1 ล้านบาท ต่อมาในช่วงการเมืองแบ่งข้างดุเดือด จึงมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5 ล้านบาท (15 มิถุนายน 2549)
บริษัทนี้แจ้งต่อนายทะเบียนว่า ทำธุรกิจด้านการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ โดยมีนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ เป็นกรรมการ
พลิกดูงบกำไรขาดทุน พบว่า ปี 2546 มีกำไร 23,662 บาท ปี 2547 มีกำไร 84,245 บาท และปี 2548 ขาดทุน 1,408,245 บาท
ฝ่ายตรงข้ามฟันธงว่า เดอะรีพอร์ตเตอร์ ไม่อาจเลี้ยงตัวเองได้ แต่ทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังยินดีอุดหนุนหมาเฝ้าบ้านจันทร์ส่องหล้า แบบไม่อั้น
เบื้องหน้าของ เดอะรีพอร์ตเตอร์ มี ทองเจือ เป็นหัวเรือใหญ่ ทองเจือ คือ วารสารศาสตร์บัณฑิตจากท่าพระจันทร์ รุ่นเดียวกับ สมปรารถนา คล้ายวิเชียร บรรณาธิการใหญ่ ประชาชาติธุรกิจ
ทองเจือ เป็นนักข่าวที่ย้ายสังกัด บ่อยมาก เคยทำงานประชาชาติธุรกิจช่วงสั้น ๆ เคยทำข่าวอยู่ผู้จัดการ ทั้งยังเคยทำงานให้ ไพวงศ์ เตชะณรงค์ เจ้าของรีสอร์ท โบนันซ่าแลนด์ บนเขาใหญ่ และเคยอยู่เบื้องหลัง บางกอกทูเดย์
เพื่อนทองเจือ คือ เศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยจาก ทราฟฟิกคอนเนอร์ ฯ
และในช่วงคาราวานคนจนมาปักหลักที่สวนจตุจักร มีนักข่าวเห็น ทองเจือ อยู่หลังเวทีฝ่ายสนับสนุนทักษิณ
ก่อนหน้านี้ “ทองเจือ” เคยพูดคุยนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาลในช่วงสถานการณ์สู้รบระหว่าง ฝ่ายทักษิณ สู้ ๆ กับ ฝ่ายท้ากกก ษิณ ..ออกไป
ทองเจือ บอกว่า สิ่งที่เห็นคือ อานุภาพของสื่อ อินเทอร์เน็ต และการก่อกำเนิดของ ASTV จากนั้นไม่นาน ไอเดียของทองเจือ ก็ถูกแปลงมาเป็น เดอะรีพอร์ตเตอร์ ในเวลาต่อมา
พร้อมๆ กับการทาบทามนักข่าวในสนามข่าวเข้าไปร่วมทีมงาน เดอะรีพอร์ตเตอร์
หลังจากนั้นไม่นาน อาณาจักรเดอะรีพอร์ตเตอร์ก็สยายปีกไปสู่ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่อง เอ็มวี 1 ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตขวาตกขอบ ผู้ปกป้องระบอบทักษิณอย่างเหนียวแน่น
แต่ทว่า “จิ๊กซอร์” ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ถูกโพกัสไปที่ พ.ต.ท. รวมนคร ทับทิมธงไชย นายตำรวจใหญ่ที่เดินตามรอย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 20 ปีที่แล้วก่อน ราวกับถอดแบบกันมา
พ.ต.ท.รวมนคร เป็นคนอำเภอปักธงไชย โคราช เป็นเด็กเรียนเก่ง สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 42 มีภริยา เป็นคนเชียงใหม่ เป็นนายตำรวจนักธุรกิจที่รุ่งโรจน์แบบสุด ๆ ในยุค police state
เส้นทางของ พ.ต.ท.รวมนคร จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสู่โลกธุรกิจที่เชื่อมต่อด้วยคอนเนกชั่นในพรรคไทยรักไทย ทำให้เขากลายเป็นจิ๊กซอว์ที่เชื่อมผลประโยชน์กับการครอบครองสื่อเข้าไว้ด้วยกัน
บทบาทของ “รวมนคร” ที่เห็นได้ชัดผ่านสื่อในมือก็คือ การรณรงค์ต้องมีเลือกตั้ง 2 เมษายน ครั้งนั้น สื่อแบบรวมนคร ปะทะ สื่อแบบสนธิ ลิ้มทองกุล อย่างถึงลูกถึงคน
อย่างไรก็ตาม คนวงในหลายคนเชื่อว่า รวมนคร อาจเป็น นอมินีของเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายกฯ ก็เป็นได้
สมมติฐานนี้ อาจมาจากการที่ “รวมนคร” เข้าไปซื้อหุ้น 16.92% ในบริษัท ทราฟฟิก คอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการรับซื้อต่อจาก “สุรพงษ์ เตรียมชาญชัย” ทำให้เขากลายเป็น ซีอีโอ ของ ทราฟฟิก คอร์นเนอร์ฯ ในทันที
แต่จริง ๆ แล้ว ทราฟฟิก ไม่ใช่ธุรกิจแรกของ รวมนคร ก่อนหน้านี้ เขานั่งเป็นซีอีโอ 3 บริษัทใหญ่คือ บริษัท อาร์ เอ็น ที เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด และ เอ็นจีวี กรุ๊ป คอมปานี
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางธุรกิจที่น่าสนใจคือ อาร์ เอ็น ที เทเลวิชั่น ของ “รวมนคร” เจาะตลาดโฆษณาภาครัฐ ได้อย่างเข้าเป้า กวาดเม็ดเงินไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน เพียงชั่วเวลาไม่นาน
ข้อสังเกตของคนในวงการก็คือ กลุ่มทุนไทยรักไทย เข้ามาทำมาหากินกับงบประชาสัมพันธ์ภาครัฐอย่างเป็นล่ำเป็นสัน จนบริษัท เอเยนซี่ แท้ๆ ชวดดีลใหญ่ของภาครัฐ ไปต่อหน้าต่อตา
ล่าสุด การโปรโมตภาพลักษณ์ใหม่ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้งบประมาณของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อาร์ เอ็น ที ก็ปิดดีลไปเรียบร้อย
โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงษ์ ผอ.กองสลากฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน (ภาพข่าวอยู่ในเว็บไซต์ http://www.thaigov.go.th 22 สิงหาคม 2549 )
เมื่อตรวจสอบ การเจาะตลาดโฆษณาภาครัฐในปี 2546 บริษัท อาร์ เอ็น ที เทเลวิชั่น จำกัด ได้งานจากกองพลาธิการจ้างผลิตรายการโทรทัศน์ ทั้งหมด 5 สัญญา รวมมูลค่า 44.19 ล้านบาท
ปี 2547 ได้งานจากกองพลาธิการทั้งหมด 7 สัญญา มูลค่า 143.61 ล้านบาท ปี 2548 รับงานจากกองพลาธิการ 1 ราย จ้างเหมาบริการเพื่อทำการเผยแพร่ออกอากาศรายการตำรวจ มูลค่า 2.60 ล้านบาท
และในปี 2549 ได้งานทั้งหมด 3 รายการ รวมมูลค่า 16 ล้านบาท แบ่งเป็น กรมส่งเสริมการส่งออกจ้างดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการกิจกรรมส่งเสริมการขยายตลาดต่างประเทศ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 มูลค่า 1.2 ล้าน บาท การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จ้างผลิตรายการออกอากาศทางช่อง 11 รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยา จ้างเหมาผลิตภาพยนตร์โฆษณา (สปอตโทรทัศน์) และดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสถานีโทรทัศน์ มูลค่า 2,380,750 บาท
ส่วนบริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ ปี 2545 รับงานจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โฆษณาผลิตภัณฑ์ ปตท. ในรายการลูกทุ่งเอฟ เอ็ม 95 มูลค่า 2.4 ล้านบาท
ปี 2548 ได้งานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จ้างผลิตรายการวิทยุ รวมทั้งเผยแพร่สปอตประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมของผู้ว่าจ้าง ออกอากาศทางสถานีวิทยุคลื่น ความถี่ FM 90.00 เมกะเฮิรตซ์ กว่า 2.3 ล้านบาท
จากการตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ปี 2547 บริษัท อาร์.เอ็น.ที.เทเลวิชั่น จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรทั้งหมด 269.13 ล้านบาท
บริษัทในเครือข่ายรวมนคร ประกอบด้วย บริษัท เอ คิวบ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด บริษัท 108 1900 ออดิโอเท็กซ์ จำกัด บริษัท คอมโพรไมส์ จำกัด บริษัท เคนเบอร์ จีโอเทคนิค (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ดีเอชอาร์เอ จำกัด บริษัท ที.พี.อาร์. คอลเซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท ทีซีซี อะโกร จำกัด บริษัท ไทย ลองสเตย์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัท ไทยคอปเปอร์ อินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) บริษัท บีเอ็นบี อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท พี เอ แคปปิตอล จำกัด บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) บริษัท วังทองกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท วิทยาทาน จำกัด บริษัท สยามประชาคาร จำกัด บริษัท หลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็นจีวี ปั๊ม จำกัด บริษัท แฮปปี้ ไทม์ เรดิโอ จำกัด
เมื่อไม่นานมานี้ รวมนคร พูดถึงเคล็ดลับการทำธุรกิจผ่าน เนชั่นสุดสัปดาห์ ว่า “ผมไม่เคยเลือกข้าง ทำธุรกิจถ้าเราไม่เกี่ยวกับคนอื่น จะทำธุรกิจได้ยังไง เราคบได้กับทุกคน เป็นมิตรกับทุกคนดีกว่า คนไทยทั้งนั้น ฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรมาก”
ถ้าระบอบทักษิณยังดำรงอยู่ เชื่อกันว่า พ.ต.ท. รวมนคร จะกลายเป็นเศรษฐีหนุ่มที่มีอนาคต และอาจได้เป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของเมืองไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า
ถามว่า “สื่อแท้” หรือ “สื่อเทียม มีปัญหามากไหมกับการทำงานของ รวมนคร คำตอบที่ได้รับอาจเป็น so what .. โกยเงินดีกว่า (ครับ)



