Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
With Words That Appear Like Bats
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์


กติกาใหม่ๆ ในการเมืองไทย

ถ้าเราไม่รีบร้อนตัดสินว่าการเมืองประชาธิปไตยของไทยนั้นมีอยู่สองแบบ คือการเมืองในกติกากับการเมืองนอกกติกา หรือการเมืองแบบรัฐสภากับการเมืองบนท้องถนน และทำให้เรารู้สึกว่าตกอยู่ในทางเลือกที่ยากเย็นเหลือเกินว่าจะอยู่ตรงไหนดี

เราอาจจะเริ่มเห็นวิวัฒนาการของกติกาใหม่ๆในการเมืองไทย (Thai Politics by Other Means) โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า “การเปิดโปง ไต่สวน และดำเนินคดีทางการเมือง (Revelation, Investigation, Prosecution – RIP)” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์หนึ่งในสังคมประชาธิปไตย ที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ระบบการเลือกตั้งและระบบรัฐสภา (1)

การพูดถึงกติกาใหม่ๆในการเมืองไทยนั้น ก็เพื่อชี้ให้เห็นถึง “ความเป็นไปได้อันหลากหลาย” ของการต่อสู้ทางการเมือง มากกว่าจะมองการเมืองเป็นเรื่องของความถูก-ผิด เท่านั้น

กติกาใหม่ๆ ในการเมืองของไทยนั้นเป็นปฏิกริยาที่เกิดจากความเสื่อมถอยของระบบเลือกตั้งและระบบรัฐสภา ซึ่งแม้ว่าระบบการเลือกตั้งและการเมืองรัฐสภาจะถูกเน้นย้ำให้มีความสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จากการระบุ-บังคับให้สิทธิการลงคะแนนเสียงกลายเป็นหน้าที่

แต่ความเสื่อมถอยของระบบการเมืองจากการเลือกตั้งนั้นสามารถเห็นได้ปรากฏการณ์การเมืองหลายๆอย่างในช่วงที่ผ่านมา ที่ทำให้ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่มีความหมายใดๆอีกต่อไป

๑. เริ่มจากการที่ประชาชนภายใต้การใช้เสียง ๕ หมื่นเสียง และวุฒิสภาไม่สามารถก่อให้เกิดกระบวนการตรวจสอบฝ่ายบริหารในช่วงที่มีข่าวขายหุ้นชินคอร์ป

๒. การที่พรรคฝ่ายค้านซึ่งมีจำนวนฐานสนับสนุนในพื้นที่จริงปฏิเสธไม่ลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

๓. การฉีกบัตรเลือกตั้งของพลเมือง

๔. กระแสเรียกร้องจากประชาชนและนักวิชาการทางกฏหมายมหาชนส่วนหนึ่งในการตีความกฏหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการพระราชทานนายกรัฐมนตรีโดยไม่ใช้ฐานสนับสนุนจากรัฐสภา

๕. มาจนถึงการตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และการดำเนินคดีกับองค์กรที่ดูแลการเลือกตั้งที่หมกมุ่นกับการทำให้การเลือกตั้งสิ้นสุดลงในทุกวิถีทางซึ่งรวมไปถึงการเปิดให้มีการเวียนเทียนผู้สมัครในพื้นที่ของฝ่ายค้าน

๖. รวมไปถึงการบริหารจัดการเลือกตั้งที่หมกมุ่นในเรื่องของการตัดสิทธิผู้สมัครผ่านการวิ่งไล่จับการซื้อเสียงจนทำให้รูปแบบการซื้อเสียงพัฒนาไปเป็นเรื่องของการจัดหา/ลงทะเบียนสมาชิกพรรคและการใช้กลไกรัฐในการให้สัญญาทางนโยบายขายตรงต่างๆก่อนที่การกำหนดวันเลือกตั้งจะเกิดขึ้น

เมื่อกติกาประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งและรัฐสภา(โดยเฉพาะการถกเถียงด้วยเหตุผลในฐานะตัวแทนประชาชน)ไม่สามารถทำงานได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้งจากระบบเสียงข้างมากและการยุบสภา ช่องทางและกติกาอื่นๆนอกรัฐสภาภายใต้รัฐธรรมนูญก็วิวัฒนาการการขึ้น

โดยเฉพาะการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และช่องทางความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการ เราจึงเห็นวิวัฒนาการของการทำงานร่วมกันในระดับหนึ่งของสื่อมวลชนกับสถาบันตุลาการในการสร้างกติกาใหม่ๆทางการเมืองไทยขึ้นมา

การที่ศาลเข้ามามีบทบาทในการตัดสินปลดกกต ผ่านการฟ้องร้องของอดีตผู้แทนราษฎร(ในฐานะพลเมือง) ผ่านแรงกดดันของสื่อมวลชนในการเปิดโปงข้อมูล และประชาชนจนนำไปสู่การตรวจสอบ ไต่สวนและตัดสินคดีการเมือง ที่ไม่ผ่านกระบวนการรัฐสภา (แต่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ) และนำไปสู่การทำให้วุฒิสภาซึ่งควรจะหมดวาระไปแล้วต้องกลับมาเปิดประชุมเพื่อริเริ่มกระบวนการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งนั้น แม้ว่าจะปฏิเสธบทบาทของ “สถาบันเบื้องสูง” ในกระบวนการดังกล่าวมิได้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ให้ความสนใจกับ “กติกาใหม่ๆ” ที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านการร่วมมือกันระหว่างพลังสื่อมวลชนในการเปิดโปงข้อมูล และอำนาจตุลาการในการไต่สวนและพิพากษาคุณสมบัติของทั้งผู้บริหาร และนโยบายในฐานะการตัดสินใจสาธารณะได้อีกต่อไป

เมื่อมองเห็นกติกาใหม่ๆในการเมืองไทยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแล้ว จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึงในครั้งนี้จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ

เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยมันเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงนี้ไปตั้งนานแล้วครับ ...
——————————-

เชิงอรรถขยายความ:

1. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก Theodore J. Lowi and Benjamin Ginsberg. American Government: Freedom and Power. 3rd Edition. New York: W.W.Norton & Company. Chapter 14: Politics and Government: The Problem with the Process.
———————————
ปรับปรุงจากบทความที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันพุธที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๔๔๙ หน้า ๔



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter