Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
จับกระแสข่าวร้อน
ทีมข่าวอิสระ


คุยลับกับ Mr.Bill: “ผมไม่กลัวคุณทักษิณ”

แล้วผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลก็ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี หงุดหงิดแบบสุด ๆ อีกแล้วครับท่าน

ทั้ง ๆ ที่ ผู้นำพรรคไทยรักไทยกำลังชื่นมื่นกับนักธุรกิจและนักอุตสาหกรรม หลังเสร็จพิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณอุตสาหกรรมดีเด่น เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา

คำถามที่ทำให้ใบหน้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยับยู่ยี่อย่างเฉียบพลันคือ คำถามเกี่ยวกับคดีที่นายวิลเลี่ยม ไลล์ มอนซัน หรือ มิสเตอร์ บิล ชาวอเมริกันวัย 63 ปี ผู้บริหารบริษัทซีทีวีซี ออฟ ฮาวาย จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลทีวี สหรัฐอเมริกาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับพวกในความผิดฐานร่วมกันแจ้งความเท็จ ฟ้องเท็จ และเบิกความความเท็จ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งจะนัดไต่สวนมูลฟ้องศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 18 และ 25 กันยายน และวันที่ 2 และ 9 ตุลาคมนี้

โดยศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่ในวันที่ 16 ตุลาคม

คดีนี้ นายประเมศร์ สูตะบุตร ทนายความของมิสเตอร์ บิล เผยทีเด็ดว่า ถ้าศาลรับคดีนี้ไว้พิจารณาในวันที่ 16 ตุลาคม จะมีผลทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นจำเลยทันที

ที่สำคัญ นายประเมศร์ เพื่อนนิติ ฯ จุฬาฯ รุ่นเดียวกับ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลอาญา ไม่ให้ประกันตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นายประเมศร์ อ้างว่า ถ้าศาลให้ประกันตัวอาจส่งผลต่อรูปคดีได้ เพราะจำเลยเป็นผู้มีอำนาจและบารมี

นอกจากนี้ นายประเมศร์ยังย้ำว่า ข้อหาเบิกความเท็จมีโทษจำคุก 5 ปี

ถ้ายังจำกันได้ ปรากฏการณ์ตุลาการภิวัตน์เคยทำให้พลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ และ กกต. อีก 2 คน นอนคุกมาแล้ว

ดังนั้น คดีนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ ไม่แพ้คดียุบพรรคที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้นำพรรคไทยรักไทยนอนไม่หลับ นับจากได้ข่าวว่ามิสเตอร์ บิลกลับมาทวงความแค้น

อารมณ์คล้ายภาพยนตร์ฮอลลิวูด เรื่อง I STILL KNOW WHAT YOU DID LAST SUMMER แต่เรื่องจริง ไม่ใช่ LAST SUMMER แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2529 หรือ 20 ปีที่แล้ว

เอาเข้าจริง ฝันร้ายครั้งนี้ อาจมีเพียงคน 3 คนเท่านั้นที่รู้เรื่องดีที่สุด นั่นคือ มิสเตอร์ บิล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

ใครจะรู้ว่า เบื้องหลังความร่ำรวยอย่างมหาศาลของตระกูลชินวัตรระดับแสนล้าน อาจมี “บางสิ่งบางอย่าง” ที่คนกรุงเทพและคนต่างจังหวัด ไม่เคยรู้มาก่อน

กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มิสเตอร์บิลบินจากมะนิลาเข้ามากรุงเทพแบบเงียบๆ และให้สัมภาษณ์ รอยเตอร์ และเหยี่ยวข่าว บางฉบับ เกี่ยวกับคดีอื้อฉาวที่จะเปิดเผยความลับที่ถูกเก็บซ่อนไว้ตลอด 20 ปี

ต่อไปนี้คือ บทสัมภาษณ์ร้อน ๆ ที่นักข่าวไปสัมภาษณ์ มิสเตอร์ บิล ที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งกลางกรุงเทพ

มิสเตอร์บิล สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า ตัวเดียวกับที่เคยใส่ไปแถลงที่รัฐสภา ร่วมกับท่าน ส.ว. ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เมื่อหลายเดือนก่อน

เมื่อนักข่าวทักว่า เป็นเสื้อเชิ้ตตัวเดียวกัน มิสเตอร์ บิล หัวเราะ บอกว่า “ใช่เลย ชีวิตของผม เริ่มจากผ้าขี้ริ้ว สร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวย แล้วก็กลับมาเป็น ผ้าขี้ริ้ว อีกครั้ง (หัวเราะ)”

ใครจะเชื่อว่า 20 ปีที่แล้ว มิสเตอร์ บิล พักโรงแรมโอเรียนเต็ล ใช้ชีวิตกินอยู่อย่างหรูหรา ก่อนจะมาทำธุรกิจเคเบิลทีวีที่รู้จักกันดี ในนาม “ไอบีซี” ร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

แล้วผลประโยชน์บังตาทำให้พันธมิตรทางธุรกิจกลายเป็นคู่พิพาทที่ฟ้องร้องกันนัวถึง 5 คดี

จนทำให้ มิสเตอร์บิล กลายเป็นยาจก ย้ายจาก โอเรียนเต็ลไปเช่าแฟลตดินแดง ซุกหัวนอน

อย่างไรก็ตาม ก่อนกระบวนการพิจารณาคดีในศาลอาญา จะเริ่มต้นขึ้น ก็บังเกิดข่าวลือสะพัดไปทั่วว่า อาจมีการเจรจาประนีประนอมยอมความ เพื่อนำไปสู่การถอนฟ้องของมิสเตอร์ บิล

ต่อไปนี้คือ คำถามและคำตอบแบบคำต่อคำ ระหว่าง นักข่าว กับ มิสเตอร์ บิล ที่เกิดขึ้นในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง


มีข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่งคนมาเจรจาเพื่อชดใช้ค่าเสียหายแลกกับถอนคดี?

ผมพบกับคุณทักษิณ ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2537 หลังจากนั้นไม่เคยมีการติดต่อกันอีกเลย ดังนั้น ข่าวที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงข่าวลือ

ผมขอพูดถึงเมื่อครั้งที่คุณทักษิณเดินทางไปนครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ไปหารือกันเรื่องหนี้สิน เขาคุยกับทนายของผมเกือบทั้งวัน หลังจากนั้นคุณทักษิณเข้ามาบอกกับผมว่า ขอคุยเป็นส่วนตัว ผมบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน เราต้องช่วยกัน ตั้งแต่นั้นไม่มีการติดต่อ ไม่มีการเจรจาใดๆ

คดีฟ้องร้องเกิดขึ้นมานานแล้ว ทำไมเพิ่งมารื้อฟื้นอีก?

(มิสเตอร์บิล โชว์รูปสมัยยังหนุ่มให้ดู) คุณดูรูปผมสิ ยังหนุ่มๆ ตอนนี้ผมแก่แล้ว ผมชอบเมืองไทย แต่งงานกับผู้หญิงไทย มีลูกสองคน ผมสนใจว่าสังคมไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ผู้นำควรจะซื่อสัตย์ มีกระบวนยุติธรรมในสังคมไทย แต่ในขณะเดียวกัน ผมต้องบอกว่า ผมสูญเสียโอกาสในการลงทุน สูญเสียหุ้นส่วน สูญเสียเงิน

คุณทักษิณรวยขึ้น แต่ผมจนลง แน่นอนว่าผมเป็นนักธุรกิจ แน่นอนว่าที่ผมฟ้องร้องเพราะต้องการเงินแต่เพื่อชดเชยกับความเสียหายในอดีตที่ผ่านมา ถ้าหากจะเจรจายอมความกัน ทนายความของผมจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าหนทางใดดีที่สุดและคำนึงถึงสิ่งที่สังคมไทยต้องการด้วย

ได้คำนวณความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่

ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่ระหว่างการฟ้องร้องเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ถ้าประเมินมูลค่าของบริษัทไอบีซี ณ ขณะนั้นประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 28,000 ล้านบาท คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน 40 บาทต่อหนึ่งเหรียญ) ในฐานะที่ริเริ่มดำเนินการกับบริษัทไอบีซี ควรจะได้รับส่วนแบ่ง 40 เปอร์เซ็นต์ (ราว 11,200 ล้านบาท)

ผมปลุกปั้นจากธุรกิจเล็กๆ จนใหญ่โต ขยายกิจการไปทั่วริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ใช้เงินเป็นล้านดอลล่าร์ในการทำวิจัย เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจด้านเคเบิลทีวี เมื่อผมรู้จักกับคุณทักษิณ ผมเอาแผนการลงทุนทางธุรกิจทั้งหมด มาวางบนโต๊ะ คุณทักษิณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ผมเคยให้ทนายถามคุณทักษิณว่า ก่อนพบผม คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีโทรคมนาคมบ้างหรือไม่ คุณทักษิณบอกว่ารู้เรื่องเคเบิลทีวีเมื่อตอนอยู่มหาวิทยาลัย

พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีอำนาจมาก มีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะชนะคดี

ไม่ได้มองว่าต่อสู้กับคุณทักษิณเพราะเป็นไปไม่ได้ แต่ต่อสู้กับกับสิ่งที่คุณทักษิณได้ทำกับผมต่างหาก เขาทำไม่ถูกต้อง

คุณเสี่ยงชีวิตกับคดีนี้ไม่รู้สึกกลัวหรือ?

ผมแก่แล้ว ผมไม่กลัวใครจะมายิง มีเพื่อนคนไทยของผมรู้สึกกลัว แต่ผมไม่รู้สึกเลย ผมเป็นคนเปิดเผย ไปไหนมาไหนไม่มีใครคุ้มกัน มีอยู่วันหนึ่งผมกลับมาถึงที่พักในเมืองไทย หมาที่เฝ้าบ้านพากันเห่าจะกัดผม ผมไม่กลัวคุณทักษิณ แต่กลัวหมามากกว่า (หัวเราะ)

เมื่อก่อนคุณร่ำรวยมาก แต่สู้คดีจนลงถึงกับต้องไปอยู่แฟลตดินแดง?

ใช่ เมื่อก่อนผมเคยพักโรงแรมโอเรียนเต็ล ผมทำธุรกิจเคเบิลทีวีในช่วงทศวรรษ 1950 มีลูกค้าแค่ 17 คนจนกระทั่งเติบโต มูลค่า 20ล้านเหรียญสหรัฐ

ผมทำงานหนักมาก และเห็นว่าธุรกิจประเภทนี้ในสหรัฐมีคู่แข่งมากเลยหาตลาดในเอเซียแปซิฟิก มีคนแนะนำให้ผมพบกับคุณทักษิณเมื่อปลายปี 1985 ผมเห็นว่าเขาจะเป็นหุ้นส่วนที่มีศักยภาพมาก เขาก็เห็นแผนธุรกิจของผม เขาชอบ เราคุยกันเข้าใจ

นั่นทำให้ความสัมพันธ์เกิดขึ้นและเป็นไปอย่างราบรื่น

แต่ในที่สุดเขาทำไม่ถูกต้อง แต่ยังไงก็ตามผมยังคิดว่าเขาเป็นเพื่อน ผมไม่ต้องการสร้างภาพร้ายๆ

คดีที่คุณฟ้องร้องเป็นคดีอาญา คุณชนะก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา?

แม้ผมไม่ได้อะไรจากคดี(พ.ต.ท.ทักษิณเบิกความเท็จ) แต่นั่นจะเป็นบรรทัดฐานนำไปสู่การต่อสู้เรียกร้องความเสียหายในธุรกิจที่ผมกับคุณทักษิณร่วมทำ

ช่วงระหว่างการทำธุรกิจด้วยกัน มีการพูดถึงเรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือไม่?

มี คุณทักษิณบอกว่าจะต้องจ่ายเงินเป็นค่าเอนเตอร์เทนให้กับคนของกรมไปรษณีย์โทรเลขระหว่างการขอใบอนุญาตคลื่นความถี่ ผมมีหลักฐานในบัญชีการเงินของบริษัทผม ต้องจ่ายค่าเอนเตอร์เทน 6 หมื่นเหรียญ คุณทักษิณบอกว่าจิ๊บจ๊อยมาก

อยากให้เล่ารายละเอียดเรื่องการเปิดบัญชีที่ซีแอตเติลเพื่อจ่ายเป็นค่าวิ่งเต้นให้ใครบางคน

คุณทักษิณไปหาผมที่นั่น เขาไปเปิดบัญชีกับธนาคารที่ผมมีบัญชีอยู่ พร้อมกับขอสินเชื่อ 25,000เหรียญ ผมยังโอนเงินให้เขาเดือนละ 5,000 เหรียญ

ตอนหลังผมมารู้ว่า เงินที่ผมโอนไปให้ ถูกโอนผ่านเข้าบัญชีของน้องสาวคุณทักษิณ ทำธุรกิจอะไหล่คอมพิวเตอร์ ในลอส เองเจลลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และเมื่อตรวจสอบพบเงินที่ผมโอนให้ ถูกนำไปจ้างวิศวกรบริษัทของผม เอาไปเป็นค่าติดต่อเจรจากับซีเอ็นเอ็นเพื่อถ่ายทอดรายการ เท่ากับว่าเอาเงินของผมมาทำธุรกิจแข่งกับผมนี่นา (หัวเราะ)

งบประมาณในการจัดการคดีนี้

สิ่งที่พูดได้คือต้องใช้เงินเยอะมาก

ในแง่ธุรกิจคุ้มหรือไม่แค่ไหน?

ผมต้องการพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้น

คิดยังไงว่าคุณเป็นหนึ่งในความพยายามในการทำลายภาพลักษณ์ของคุณทักษิณ

มีการกล่าวหากันว่าคดีนี้เป็นเรื่องของการเมือง เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของนายกฯ นี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของธุรกิจ ผมไม่ใช่นักการเมืองแต่เป็นนักธุรกิจที่ต่อสู้มากับคดีนี้มา 17 ปีแล้ว

มีข่าวว่า วีซ่าของคุณถูกสั่งระงับ

ไม่เคย ผมมีพาสปอร์ต 6 เล่ม ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องวีซ่า

คาดหวังเรื่องการชนะคดีหรือไม่

ผมคิดว่าอาจจะต้องมองเป็น 3 ระดับ คือในช่วงระยะสั้น กลาง และยาว ในระยะสั้นคือเรื่องของการเลือกตั้ง ที่ผมยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อาจจะเกิดอะไรขึ้นมาก็ได้ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็จะเดินตามแผนระยะกลางและยาวต่อไป

คุณคิดหรือไม่ว่า การต่อสู้กับมหาเศรษฐีของเมืองไทยซึ่งเป็นผู้นำประเทศ หากชนะคดีจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง?

ใช่ ผมคิดว่าจะทำให้เมืองไทยดีขึ้น การเมืองสะอาดเท่ากับเป็นการล้างความไม่โปร่งใส สังคมไทยจะถึงจุดเปลี่ยนแปลง

ระหว่างทำธุรกิจกับคุณทักษิณ ได้พบกับคุณหญิงพจมานบ่อยหรือไม่?

ไม่บ่อยเท่าไหร่ ผมรู้ว่าคุณพจมานเป็นผู้หญิงแกร่ง แต่ผมไม่ได้ใกล้ชิดเจอกันบ่อย ช่วงแรกๆ ที่ผมทำวิดีโอลิงก์ ออฟฟิศกับที่พักอยู่ด้วยกัน คุณพจมานส่งคนมาเป็นเลขาฯและคนรับใช้

ผมมีเรื่องตลกเล่าให้ฟัง วันแรกผมตื่นขึ้นมา บอกคนใช้ว่าผมอยากกินขนมปังปิ้ง (toast) คนใช้ออกไปซื้อยาสีฟันเอามาให้ผม เขานึกว่า ผมต้องการ “toothpaste”

ถ้าพรุ่งนี้ คุณได้เจอทักษิณ จะพูดอะไรเป็นประโยคแรก

เขาเป็นเพื่อนผม เพียงแต่ผมไม่ชอบในสิ่งที่เขาทำ ผมยังเคยชมเขาสมัยที่เรารู้จักกันใหม่ๆ ว่าคุณเป็นคนฉลาดมาก น่าจะเป็นนายกฯ

ถ้าผมเจอเขาอีก ผมจะทักทายว่า “สบายดีหรือ” (หัวเราะ)



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter