Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
จับกระแสข่าวร้อน
ทีมข่าวอิสระ


10 เรื่องลึกแต่ไม่ลับจากปากคนใน

เรื่องเล่าต่อไปนี้ จะไม่เกิดขึ้น ถ้าพรรคการเมืองใหญ่ไม่อยู่ในภาวะขาลง เพราะในยามที่พรรคนี้เรืองอำนาจ ความในจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี จนไม่มีใครล้วงเข้าไปได้ถึง แต่ในยามขาลง เรื่องลับที่สังคมไม่เคยรับรู้มาก่อนก็ค่อย ๆ แพร่ออกมาจากคนในเป็นระลอก จนสังคมสดับตรับฟังแทบไม่ทัน

เรื่องลับต่างจากของลับ เพราะเมื่อเปิดเผยออกมาแล้วก็ไม่เป็นเรื่องลับอีกต่อไป

ในขณะที่ของลับ อย่างไรก็ยังเป็นของลับอยู่วันยังค่ำ

แต่เรื่องลับย่อมไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด เพราะในบางครั้ง การปล่อยเรื่องลับเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม กระทั่งทำลายพวกตัวเองที่ขวางเส้นทางสู่อำนาจ ก็เป็นเรื่องที่นิยมทำกันบ่อยๆ ในแวดวงการเมือง

การฟังเรื่องลับ จึงควรฟังหูไว้หู เพราะถ้าไม่เหลือไว้สักหู แล้วไปเผลอเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

อาจจะมีคนให้ของลับกลับคืนมาก็เป็นได้

เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าจากคนในของพรรคใหญ่เอง หากแต่หายืนยันว่าเป็นเรื่องจริงไม่ (ก็บอกแล้วว่าเป็นเรื่องเล่า)


เรื่องแรก รัฐมนตรีผู้มีชาติตระกูลดีคนหนึ่ง จ่ายเงินซื้อเก้าอี้ รัฐมนตรี ในราคา 300 ล้านบาท ถามว่าขนหน้าแข้งร่วงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่เลยสักเส้น เพราะความที่ตระกูลของท่านรวยมาก ๆ มีที่ดินกลางกรุงเทพ ฯ อีกหลายแปลง เรียกว่า ตายแล้วเกิดใหม่ก็ยังใช้ทรัพย์สมบัติไม่หมด

ถามว่ารัฐมนตรีนี้เป็นใคร ตามประสาเรื่องเล่า คุณคงต้องไปเดากันเอาเอง

เรื่องเล่าเข้าข่ายร้อน อีกเรื่อง คือ ข่าวการรับเงิน 30 ล้านบาท

เล่ากันว่า ทันทีที่นักกฎหมายสายบริการเดินออกจากศูนย์กลางอำนาจบริหารไม่ถึงสัปดาห์ ก็ถูกคนในรัฐบาล ดัดหลัง ด้วยการปล่อยข่าวทำลายทันที ว่ามีการรับเงิน 30 ล้านบาท เอาเข้าจริงเงิน 30 ล้าน มีจริงหรือไม่ ไม่มีใครพิสูจน์ได้ แต่อานุภาพมันก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อคนที่เดินจากมาได้อย่างชะงัด นับเป็นการสกัดกั้นและทำลายทางการเมืองอันทรงประสิทธิภาพ ด้วยวิธีการเดิมๆ

คือการใช้เรื่องลับนี่เอง


เรื่องต่อมา ว่ากันว่ารัฐมนตรีที่เจ๊กอักกระอักเลือดมากที่สุดในคณะรัฐมนตรี คือ รัฐมนตรี เอส จนครั้งหนึ่งหมอเคยประกาศลาออกกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาแล้ว เนื่องเพราะ คุณท่านดันตกอยู่ในภาวะ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่ยังต้องเอากระดูกมาแขวนคออีก โดยเฉพาะ เรื่องสินบนข้ามชาติ ซีทีเอ็กซ์ 9000 ที่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เอามาเปิดโปง จนสั่นสะเทือนไปทั้งสนามบิน

จริง ๆ แล้ว รัฐมนตรี เอส ไม่เคยได้แอ้ม แม้แต่บาทเดียว(จริงหรือนี่?) แต่ต้องรับกรรม โดนด่าทั้งเมือง ชื่อเสียงก็ป่นปี้ ยับเยิน ไม่มีชิ้นดี ส่วนคนปากมันที่ฟาดไปเต็มๆ หลบอยู่หลังฉาก ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ว่ากันว่า ทุกโครงการในสนามบินสุวรรณภูมิถูกขาใหญ่ชักค่าต๋ง 15-20 เปอร์เซ็นต์ แต่แหล่งข่าวไม่ยอมบอกอักษรย่อของขาใหญ่(เพราะรู้จักชื่อจริงกันดีอยู่แล้ว) ว่าเป็นใคร งานนี้จึงต้องไปเดากันเอาเอง ว่าใครขาใหญ่จริงๆ

เรื่องนี้ทำให้รัฐมนตรี เอส บ่นน้อยเนื้อต่ำใจว่า ตนเองสู้ยอมอุทิศตัวเองเพื่อพรรค ลงขันสนับสนุนพรรคมากกว่าใครหลายคน แต่ผลพวงที่ได้รับคือ ความโดดเดี่ยวและความห่างเหินจากซุปเปอร์ซีอีโอ

ยิ่งมาโดนข้อกล่าวหาหนักหนาที่สุดในชีวิต ยิ่งน้อยใจเป็นที่สุด จนร่ำๆ จะลาออกอยู่บ่อยๆ


เรื่องถัดมา ลือกันอีกว่า โครงการ บ้านเอื้ออาทร อันเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยม มีไอ้โม่งกำหนดเงื่อนไขให้ ผู้รับเหมาที่เข้ามาทำบ้านต้องจ่ายค่าหัวคิวหลังละ 11,000 บาท

เรียกว่าถ้าได้โครงการไป 100 หลัง ก็ต้องจ่าย 1.1 ล้านบาท โครงการนี้สร้างกันที่หลายหมื่นหลัง รับกันไปเท่าไหร่ ต้องไปคำนวณกันเอง ช่วงหลังลือถึงขนาดที่ว่า มีการบวกเพิ่มกลายเป็น 2 หมื่นบาทต่อหลัง

ลืออย่างนี้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็ต้องหงุดหงิดใจเป็นธรรมดา เพราะข่าวลือย่อมไม่ใช่ข่าวจริง ก็ไม่รู้ใครมุ่งปล่อยข่าวทำลายท่าน เพราะฟังบ่อยๆ เข้า ข่าวลือก็ชักจะคล้ายๆ ข่าวจริงเข้าไปทุกที


อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องหวย ซึ่งใกล้ๆ จะมีคนในรัฐบาลถูกรางวัลเข้าไปทุกวัน รัฐมนตรีที่จะถูกรางวัลใหญ่ก่อนก็คือ รัฐมนตรี วอ. ทั้งๆ ที่ รัฐมนตรี วอ. แทบไม่ได้เอาผลประโยชน์จากเงินหวยเข้ากระเป๋าตัวเอง เพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์ ไม่ให้ช้ำ ด้วยหวังจะเล่นการเมืองไปอีกนาน

แต่คนที่รับผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ คือ ระบอบซุปเปอร์ซีอีโอ เนื่องจาก เงินหวยถูกนำไปเอื้อประโยชน์การเมือง อย่างได้ผลมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เทียบได้กับยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ทุกวันนี้ ข้อมูลการใช้เงินกำไรจากหวยบนดินปีละหมื่นล้าน และเงินกำไรจากสลากการกุศลอีกมหาศาล ถูกฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เก็บไว้เพื่อเตรียมถล่มรัฐบาลอย่างหนัก

กล่าวกันว่า เรื่องเงินหวย ยิ่งขุด จะยิ่งเจอปมฉาว ถึงเวลาสาวกันเมื่อไหร่ เป็นได้เจอปมใหญ่ รัดคอคนตายกันเป็นแถบ แบบถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง ให้ตะลึงจนหัวใจวายตายคาที่ ใครซื้อหวยแจกชาวบ้านไว้ เตรียมรับรางวัลใหญ่เร็วๆ นี้


เรื่องที่ห้า เชื่อหรือไม่ว่า ในการประชุมพรรคใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะเจ้าพ่อใหญ่ แต่จะมีเจ้าแม่จะนั่งหัวโต๊ะ และเป็นผู้จ่ายค่าตอบแทนให้สมาชิกซองละ 2 แสนบาท โดยสมาชิกจะต้องรับซองจากผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญตัวจริง(คนนี้เท่านั้น)

หลังจากนั้น หัวหน้ามุ้งจะจ่ายเพิ่มสมทบไปให้อีกก้อน จากนั้นก็ทยอยกันกลับบ้าน กระจายรายได้สู่ชนบท เตรียมตัวหาเสียงกันล่วงหน้า แต่เรื่องอย่างนี้ไม่เห็นต่อหน้าต่อตา ใครจะกล้ายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

สงสัยนี่ก็เรื่องเล่าอีกเหมือนกัน


เรื่องที่หก กล่าวกันในพรรคใหญ่ว่า ถ้าท่านผู้นำ ไม่เป็นนายก ฯ แต่ประกาศเว้นวรรคชั่วคราว เพื่อรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คนที่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี มี 3 คน

หนึ่ง คือ คุณหญิง สอ. ขวัญใจจากเวทีงิ้วธรรมศาสตร์กู้ชาติ

สอง คือ ดอกเตอร์ อังดัวร์ หนุ่มผู้สงบเสงี่ยมแต่มุ่งมั่นทะเยอทะยาน

แต่อีกคนที่มาแรงมากก็คือ คุณหมอ ที่มีเมียชอบเสริมความงาม ผลาญคลอเรสเตอรอล จนกลายเป็นธุรกิจใหญ่โต

เนื่องจากคุณหมอผู้นี้เป็นที่โปรดปรานทั้งนายใหญ่และนายหญิง แถมอัธยาศัยก็ดี สื่อมวลชนก็ชื่นชอบ

เรตติ้งจึงพุ่งแรงไม่มีตก และที่สำคัญคือ หมอรับคำสั่งได้ไม่ผิดพลาด

ซึ่งเรื่องนี้สำคัญที่สุด จึงต้องจับตาดูว่า ใครจะนอนมาในโค้งสุดท้าย


เรื่องที่เจ็ด ที่ปรึกษาของซุปเปอร์ซีอีโอ อาจารย์ พอ ว่ากันว่าได้เงินตอบแทนเป็นค่าสมองก้อนโต เดือนละเฉียดล้าน โดยได้รับค่าตอบแทนมาจาก 3 แหล่งใหญ่ ทำให้อาจารย์ พอ ซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ ได้สบายโดยไม่ต้องขอเงินเฮียคนไหน นโยบายใหม่จึงพรั่งพรูไม่มีสะดุด ประชาธิปัตย์จึงทรงๆ ทรุดๆ เพราะมัวแต่สะดุดนโยบาย หาของใหม่มาขายไม่ได้ ด้วยไม่ได้ฟังดนตรีดีๆ จากเครื่องเสียงคุณภาพเฉกเช่นท่านที่ปรึกษาผู้นี้ ผู้มีดนตรีในหัวใจ


เรื่องที่แปด เรื่องนี้ถูกจับตามานานว่า อีกไม่นานจะมีเสนาบดีลาออกจากระบอบผูกขาดรวบอำนาจ อีก 2-3 คน บางคนอาจจะเว้นวรรคทางการเมืองไปเลย

เสนาบดีที่อยู่ในกลุ่มนี้ ล้วนมีอักษร นำหน้า คือ ส เสือ

เหตุที่ลาออก ก็เพราะไม่ต้องการอยู่ในขบวนการเขย่าสถาบัน ซึ่งเผชิญหน้ากันอย่าเผ็ดมันในเกมการเมืองขณะนี้

นอกจากนี้ เสนาบดีหลายคน เริ่มรู้สึกแล้วว่า เหล่าข้าราชการหลายหน่วย เริ่มไม่ตอบสนองอำนาจรัฐ จะทำงานต่อไปนับวันยิ่งลำบาก จะสั่งเช้าได้เย็น สั่งเย็นได้ค่ำ เหมือนในอดีตย่อมเป็นไปได้ยาก อย่างกระนั้น รีบไปเสียก่อนตอนนี้ ย่อมจะดีกว่าตอนเรือจม


เรื่องที่เก้า บัญชีดำที่ถูกดักฟังโทรศัพท์ 500 คน นอกจากมีรายชื่อ ฝ่ายตรงข้ามอำนาจ สื่อมวลชน และนักเคลื่อนไหวอีกหลายคนแล้ว เล่ากันว่ายังมีชื่อรัฐมนตรี อีกหลายคนที่ถูกดักฟังโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง (เอ๊ะ แล้วตอนนอนจะไปดักฟังทำไม)

ชั่วโมงนี้ บรรดาบิ๊กทั้งหลาย จึงใช้โทรศัพท์กันคนละหลายเครื่อง หลากเครือข่าย เช่น ใช้ เอไอเอส พูดเรื่องหนึ่ง ใช้ดีแทค พูดอีกเรื่องหนึ่ง และใช้ ฮัช กับอีกเรื่องหนึ่ง จนบางวันหยิบโทรศัพท์ผิด เอาเครื่องที่โทรหาน้องหนู โทรกลับบ้าน จนเกือบบ้านแตก อันนี้รุนแรงกว่านินทาเจ้านาย และล้มรัฐบาลจากภายใน กลายเป็นเรื่องวุ่นวายกันไปหมด

งานนี้ต้องโทษความหวาดระแวงที่มีสูงยิ่ง จนไม่ว่าใครก็ไว้ใจไม่ได้เสียแล้ว


เรื่องที่สิบ นาทีนี้ คนในพรรคใหญ่ เชื่อมั่นว่า พรรคตัวเองจะไม่ถูกยุบ แต่พรรคที่จะถูกยุบคือ พรรคจากปักษ์ใต้ เพราะพรรคใหญ่เชื่อว่า รอบที่แล้วไม่มีเส้น แต่รอบนี้มีเส้นแน่ และเส้นแท้ๆ ย่อมมีไม่ต่ำกว่า 7 เส้น ดังมีรายนามดังต่อไปนี้ (อุ๊บ…เล่าไม่ได้)


เอาเป็นว่ากรุณาติดตามตอนต่อไป ด้วยเรื่องเล่าลึกแต่ไม่ลับ จะค่อยๆ โผล่ออกมาทีละเรื่อง

โปรดอย่ากระพริบตา(และกรุณาเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์เพื่อความปลอดภัย)

ท้ายสุด โปรดเข้าใจว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเล่า ท่านผู้อ่านอย่าได้เหมาเป็นเรื่องจริง(เป็นอันขาด)



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter