โทรศัพท์บ้านป๋า
พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยว่า มีการแอบดักฟังโทรศัพท์ที่บ้านป๋า-พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี แม้จะไม่ได้ถูกสื่อมวลชนขยายความเป็นข่าวใหญ่ เนื่องจากมีข่าวทักษิณตอบโต้กระบวนการยุติธรรมไทยด้วยการใช้หอการค้าไทย-จีนเป็นเวทีกลบอยู่ แต่ข่าวดังกล่าวก็ทำให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ชิดชัย วรรณสถิตย์ นั่งไม่ติดที่ ถึงขนาดต้องออกมาให้ข่าวปฏิเสธเป็นพัลวัน
แน่นอน ในการต่อสู้ทางการเมืองที่มีชีวิตและทรัพย์สินเป็นเดิมพัน ในสถานการณ์ขับไล่ทักษิณ ชินวัตร นั้น มิได้มีแต่เพียงการเมืองหน้าฉากที่เราเห็นกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือตามข่าวโทรทัศน์เท่านั้น
การเมืองที่เข้มข้นจริงๆ ล้วนเกิดขึ้นหลังฉาก หลังม่าน ไม่ว่าม่านนั้นจะสีเหลือง สีฟ้า หรือสีชมพู
ทุกฝ่ายล้วนเคลื่อนไหว เพื่อให้การเมืองขยับไปตามเกมที่ตัวเองต้องการทั้งสิ้น
นอกจากการนัดพบกันอย่างปิดลับ การรับประทานอาหารกันสองต่อสองแล้ว โทรศัพท์ยังเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการบัญชาการเกมที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง
โทรศัพท์ทำให้ผู้เล่นคนสำคัญไม่ต้องตกเป็นเป้าสายตาของนักข่าวและสาธารณะ
การเคลื่อนไหวเดินเกมจึงทำได้สะดวก
โทรศัพท์ไม่มีหลักฐานชัดเจน จึงยากจะยืนยันเมื่อเกิดการพลาดท่าเสียทีฝ่ายตรงข้าม
แม้การดักฟังโทรศัพท์อย่างผิดกฎหมายจะไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้
แต่การลักลอบดักฟังโทรศัพท์ของฝ่ายตรงข้าม ก็เป็นงานข่าวกรองที่ช่วยให้รู้ถึงความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายหนึ่งได้เป็นอย่างดี
อดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน เมื่อคราวต้องเจรจาต่อรองเรื่องโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมายกับกลุ่มซีพี ยังถึงขนาดต้องชวนรัฐมนตรีคมนาคม นุกูล ประจวบเหมาะ เข้าไปคุยในห้องน้ำ เพื่อป้องกันการดักฟังบทสนทนาในห้องทำงาน ซึ่งเชื่อว่ามีแน่ๆ
และเพื่อให้แน่ใจ ยังต้องเปิดน้ำกดชักโครกเสียงดังๆ เพื่อให้การดักฟังทำได้ยากขึ้น
การดักฟังโทรศัพท์จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่คนทำงานด้านข่าวกรอง รวมทั้งทหารและตำรวจ คุ้นเคยเป็นอย่างดี
ซึ่งเรื่องอย่างนี้มีหรือที่ผู้ใหญ่ระดับป๋าจะไม่ล่วงรู้
ที่คาดไม่ถึงน่าจะเป็นการแอบล้วงคองูเห่าเข้าไปติดเครื่องดักฟังถึงในบ้านพักย่านสี่เสาเทเวศร์มากกว่า
และน่าสงสัยว่าข้อมูลที่ได้จากการดักฟังโทรศัพท์นี้หรือไม่ ที่นำมาสู่การเปิดศึกชนผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรงของทักษิณ ชินวัตร
อันนำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์อยู่นานหลายสัปดาห์
ก่อนที่ป๋าจะออกมาขยับครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศกับนักเรียนนายเรือว่า
ไม่ให้ไหว้คนที่รวยแต่โกง
แหล่งข่าวระดับสูงเล่าว่า ท่ามกลางความร้อนแรงของอุณหภูมิการเมือง ผู้เล่นในเกมคนสำคัญมักจะได้รับโทรศัพท์สั่งการจากเสียงนุ่มๆ ที่คนคุ้นเคยดีเสมอ เกมหลายอย่างจึงเกิดจากการบัญชาการรบทางโทรศัพท์สลับการการร้องเพลงอย่างสงบ ประหนึ่งขงเบ้งนั่งบรรเลงขิมอยู่บนประตูเมือง
เมื่อการบัญชาการเริ่มลงรายละเอียดมากขึ้น เสียงตอบโต้จากนายกรัฐมนตรีถึงคนที่ไม่มีอำนาจแต่ชอบแอบสั่งราชการจึงดังขึ้น
นับเป็นการเปิดฉากเตือนฝ่ายตรงข้าม ถึงข้อมูลที่ตนเองล่วงรู้
ซึ่งทั้งหมดนี้ เทคโนโลยีการดักฟังโทรศัพท์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
แกนนำคนสำคัญในกลุ่มพันธมิตรจึงต้องพกโทรศัพท์มือถือกันคนละหลายๆ เครื่อง เพื่อป้องกันการดักฟังโทรศัพท์
แต่กระนั้น การดักฟังโทรศัพท์ก็ยังสามารถทำได้ ด้วยเครื่องมือเครื่องไม้ทั้งหลายที่รัฐบาลเป็นผู้ควบคุมอยู่ทั้งหมด
การเปิดเกมเรื่องโทรศัพท์จึงเป็นเหมือนการทิ้งไพ่ลงมาอีกหนึ่งใบ และเป็นการส่งสัญญาณโดยตรงถึงฝ่ายตรงข้าม
โดยมีประชาชนนั่งอ่านข่าวตาปริบๆ ฟังการกล่าวอ้างของฝ่ายโน้นทีฝ่ายนี้ที
โดยไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้ความจริง
นอกจากจะแอบดังฟังโทรศัพท์จากทั้งสองฝ่าย
หรือจนกว่าจะได้รับสายจากชายชราผู้มากบารมีนอกรัฐธรรมนูญ-คนนั้น



