Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
one ton
วันชัย ตัน


จดหมายถึงบุช

สัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นจะไม่มีข่าวการเมืองชิ้นใดร้อนแรงเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์เท่ากับข่าวที่คุณทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เขียนจดหมายไปหานายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาแล้ว อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วชวนให้นึกถึงบรรยากาศตอนที่บรรดานักวิชาการ ส.ว. และกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ทำรายงานถึงสหประชาชาติ กล่าวหาว่ารัฐบาลไทยได้ใช้ความรุนแรงต่อกรณีการฆ่าตัดตอนบรรดาผู้ต้องสงสัยว่าค้ายาเสพติด และผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้

บุคคลสำคัญในรัฐบาลมักจะใช้คำตำหนิติเตียนคนเหล่านี้อย่างรุนแรงว่า เอาเรื่องภายในประเทศไปฟ้องให้ต่างชาติฟังทำไม และมักจบลงด้วยประโยคแบบเย้ยหยันว่า

“เป็นคนไทยหรือเปล่า” หรือ “ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ”

อันที่จริงการเป็นคนไทยไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นหรือรายงานข้อเท็จจริงใดๆ ให้คนต่างชาติฟังได้

ประเด็นอยู่ที่ว่า เรื่องที่เล่าให้คนต่างชาติฟังนั้นเป็นเรื่องจริงที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นการเล่าประเภทเอาความดีให้ตัวเอง เอาความชั่วใส่คนอื่น

ยิ่งตัวเองมีตำแหน่งทางการเมืองในระดับสูง เป็นผู้นำรัฐบาลของประเทศที่มีเอกราช มีเกียรติภูมิมาช้านาน ยิ่งต้องระมัดระวังในการแสดงออกในฐานะตัวแทนของประเทศ

ผมอ่านจดหมายที่คุณทักษิณเขียนถึงคุณบุชแล้ว ขอใช้สิทธิความเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่งแสดงความรู้สึกว่า

อับอายเหลือเกินที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีที่มีวุฒิภาวะเพียงแค่นี้

คนที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้อย่างมีวิจารณญานแล้วคงมีความรู้สึกเช่นกันว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่อยู่ดีๆ ผู้นำประเทศของเราจะต้องเขียนจดหมายเพื่อเล่าปัญหาภายในประเทศที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนให้ผู้นำประเทศคนอื่นฟัง

เราคงนึกภาพไม่ออกว่า อยู่ดีๆ คุณบุชจะเขียนจดหมายมาเล่าให้คุณทักษิณฟังอย่างเป็นทางการว่า เขาอัดอั้นใจและโกรธแค้นเพียงใด ที่มีคนหลายหมื่นคนเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลสหรัฐ กรณีที่รัฐบาลของเขาส่งทหารไปตายที่อิรักหลายพันคน

คุณทักษิณคงไม่ได้จดหมายจากอดีตนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ที่ระบายความในใจจากกรณีรัฐมนตรีของตัวเองพัวพันกับการคอร์รัปชั่น จนตัวเองต้องแสดงสปิริตทางการเมืองโดยการลาออกจากตำแหน่ง

คุณฌากส์ ชีรัก ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส แม้จะสนิทสนมเพียงใดกับคุณทักษิณ แต่ก็คงไม่เขียนจดหมายเล่าเรื่องกรณีที่เกิดการจลาจลเผารถยนต์นับร้อยคัน จากกลุ่มวัยรุ่นผู้ชุมนุมประท้วงในกรุงปารีส

เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องกิจการภายในของแต่ละประเทศ และผิดมารยาททางการทูตอย่างยิ่งที่ผู้นำรัฐบาลจะเที่ยวเขียนจดหมายไปฟ้องใครต่อใครในเมืองนอก

แต่คุณทักษิณเขียนจดหมายไปฟ้องประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว

เนื้อความในจดหมายพอจะสรุปได้ว่า เป็นการเขียนไปฟ้องลูกพี่ใหญ่ว่า ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เป็นเพราะมีภัยคุกคาม

“นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา ได้เกิดมีภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยขึ้นในประเทศไทย สถาบันหลักของประชาธิปไตยไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง และธรรมเนียมปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยข้อจำกัดของรัฐบาล ได้ถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยกลุ่มผลประโยชน์ที่ต้องพึ่งพาการสร้างความโกลาหล และการชุมนุมประท้วงตามท้องถนนในกรุงเทพฯ เป็นวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง ที่กลุ่มเหล่านี้ไม่อาจได้รับด้วยการได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง เนื่องเพราะล้มเหลวในอันที่จะกระพือให้เกิดความรุนแรงและความปั่นป่วนขึ้นมาได้”

“ฝ่ายตรงกันข้ามของข้าพเจ้าในเวลานี้ ก็กำลังพยายามหันมาใช้ยุทธวิธีนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญหลายรูปแบบ เพื่อบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน...”

อันที่จริงการที่มีคนเรือนหมื่นเรือนแสน ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนอย่างสงบติดต่อกันหลายเดือนนั้น คงไม่ใช่ภัยคุกคามของประชาธิปไตย แต่เป็นภัยคุกคามคุณทักษิณและพวกพ้องเสียมากกว่า

เพราะคุณทักษิณคงไม่ได้อธิบายให้คุณบุชฟังว่า สาเหตุที่มีคนออกมาเดินขบวนนั้นเป็นเพราะความไม่โปร่งใสในการขายหุ้น 75,000 ล้านบาทของบริษัทชินคอร์ป โดยไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว

ทำไมเรื่องการทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัดถุระเบิดซีทีเอ็กซ์นั้น จึงกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง ไม่รวมปัญหาการคอร์รัปชั่นมากมายของรัฐบาลชุดนี้

ทำไมจึงมีเรื่องอื้อฉาวตลอดเวลาว่า รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงการตั้งบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ป.ป.ช. และเรื่องฉาวโฉ่ในคณะรัฐบาลอีกหลายกรณี

คุณทักษิณไปฟ้องคุณบุชว่า ศาลใช้ข้อพิจารณาเชิงเทคนิค ให้การเลือกตั้งเมื่อ 2 เมษายน เป็นโมฆะ แต่ไม่เคยบอกว่ารัฐบาลของคุณทักษิณใช้เล่ห์เพทุบาย ใช้อำนาจรัฐและร่วมมือกับ กกต.ชิงความได้เปรียบอย่างไรในการชิงยุบสภาและจัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอย่างไร จนบรรดาพรรคฝ่ายค้านทนไม่ไหวต้องบอยคอตการเลือกตั้ง และส่งผลให้การเลือกตั้งที่ผ่านมามีประชาชนมาใช้สิทธิโนโหวตสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 10 ล้านคน

จดหมายฉบับที่ส่งถึงคุณบุชคงมีเนื้อความคล้ายกับจดหมายที่ส่งให้ผู้นำประเทศอื่นๆ อันเป็นวิธีการของคุณทักษิณที่ต้องการเล่าข้อเท็จจริงเพียงด้านเดียว

เป็นการสื่อสารทางเดียวไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตนต้องการจะสื่อสาร

ไม่ต่างจากการเปิดประเด็นถึงคำว่า “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” ให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ฟัง จนสั่นสะเทือนผู้คนไปทั้งประเทศ

แต่เมื่อมีคนสงสัย เมื่อสื่อมวลชนตั้งคำถาม จะไม่ได้ยินคำตอบใดๆ จากคุณทักษิณเลย

เพราะคุณทักษิณตั้งใจเลือกที่จะพูดกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการออกรายการวิทยุทุกวันเสาร์ หรือการเขียนจดหมายไปถึงผู้นำประเทศ แต่จะไม่ยอมตอบคำถามใดๆ โดยเฉพาะกับนักข่าว

ดังนั้น เมื่อคนถามว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญคือใคร

หรือจดหมายที่เขียนไปถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เหตุใดจึงลงท้ายชื่อตัวเองว่า Prime Minister of Thailand แทนที่จะเป็น The Kingdom of Thailand ตามธรรมเนียมทางการทูตที่เป็นปฏิบัติกันมา

คำตอบคือความเงียบ

หรือจะเป็นความเงียบของท้องทะเลก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 16 กรกฎาคม 2549



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter