เสียงจาก open
- ปกป้อง จันวิทย์ -
ท่านผู้อ่านที่เคารพ
ผมเขียน open here ชิ้นนี้ ในวันที่ open online มีอายุครบ 7 เดือนพอดิบพอดี หากนับตั้งแต่วันที่ทีมงานริก่อการอย่างจริงจัง ก็ 9 เดือนกว่า ที่ผ่านมา ผมเคยเขียนพูดคุยกับท่านผู้อ่านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเพียงครั้งเดียว วันนี้เลยขอถือโอกาสเล่าเรื่อง open online ในช่วงที่ผ่านมา และก้าวต่อไป อีกสักครั้ง
เริ่มต้น คงต้องบอกว่า ‘เราสบายดี’ ครับ เรี่ยวแรงยังดีกันอยู่ ท่านผู้อ่านยังไม่ต้องเป็นห่วง
ณ วันนี้ open online เริ่มลงตัวและอยู่ตัวแล้ว ทั้งยังแอบเติบโตขึ้นตามสภาพ เนื้อหาส่วน october, open house และ open dragon ก็เปิดให้เข้าชมได้แล้ว ร้าน openbooks shop ก็เปิดให้บริการออนไลน์แล้ว ทาง http://www.onopenbooks.com ท่านสามารถเลือกซื้อหนังสือทุกเล่มของสำนักพิมพ์ openbooks ได้ในราคาลด 15% ส่งฟรีถึงบ้าน ด้านตัวนิตยสาร open online เองก็มีคอลัมน์เพิ่มขึ้นจาก 30 คอลัมน์ ในวันแรก เป็น 50 คอลัมน์ ในปัจจุบัน
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ ย่อมหมายถึงงานที่เพิ่มมากขึ้น โชคดีที่ในช่วงหลัง คุณภิญโญส่งคุณกิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์ แห่ง openbooks มาช่วยผมทำ open online อย่างเต็มตัว เวลานี้กิตติพงศ์จึงเป็นกำลังหลักที่คอยขับเคลื่อน open online อย่างมิอาจขาดได้
เนื้อหาของ open online ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องใหม่สด ไม่เคยลงพิมพ์ที่ใดมาก่อน ซึ่งนักเขียนหลายท่านส่งตรงถึง open online เป็นการเฉพาะ ซึ่งทางทีมงาน ต้องขอขอบพระคุณท่านเหล่านั้นอย่างที่สุดด้วยใจคารวะ อย่างที่เคยบอกแล้วว่า open online เป็นงานลงแขก เขียนฟรี ทำฟรี อ่านฟรี ไม่มีโฆษณา อยู่ได้ด้วย ‘ใจ’ เป็นสำคัญ
อีกส่วนหนึ่ง เป็นเนื้อหาแห้งที่เคยตีพิมพ์มาก่อนแล้ว แต่รวบรวมให้อ่านกันอีกครั้ง open online กลายเป็นกรุต้นฉบับของคอลัมนิสต์หลายท่าน บางท่านก็นำคอลัมน์ที่ตีพิมพ์ที่อื่นแล้ว มาปรับปรุงเนื้อหาเพิ่ม เติมอ้างอิง เป็น author’s cut เก็บไว้ที่นี่ เนื่องด้วย สื่ออินเทอร์เน็ตมิต้องกังวลเรื่องความยาว เหมือนสื่อสิ่งพิมพ์กระดาษ ต้องขอขอบพระคุณนักเขียนทุกท่านอย่างสูงเช่นกันที่มอบต้นฉบับให้เรา
แรกเริ่มเดิมที เราตั้งใจทำ open online ให้ใกล้เคียงนิตยสาร OPEN ฉบับกระดาษ นั่นคือ เป็นนิตยสารรายเดือน บอกต่อกันว่า อัพบทความกันเดือนละครั้งจะเป็นการดี แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้เคร่งครัด ไม่ได้ตามทวงต้นฉบับกันจริงจัง ปล่อยไปตามธรรมชาติ และตามจังหวะชีวิตของนักเขียนแต่ละท่าน ช่วงไหนใครงานมาก ก็อาจจะหายหน้าหายตากันไปบ้าง ช่วงไหนคันมือคันใจมาก ต้นฉบับก็พรั่งพรู
ตื่นเต้นกันทั้งคนทำ ทั้งคนอ่าน เพราะไม่รู้แน่ว่า วันไหนคือวันดีคืนดี ที่ต้นฉบับของนักเขียนในดวงใจจะเดินทางมาถึง เวลาเช้า(สาย)หลังตื่นนอนของผม จึงเป็นเวลาแอบสนุกเล็กๆ เพราะได้ลุ้นทุกวันว่า วันนี้จะมีต้นฉบับของใครมานอนรออยู่ใน mailbox
ข้อดีอีกประการหนึ่งของสื่ออินเทอร์เน็ตก็คือ ต้นฉบับมาถึงทีมงานเมื่อไหร่ เราสามารถนำลงตีพิมพ์(อัพโหลด)ให้ท่านได้อ่านกันทันทีทันใจ เช่นนี้ open online จึงไม่มีเลขที่เล่ม ไม่มีกำหนดวางแผง(ตีพิมพ์) เพราะเราอัพเดทเว็บกันสม่ำเสมอแทบทุกวัน
ในช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นเมษายน 2549 ความรู้สึกใจหายใจคว่ำเริ่มมาเยือน ด้วยอัตราการไหลเข้าของต้นฉบับช้าลงผิดจากช่วงก่อนหน้า ขณะที่สต็อกต้นฉบับอันน้อยนิดเริ่มหมด เกรงว่าจะเริ่มเป็นสัญญาณขาลงของ open online ปรึกษากับคุณภิญโญยังไม่ทันคิดทางแก้ออก การณ์ก็กลับมาเป็นปกติตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์เป็นต้นมา เดากันว่า คอลัมนิสต์ส่วนใหญ่ใจจดจ่อกับสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในขณะนั้น จนไม่เป็นอันขีดอันเขียน บ้างก็ไปร่วมเปล่งเสียงตะโกน บ้างกลายเป็นตัวละครสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย บ้างก็บ่นว่าหดหู่เสียจนเขียนอะไรไม่ออก
จุดพลิกผันอยู่ที่วันหนึ่งในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ไม่รู้ฟ้าฝนใดดลใจ ผมได้ต้นฉบับ 10 ชิ้น จากนักเขียน 10 คน พร้อมกันในวันเดียวโดยมิได้นัดหมาย เหตุการณ์เล็กๆ นี้ทำเอาบรรณาธิการสมัครเล่นตื้นตันใจเป็นที่สุด ดีใจเป็นล้นพ้นจนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง หลังจากนั้น ต้นฉบับก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเรื่อยๆ ด้วยอัตราคงที่ดังเดิม แม้ไม่วูบวาบ แต่ก็มีอัพให้อ่านกันเรื่อยๆ แทบทุกวัน
ตลอด 7 เดือน ที่ผ่านมา ของ open online ผมต้องขอขอบพระคุณนักเขียน 2 ท่าน และอีก 1 ทีมงาน เป็นพิเศษ เพราะท่านเหล่านั้นเป็นกำลังหลักสำคัญของ OPEN ในยุค online ด้านนักเขียนทั้งสอง นอกจากจะเขียนคอลัมน์ให้เราอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเนื้อหาเข้มข้น และลีลาสุดสดแล้ว ยังปลีกเวลาเขียน open special หรือ open feature ให้เราสม่ำเสมอ ส่วนอีก 1 ทีมงาน ก็ส่งต้นฉบับหลากหลาย คุณภาพสูง ให้เรามิเคยขาด ด้วยความถี่ระดับที่ต้องชื่นชม
นักเขียนท่านแรกคือ คุณสฤณี อาชวานันทกุล เจ้าของคอลัมน์ ‘คนชายขอบ’ และคอลัมน์ใหม่เอี่ยม ‘ล่องโลกาภิวัตน์’ คุณสฤณีใช้พลังงานที่ไม่มีวันหมดของเธอผลิตงานเขียนดีๆ มาหล่อเลี้ยง open online ตลอดมา สำนักพิมพ์ openbooks นำคอลัมน์ ‘คนชายขอบ’ ของเธอมารวมเล่มแล้ว ในชื่อ ‘To Think Well is Good, To Think Right is Better’ (สารภาพว่า เวลาเขียนถึง ผมต้องเปิดดูโพยทุกที เพราะชื่อยาวเหลือเกิน จำไม่ได้สักทีว่า คิดดี หรือคิดถูก อันไหนมันดีกว่า – ฮา) และเร็วๆ นี้ เตรียมพบกับหนังสือเล่มใหม่ของเธอ เกี่ยวกับประสบการณ์เดินทางยังประเทศภูฏาน ผสมกับเรื่องเล่าว่าด้วยเศรษฐกิจ การเมือง และประวัติศาสตร์ ของภูฏาน
ใครเป็นแฟนบล็อก ‘คนชายขอบ’ ของคุณสฤณี คงทราบว่า คุณสฤณีเขียนบล็อกเล่าเรื่องภูฏานด้วยมุมมองไม่เหมือนใคร ให้อ่านกันแล้ว 6 ตอน แต่พอกระแสเจ้าชายในฝันโด่งดัง หลายสำนักพิมพ์เลยแห่กันผลิตหนังสือภาพเจ้าชายและประเทศภูฏานมาขายกันจนล้นแผง หนังสือเถื่อนเล่มหนึ่ง (ที่เรียกเช่นนั้น มิได้เกินเลย เพราะว่าไม่ได้ระบุชื่อผู้ผลิต หนำซ้ำยังปลอมเลข ISBN ด้วย) ไปขโมยภาพและเนื้อหาบางส่วนในบล็อกของเธอไปหากินอย่างหน้าเหลี่ยม เอ๊ย หน้าด้าน
มุมมืดของอินเทอร์เน็ตใช่จะมีแต่เรื่องนี้ วันก่อนขณะท่องเว็บ ผมไปเจอเว็บไซต์หนึ่งเข้าโดยบังเอิญ เว็บไซต์นี้ไปก็อบบทความเศรษฐกิจการเมืองของนักวิชาการหลายคนจากหลายเว็บซึ่งเปิดให้ผู้คนอ่านกันฟรี แล้วเอามาเก็บตังค์จากสมาชิกบทความละ 5 บาท 10 บาท โดยไม่เคยขออนุญาตจากเจ้าของงานเขียนแม้แต่น้อย (ที่รู้เพราะมีงานของผมกับเพื่อนอยู่ด้วย) ถ้าส่งต่อให้อ่านกันฟรี หรือก็อบไปโพสต์ในเว็บในบล็อกตัวเองให้คนอื่นอ่านต่อฟรีๆ ก็ไม่มีปัญหา เป็นการกระจายความรู้แบ่งปันกันให้ทั่ว แต่นี่ทำตัวเป็นเสือนอนกิน เอาของฟรีจากชาวบ้านไปหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแบบหนา หนา
ไม่รู้คนพวกนี้ ไปติดโรคเหลี่ยมจัดและหน้าหนามาจากใคร
กลับมาเข้าเรื่องของเราอีกทีหนึ่ง
อีกท่านที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษคือ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์หนุ่ม(โสด)แห่งคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนี้เรียนปริญญาเอกอยู่ ณ ฝรั่งเศส เจ้าของคอลัมน์ ‘นิติรัฐ’ ผู้นี้ วิเคราะห์การเมืองและกฎหมายอย่างเฉียบคมและเปี่ยมหลักการ ให้เราอ่านกันตลอดช่วงวิกฤตการเมือง แถมช่วงบอลโลก ยังกลายมาเป็นนักเตะหลักของทีม open field อีกคน
พูดถึงคอลัมน์ open field ขอแจ้งข่าวหน่อยว่า แม้บอลโลกจะปิดฉากไปพร้อมกับลูกโขกชะโดตีแปลง open field จะยังไม่ปิดสนาม แต่จะเปลี่ยนเนื้อหาเป็นคอลัมน์กลางให้เหล่านัก(ชอบดู)บอลชาว OPEN เขียนวิพากษ์วิจารณ์โลกลูกหนังกันต่อ โดยเฉพาะการแข่งขันพรีเมียร์ลีก แต่ถ้าดูจากคนเขียนแล้ว บอกว่าโดยเฉพาะหงส์แดงอาจจะถูกกว่า (ฮา)
ส่วนอีกหนึ่งทีมงานที่ต้องขอบพระคุณเป็นพิเศษ คงเป็นใครไปเสียมิได้ นอกจาก ทีมงานฟิล์มไวรัส เจ้าของคอลัมน์ Artvirus นำทีมโดยคุณสนธยา ทรัพย์เย็น และสมาชิกอีกมากหน้าหลายตา ไล่ชื่อไม่หมด คุณสนธยาเป็นผู้คัดสรรบทความศิลปะดีๆ มาฝากผู้อ่าน open online อย่างสม่ำเสมอ ทั้งบทวิจารณ์ภาพยนตร์ หนังสือ ละครเวที ละครหุ่น และงานศิลปะ สร้างความคึกคักให้ open online ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน ไม่เคยขาด
พูดถึงนักเขียนแล้ว open online เป็นเวทีของคอลัมนิสต์ใหม่มากหน้าหลายตา ซึ่งท่านผู้อ่านอาจจะไม่คุ้นลายมือมาก่อน
คุณสฤณี และอาจารย์ปิยบุตร คงรู้จักกันแล้ว ผมขอแนะนำ เริ่มจาก คุณอติรุจ ตันบุญเจริญ เจ้าของคอลัมน์ ‘ด้วยเหตุด้วยผล’ นักกฎหมายคนเก่งคู่หูของอาจารย์ปิยบุตร คอลัมน์นี้เน้นกฎหมายมโนสาเร่ ที่กระทบคนเดินถนนอย่างเราๆ รวมถึงมุมมองเชิงประวัติศาสตร์ของกฎหมายไทย คุณภิญโญอ่านแล้ว ชี้นิ้วชมเปาะว่า เราชอบมาก
ต่อมา คุณแทนไท ประเสริฐกุล หลังจากโด่งดังจาก Yeebud Diary จนกลายเป็นหนังสือเล่ม ‘โลกนี้มันช่างยีสต์’ คุณแทนไทก็ตอบรับคำชวนมาเปิดคอลัมน์ ‘คนค้นสัตว์’ ที่ open online เป็นที่แรก ล่าสุดวีรกรรมทำเพื่อ open ของคุณแทนไทก็คือ ส่งต้นฉบับตอนใหม่ความยาว 80 หน้ากระดาษมาให้ เราต้องเปลี่ยนแผนมาทยอยตีพิมพ์เป็นตอนทุกสัปดาห์ ในชื่อ ‘ปรากฏการณ์ก็อบลวงโลก’ เป็นบทความชีววิทยาที่ยีสต์ที่สุดจนไม่อยากให้พลาดกัน
คนถัดมา ‘ยอดมนุษย์หญิง’ เจ้าของคอลัมน์ ‘Living in a Vat’ ซึ่งกำลังเรียนปริญญาเอกวิชาปรัชญาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ยอดมนุษย์หญิงนำประเด็นทางปรัชญามาชวนคุยด้วยภาษาง่ายๆ น่ารักๆ อ่านสนุก เป็นกันเอง
ตามด้วย คอลัมน์ ‘www.i’ ของอาจารย์จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญผล แห่งภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับเป็นคอลัมน์เทคโนโลยีคอลัมน์แรกตั้งแต่ OPEN ถือกำเนิด คอลัมน์ของอาจารย์จิตร์ทัศน์ นอกจากเนื้อหาสาระหนักแน่นแล้ว ยังอ่านสนุก และสามารถเชื่อมโยงเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับประเด็นทางสังคมได้อย่างน่าสนใจ
ส่วนแฟน open ที่ชอบดูหนัง คงตกหลุมรักคอลัมน์ ‘ดูหนังอย่างคนป่วย’ ของวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศาไปแล้ว คุณวิวัฒน์เป็นหนึ่งในทีมงานฟิล์มไวรัส เป็นเจ้าของบล็อก filmsick ว่างจากการจ่ายยาให้คนไข้ คุณวิวัฒน์ก็ไม่รีรอส่งบทวิจารณ์หนังดีๆ ให้เราอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อนักเขียนใหม่เหล่านี้ มาร่วมทีมกับ นักวิชาการ นักเขียน ศิลปิน ซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว แต่เพิ่งมาร่วมแจมเป็นคอลัมนิสต์ OPEN ในยุค online อย่าง อาจารย์สุวินัย ภรณวลัย, อาจารย์วิมุต วานิชเจริญธรรม, อาจารย์ภาวิน ศิริประภานุกูล ซึ่งมาพร้อมกับคุณ ณ พัฒน์ ดร.เศรษฐศาสตร์หนุ่ม เพื่อนร่วมคอลัมน์ ‘มองขวา’, คุณบุญชิต ฟักมี, คุณโลเล, คุณหนุ่ม หนังสือเดินทาง, คุณพอล เฮง, คุณดวงฤทัย เอสะนาชาตัง รวมถึง ‘ทีมข่าวอิสระ’ เจ้าของคอลัมน์เบื้องลึกเบื้องหลังการเมืองไทย ...
และอดีตทีมงาน ชาว OPEN อย่าง คุณวัฒนชัย วินิจจะกูล, คุณปราบดา หยุ่น, คุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์, คุณศุภชัย เกศการุณกุล, คุณสมิทธิ ธนานิธิโชติ, คุณนราวุธ ไชยชมภู ...
รวมถึง คอลัมนิสต์เก่าประจำ OPEN อย่าง คุณวันชัย ตัน, คุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์, คุณพิมพกา โตวิระ, คุณวินทร์ เลียววาริณ, อาจารย์ไชยันต์ ไชยพร, อาจารย์พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์, คุณโตมร ศุขปรีชา, คุณมุกหอม วงษ์เทศ, คุณวาด รวี, อาจารย์อภิชาต สถิตนิรามัย, คุณนรเศรษฐ หมัดคง, คุณสุริยะใส ตกะศิลา, คุณเผ่าจ้าว กำลังใจดี และการกลับมาอีกครั้งของ คุณ ‘นรา’ ...
ปิดท้ายด้วย คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บรรณาธิการ OPEN และ openbooks
open online ก็กลายเป็นเวทีผสมผสานระหว่างนักเขียนมากประสบการณ์ รุ่นใหญ่ และรุ่นกลาง เข้ากับนักเขียนรุ่นใหม่ เป็นเวทีความคิดของคอลัมนิสต์หลายหลายอาชีพ หลายมุมมอง ซึ่งผสมรวมกันกลายเป็น ‘ห้องสมุด’ ในไซเบอร์สเปซ แห่งใหม่
หากไม่มีคอลัมนิสต์เหล่านี้ก็ไม่มี open online ในวันนี้ เช่นเดียวกับ ท่านผู้อ่านที่ติดตามผลงานของเราตลอดมา ถึงนาทีนี้ 7 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เยี่ยมชม open online แล้วทั้งสิ้นเกือบ 150,000 คน เฉลี่ยแล้วตกวันละ 600 กว่าคน
หากท่านมีข้อติติงหรือคำแนะนำ ก็เขียนจดหมายมาหาเราได้ที่ pinyopen(at)yahoo.com เช่นเดียวกับท่านผู้อ่านที่ต้องการร่วมสนุกด้วยการส่งงานเขียนทุกรูปแบบ ไม่จำกัดความยาว ก็สามารถส่งมาได้เช่นกัน เราเปิดพื้นที่ open center รอไว้แล้ว ส่วนเรื่องการพิจารณาลงตีพิมพ์ ขออนุญาตสงวนสิทธิ์ไว้เป็นของทีมงานครับ
เมื่อ open online ยังสุขภาพดีอยู่ ผมก็ขอแจ้งข่าวดี ให้ท่านทราบ 3 เรื่อง
เรื่องแรก เตรียมพบกับ OPEN 52 ในรูปแบบ pocketbook ตามร้านหนังสือในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครับ คุณภิญโญรับประกันคุณภาพและความงามเช่นเดิม
เรื่องที่สอง ขอแจ้งด้วยความตื่นเต้นว่า คุณชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ และคุณศุ บุญเลี้ยง จะมาประจำการ เปิดคอลัมน์ใหม่ล่าสุด 2 คอลัมน์ ใน open online ราวต้นเดือนสิงหาคม 2549
ทั้งคู่บอกว่า เป็นคอลัมน์สด เขียนใหม่ให้ open online เป็นการเฉพาะ สำหรับทั้งสองท่าน คงมิต้องเอ่ยคำใดให้มากความ เอาเป็นว่า นับถอยหลังด้วยใจระทึกกันดีกว่า
และเรื่องสุดท้าย เมื่อชุมชน OPEN ที่เป็นนิตยสารออนไลน์ พออยู่ได้ และมีความลงตัวในระดับหนึ่งแล้ว เราก็อยากจะขยับขยาย ไปทดลองโมเดลใหม่ของสื่อวิทยุทางเลือกบ้าง
ใช่แล้วครับ ... เรากำลังคิดที่จะจัดรายการออนไลน์กันทางเว็บ onopen.com คุณภิญโญตั้งชื่อมันว่า ‘open voice’
เป็น ‘เสียง’ จากชุมชน OPEN
เป็น ‘เสียง’ ที่เปิดกว้าง เสรี ตรงไปตรงมา และรื่นรมย์
ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เรากำลังร่วมคิดกันอยู่ ทั้งเรื่องรูปแบบ เนื้อหา และเทคนิค ถ้ามีข่าวคืบหน้า จะแจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบเป็นระยะๆ
ไม่แน่ว่า ปลายปีนี้ ท่านอาจจะได้ยิน ‘เสียง’ จาก OPEN



