Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
มองขวา
ภาวิน ศิริประภานุกูล + ณ พัฒน์


พ่อบุญทุ่ม

- ณ พัฒน์ -


เมื่อเดือนที่แล้ว หลายๆคนคงได้ยินข่าว คุณ Bill Gates อภิมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท Microsoft ยักษ์ใหญ่แห่งวงการซอฟท์แวร์ ออกมาประกาศลาออกจากงานประจำในบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นมา โดยให้เหตุผลว่า ต้องการทุ่มเทเวลาให้การบริหารงานมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation ซึ่งเขาและภรรยาตั้งขึ้นมาเพื่อการกุศลอย่างเต็มตัว คนที่ได้ฟังข่าวนี้คงต้องสงสัยแน่ๆ ว่าทำไม Bill Gates ถึงกับยอมลงทุนลาออกจากงานประจำไปทำงานการกุศลนะ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน โลกก็ตะลึงอีกครั้งเมื่อได้ยินข่าว คุณ Warren Buffett อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก (รองจากคุณ Bill Gates นั่นเอง) วัย 75 ปี เจ้าของสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 4.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ก็แค่ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท) ประกาศยกสมบัติที่มีมูลค่าทั้งหมดประมาณ 3.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) ให้เป็น “ของขวัญ” แก่มูลนิธิที่ว่า เงินบริจาคนี้มีมูลค่ามากกว่าเงินที่ Bill Gates บริจาคให้แก่มูลนิธิตัวเองเสียอีก (แต่ Bill Gates ยังมีสมบัติเหลือจะบริจาคได้อีกเยอะครับ)

ถ้าเทียบกับพ่อบุญทุ่มที่โด่งดังในอดีตอย่าง John D. Rockefeller (หลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อทุน Rockefeller มาแล้วแน่ๆ) หรือ Andrew Carnegie (ผู้บริจาคเงินก่อตั้งมหาวิทยาลัยและโรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและสก็อตแลนด์) แล้วเงินบริจาคของ Warren Buffett นี่กินขาดครับ

แต่แทนที่จะยกสมบัติให้มูลนิธิก้อนใหญ่ๆก้อนเดียว Warren Buffett สัญญาว่าจะโอนหุ้นในบริษัท Berkshire Hathaway บริษัท holding ที่เขาก่อตั้งขึ้นมาให้แก่มูลนิธิ ทุกๆปี โดยเริ่มจากห้าแสนหุ้นในปีนี้ (ทุกวันนี้หุ้นของบริษัท Berkshire Hathaway มีค่าหุ้นละประมาณสามพันเหรียญสหรัฐ ก็คิดเป็นเงินประมาณ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐครับ) และจำนวนหุ้นที่จะยกให้จะลดลงไปเรื่อยๆร้อยละห้าต่อปี แม้ว่าจำนวนหุ้นจะลดลง แต่ถ้าราคาหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละหกต่อปี มูลค่าของเงินบริจาคก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และ Warren Buffett เองเชื่อว่าผลตอบแทนจากหุ้นบริษัทฯ น่าจะเกินกว่านั้น และมีความเสี่ยงของผลตอบแทนไม่น่าจะมีมาก เนื่องจากการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนของบริษัทฯ

แต่ Warren Buffett มีเงื่อนไขสามข้อในการยกสมบัติให้ในครั้งนี้ ข้อแรกคือ Bill หรือ Melinda (คนใดคนหนึ่ง) จะต้องมีชีวิตอยู่ และดูแลการดำเนินการของมูลนิธิอย่างใกล้ชิด ข้อสองมูลนิธิฯต้องดำรงสถานะเป็นมูลนิธิการกุศล และข้อสุดท้ายคือมูลนิธิต้องบริจาคเงินออกไปในแต่ละปี ไม่น้อยกว่าเงินที่ Warren Buffett มอบให้บวกกับอีกร้อยละห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของมูลนิธิฯ

สรุปแล้วก็คือ Warren Buffett ต้องการให้ Bill Gates และภรรยาเป็นผู้ดูแลการใช้จ่ายเงินบริจาคของเขา และต้องการให้เงินบริจาคที่ให้ในแต่ละปีให้หมด โดยไม่ต้องการให้เงินบริจาคไปโปะทำให้มูลนิธิฯ ดูยิ่งใหญ่แต่เพียงอย่างเดียว

คนที่รู้จัก Warren Buffett คงไม่แปลกใจกับเงื่อนไข และรูปแบบการให้เงินบริจาคของเขา เพราะ Warren Buffett นั้นเป็นนักลงทุนมืออาชีพ สร้างฐานะมาจากการลงทุนแท้ๆ คิดดูว่าจดหมายที่เขาเขียนถึงผู้ถือหุ้นในแต่ละปีนั้น มีการรวมเล่มเอามาเป็นหนังสือคู่มือสอนการลงทุนได้เลยครับ

หลักสำคัญในการลงทุนอันหนึ่งของ Warren Buffett ก็คือการเลือกซื้อหุ้นในบริษัทที่มีโอกาสเติบโตสูง และราคาของหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เพราะเขาเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว เขามักจะซื้อหุ้นเพื่อครอบงำกิจการ เพื่อที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบริษัทได้ แต่เขาจะไม่เข้าไปยุ่งกับการบริหารงานของบริษัท เพียงแต่จะเลือกผู้ที่มาบริหารบริษัท และคอยบริหารด้านการเงินผ่านทาง holding company เท่านั้น เพราะเขาเชื่อว่าหน้าที่ที่เขาทำได้ดี คือนักลงทุน ไม่ใช่นักบริหารงาน และมีเชื่อมั่นในความสามารถของผู้บริหารที่ดี

พอถึงเวลาที่เขาจะบริจาคเงินก้อนใหญ่ของเขาเอง เขาก็เลือกที่จะบริจาคเงินผ่านมูลนิธิที่เขามั่นใจว่าจะสามารถใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลงานเป็นที่น่าไว้วางใจ และมีผู้บริหารที่เขาเชื่อใจ และเงินบริจาคก้อนนี้ก็มีความสำคัญต่อ Bill Gates ขนาดที่เขายอมทิ้งงานประจำที่บริษัทของตัวเองมาเพื่อบริหารงานมูลนิธิเลยทีเดียวครับ

แต่คิดๆดูแล้้ว หลังจากรับเงินมา งานของมูลนิธิฯ ก็น่าจะเป็นงานที่ท้าทายพอๆกับบริหารงานบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ได้เลย เพราะว่าเงื่อนไขของเงินบริจาคจะทำให้มูลนิธิเพิ่มยอดเงินบริจาคเป็นเกือบสองเท่าของยอดปกติ ไปเป็นปีละประมาณสามพันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (หรือประมาณร้อยเหรียญต่อวินาที!)

และสิ่งที่ท้าทายพอๆกับการหาเงินมาบริจาค คือปัญหาว่าจะใช้เงินบริจาคก้อนมหาศาลนี้อย่างไรให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด

ทุกวันนี้มูลนิธิฯ มีจุดมุ่งหมายในการใช้เงินค่อนข้างชัดเจน และจำกัดในขอบเขตการใช้เงิน โดยมุ่งเน้นการบริจาคไปในสี่ด้านหลัก คือ การศึกษา (ด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส และการพัฒนาโรงเรียน และห้องสมุด) การสาธารณสุข (การให้เงินอุดหนุนการทำวิจัยเพื่อค้นหาวัคซีน และยารักษา โดยเฉพาะโรคที่เกิดกับคนยากจน เช่นโรคในเขตร้อน) และการให้เงินช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอื่นๆ (เช่น คราวที่เกิด tsunami หรือแผ่นดินไหว) และการพัฒนาพื้นที่เขต pacific northwest ซึ่งรวมถึงรัฐ Washington ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัท Microsoft

ที่เล่ามานี้ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อให้ไปสมทบทุนกับมูลนิธิเขานะครับ แต่ว่าอยากชี้ให้เห็นว่า มันคงไม่ง่ายแน่ๆที่จะบริหารจัดการยอดเงินบริจาคมหาศาลขนาดนี้ แน่นอนว่ามูลนิธิคงเอาเงินไปใช้เองไม่ได้ แต่คงต้องให้่เงินผ่านคนอื่นและโครงการต่างๆ แต่การคัดเลือก บริหาร ควบคุม และวัดผล ของโครงการเหล่านี้ คงเป็นงานหนักพอดูเลยทีเดียว

ในขณะเดียวกันการควบคุมดูแลเป้าหมายและทิศทางของมูลนิธิคงต้องเป็นหน้าที่ของ Bill Gates ที่ต้องพิสูจน์ฝีมือให้เจ้าของเงินบริจาค และชาวโลก ดูกันละครับ ว่าจะมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างที่เขาตั้งใจไว้ได้หรือไม่

อย่างที่ผมเล่าไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน ระบบเศรษฐกิจแบบที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ ทำให้เกิดช่องว่างในการจัดหาสินค้าบางอย่าง เช่น ยารักษาโรคเขตร้อนทั้งหลายอย่าง มาลาเรีย เอดส์ หนอนพยาธิ ไข้เหลือง ฯลฯ คนที่เป็นโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนจน ไม่มีเงินซื้อยาในราคาแพงๆ ในขณะที่กระบวนการค้นคว้ายารักษาโรคต้องใช้ทุนสูง บริษัทยาทั้งหลายจึงไม่อยากจะลงทุนมากๆเพื่อขายยาในราคาถูกๆ การค้นคว้าวิจัยยารักษาโรคเหล่านี้ จึงหยุดชะงัก โรคเขตร้อนทั้งหลายจึงเป็นปัญหาเรื้อรัง และทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน

ก็ได้แต่หวังละครับว่า เงินบริจาคจากผู้ใจบุญทั้งหลายเหล่านี้ละครับ จะช่วยอุดช่องว่างในการจัดหาสินค้าเหล่านี้ และทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 กรกฎาคม 2549



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter