Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
จับกระแสข่าวร้อน
ทีมข่าวอิสระ


Post-Prime ministerial Syndrome-โรคตกกระป๋อง

คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงนี้ดูจะเจ็บป่วยกันบ่อย จะเป็นด้วยภาวะโลกร้อนหรือกรรมเก่ากำเริบก็ดูน่าสงสัยอยู่ นอกจากคนที่อยู่ในตำแหน่งแล้ว ขณะนี้ คนที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปกับเขาด้วย

ครับ เรากำลังพูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีดอกเตอร์มหาธีร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซีย

ดร.มหาธีร์ เกิดอาการหงุดหงิดนั่งไม่ติดที่มาได้หลายวันแล้ว นอกจากนี้ยังมีอาการร้อนในจนต้องออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน อย่างเป็นวรรคเป็นเวร

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของมาเลเซีย คือท่านบัลดาวี เกิดไปยกเลิกโครงการที่มหาธีร์เป็นคนริเริ่มขึ้น ตั้งแต่สะพานเชื่อมระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างการบริหารงานในบริษัทรถยนต์โปรตอนที่มหาธีร์รักนักรักหนา

ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีผลการดำเนินงานย่ำแย่ อีกทั้งยังตกอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากด้อยทั้งในเรื่องเทคโนโลยีและการออกแบบ ถ้ารัฐบาลยังคงอุดหนุนแบบเดิมก็ไม่น่าจะเป็นผลดีในระยะยาว ทั้งกับบริษัท รัฐบาล และผู้ใช้รถยนต์เอง

มาเลเซียนั้นเป็นตลาดเล็ก แต่อุตสาหกรรมรถยนต์นั้นเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การวิจัยพัฒนาทั้งหลายต้องใช้เงินลงทุนสูง ลำพังขายกันเองอยู่ในประเทศในระดับต่ำกว่าหมื่นคันต่อปี รายได้ย่อมไม่เพียงพอต่ออุตสาหกรรมที่ต้องการใช้เงินทุนมหาศาลเช่นนี้

ทุกวันนี้แม้ค่ายรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลกทั้งในอเมริกา และในยุโรปเองก็ยังต้องประสบภาวะขาดทุนจนต้องมีการยุบ ควบ กระทั่งเลิกกิจการไปก็หลายบริษัท

พูดไปก็น่าเห็นใจท่านนายกบัลดาวี ขืนไม่ทำอะไรเลยในวันนี้ วันข้างหน้าลูกหลานก็ต้องมารับภาระอยู่ดี ครั้นตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหญ่ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปสะเทือนซางท่านผู้เฒ่า จึงเกิดอาการร้อนเร่าลมออกหู

ถึงขั้นต้องให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อวิจารณ์รัฐบาลที่ตัวเองเป็นคนเลือกมากับมือ อย่างแรงๆ

วิจารณ์แล้วสื่อมาเลเซียไม่ค่อยจะลงข่าวให้ ดร.มหาธีร์ก็เกิดอาการน้อยใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสรีภาพสื่อมวลชนในมาเลเซีย โดยตัวเองแทบจะลืมไปว่า ที่สื่อมาเลเซียเป็นเช่นนี้ก็เพราะได้รับมรดกแห่งความกลัวมาจากยุคที่ตนเองเป็นรัฐบาลผูกขาดมานานร่วม 20 ปี

รัฐบาลมหาธีร์ ทั้งกด ทั้งขู่ ทั้งฟ้อง จนสื่อฝ่อไปหมดทั้งประเทศ

สื่อมวลชนที่ยังพอมีหัวจิตหัวใจกล้าหาญอยู่บ้างก็ต้องลอดช่องหนีไปทำสื่อทางอินเทอร์เน็ต

ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็เหมือนหนูตัวเล็กๆ ได้แต่ส่งเสียงดังน่ารำคาญ รัฐบาลจึงพอแกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพื่อจะใช้อ้างเรื่องเสรีภาพของสื่อ เผื่อมีใครนึกขึ้นมาได้แล้วถามหา

คนเรานั้นเมื่อครั้งมีอำนาจ พูดอะไรก็เป็นข่าว ครั้นพอหมดอำนาจวาสนา

ตะโกนให้ดังแค่ไหน ก็ไม่มีใครให้ค่า

มหาธีร์เองก็เพิ่งจะได้สำนึกว่า ที่ตัวเองสามารถพูดอะไรแล้วเป็นข่าวในมาเลเซียนั้น เพราะว่าตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เป็นเพราะตัวเองเป็นมหาธีร์

เมื่อไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ทุกอย่างที่เคยมีก็หายหมด ทั้งอำนาจ วาสนา บารมี และบริวาร

แม้กระทั่งคนในพรรคอัมโน ก็ยังออกมาไล่ส่ง เหมือนไล่หมูไล่หมา

โถ พรรคที่ตัวเองสร้างมากับมือแท้ๆ วันนี้พอกลายเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกหลานนักการเมืองรุ่นหลังกลับไม่เห็นหัว

คิดแล้วก็น่าน้อยใจแทนคุณปู่มหาธีร์จริงๆ

แม้แต่อดีตรองนายกรัฐมนตรีของตนเอง ยังออกมาตั้งข้อสงสัยว่า

ดร.มหาธีร์ท่านน่าจะป่วยเสียแล้ว

เป็นโรคที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษเรียกว่า

Post-Prime ministerial Syndrome

แปลเป็นไทยให้เพราะๆ น่าจะเรียกได้ว่า

โรคหลังหมดอำนาจ(นายก)

หรือจะเรียกภาษาชาวบ้านว่าโรคตกกระป๋อง ก็พอได้

นอกจากจะมีอาการร้อนนอกร้อนในแล้ว โรคนี้มักจะมีอาการเลือดออกข้างหลัง และน่าจะออกมากอยู่จน ท่านมหาธีร์ถึงขนาดต้องออกมาบอกว่า ทุกวันนี้ตนเองถูกแทงข้างหลังอยู่ แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าเป็นมือของผู้ใด ที่ไสมีดเข้าใส่ท่าน

นอกจากนี้ มหาธีร์ยังบอกอีกว่า เมื่อก่อนนั้น ท่านคิดว่าที่คนสนับสนุนท่าน เพราะเห็นว่าท่านทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แต่จริงๆ แล้วหาใช่เช่นนั้นไม่ ที่คนสนับสนุนท่าน เพียงเพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง

ยิ่งพูดก็ยิ่งน่าเห็นใจ เพราะทั้งหมดนี้ ท่านมหาธีร์หาที่พึ่งในสื่อกระแสหลักของประเทศไม่ได้ ต้องหันไปให้สัมภาษณ์ผ่านมาเลเซียกีนี่(Malaysiakini) เว็บไซต์ซึ่งตัวเองเกลียดนักเกลียดหนา

เข้าทำนองราชสีห์กับหนูยังไงยังงั้น

กระนั้น ท่านมหาธีร์ก็ยังไว้ลายราชสีห์ ให้สัมภาษณ์เขาแล้ว ก็ยังประกาศจุดยืนว่าไม่ชอบเว็บไซต์นี้อยู่ดี

จนหนูอย่างสตีเฟ่น กาน บรรณาธิการเว็บให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ เฮอรัลด์ ทริบูนว่า

ถ้ามหาธีร์มีโอกาสได้อ่านมาเลเซียกีนี่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ก็คงจะได้รู้ว่าสรรพสิ่งนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ดอกเตอร์มหาธีร์นั้นท่านเป็นหมอ เจ็บป่วยแล้วก็คงระวังป้องกันรักษาตัวเองให้พออยู่รอดปลอดภัยได้ ถึงไม่อยู่ในพรรคก็ยังพอมีประเทศให้อยู่ ศาลมาเลเซียก็คงไม่โหดร้ายพิพากษาให้ท่านต้องติดคุกติดตะรางในหลายคดีที่คู่กรณีของท่านฟ้องร้อง

ส่วนดอกเตอร์ท่านอื่นๆ ที่เป็นผู้นำ แต่ไม่ได้เป็นหมอ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อเจ็บป่วยเป็นโรคตกกระป๋องแล้ว จะหาทางระวังป้องกันรักษาตัวเองอย่างไร เพราะไหนจะคดีความ ไหนจะคนออกมาไล่ ไหนจะศัตรูทางการเมือง

โรคภัยไข้เจ็บในฤดูฝนนี่ช่างไม่ปราณีใครเลยจริงๆ

ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฝนก็ตกเอาตกเอา ไม่หยุดหย่อน

ผู้นำคนไหนไม่ระวัง เดินอยู่ดีๆ เอานิ้วชี้ขึ้นฟ้า

ฟ้าอาจผ่าเปรี้ยงลงมา

ได้ตีลังกาตกกระป๋องกันไปนอนดูดาว แบบเท้าไม่ติดดินได้ง่ายๆ

โรคแบบนี้ไม่เข้าใครออกใครเสียด้วย



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter