ปวรสกโก ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน
แล้วที่สุด ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็โบกมือลาจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยเข้าพิธีอุปสมบทที่พระอุโบสถวัดสระเกศราชวรวิหาร เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน มีแต่คำว่า อโหสิกรรม ทุกท่าน เทอญ
ไม่มีใครกล้าวิจารณ์หรือนินทาให้ร้ายต่อหน้า ดร.บวรศักดิ์ เพราะ เขาบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จะมีก็เพียงการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการลาบวช บ้างก็ว่า ถูกฝ่ายการเมืองกดดัน บ้างก็ว่า อาจารย์บวรศักดิ์ เลือกที่จะมีชีวิตที่สง่างาม และดำรงตนในฐานะปัญญาชนมากกว่า การถูกผลักให้ไปอยู่ฝ่ายเดียวกับทรราชย์
บ้างก็ว่า คนที่ควรลาบวช มากกว่า ดร.บวรศักดิ์ ก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
บ้างก็ว่า อาจารย์ปื๊ด ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโหราศาสตร์ และการโคจรของดวงดาวบนฟากฟ้า พิเคราะห์ ดวงชะตาผู้นำการเมืองแล้ว ฟันธงว่า “รอดยาก” จาก กรกฎาคม สู่ สิงหาคม มีลางร้าย เมฆสีดำปกคลุมไปทั่วทำเนียบรัฐบาล
บ้างก็ว่า มีผู้หลักผู้ใหญ่ระดับสูง ซึ่งดร.บวรศักดิ์ เคารพรัก อย่างสูง เพราะเป็นทั้งครูและเป็นผู้ชี้ทางสว่าง ได้แนะนำให้ลาออก จากรัฐบาลไทยรักไทยโดยพลัน
แต่ไม่ว่า การลาออกจะมาจากเหตุผลใด อาจไม่สำคัญเท่ากับ “การผุดบังเกิด” ของสิ่งใหม่ๆ ในจิตใจของ ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ดอกเตอร์ทางกฎหมายมหาชนจากฝรั่งเศส
ในงานอุปสมบทของ ดร. ปื๊ด มีผู้มาร่วมงานเกือบ 100 คน วงในที่สุดคือ ญาติสนิทมิตรสหาย ที่สำคัญที่สุดคือ ลูกสาวสุดรัก 2 คน คือ น้องอ้อม กับ น้องอ้อน คนหนึ่งเรียนอยู่ออสเตรเลีย หน้าพิมพ์เดียวกับคุณพ่อ ลูกสาวอีกคนอยู่ในวัยละอ่อน งามเหมือนคุณแม่( ดร. ปาริชาติ ชุมสาย ณ อยุธยา)
ถัดจาก วงเครือญาติก็เป็นรัฐมนตรีที่สนิทกับ ดร. บวรศักดิ์ ได้แก่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ญาติผู้พี่ นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและครอบครัว นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักไทย
นอกจากนี้ ยังมีนายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายทศพร สิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
ดร.นรนิติ เศรษฐบุตร เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า รศ.ประณต นันทิยะกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและวางแผน ธนาคารไทยธนาคาร นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ รักษาการรองประธานวุฒิสภา
ไม่นับรวม นักข่าวและช่างภาพที่ยกขบวนมาทำข่าวมงคลเกือบ 50 ชีวิต
ขณะที่หลายคนทักทาย “ป้าล้อม” แม่บ้านประจำครอบครัว “อุวรรณโณ” เพราะล้วนเคยชินรสชาติอาหารของป้าล้อม โดยเฉพาะหมี่ผัด มาแล้วคนละหลายจาน
อย่างไรก็ตาม อาหารที่นำมารับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานมาจากครัวการบินไทย
เวลา 07.39 น. ดร.บวรศักดิ์ทำพิธีปลงผมก่อนการบรรพชาอุปสมบท จากนั้นเวลา 08.30 น.ได้ตั้งขบวนแห่นาครอบพระอุโบสถ 3 รอบ ซึ่งมีนายวิษณุเป็นผู้ถือตาลปัตรเดินตาม ก่อนจะเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทภายในพระอุโบสถ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ (สมเด็จเกี่ยว) เป็นพระอุปัชฌาย์
แม้สุขภาพของสมเด็จเกี่ยว จะไม่ค่อยดี เนื่องจากเป็นไข้หวัดมาหลายวัน ทำให้ไม่ค่อยมีเสียง
แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางลูกศิษย์ลูกหา ทำให้สมเด็จเกี่ยว มีใบหน้าสดชื่นและชวนญาติโยมสนทนาอย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะ ดร.วิษณุ เครืองาม ศิษย์เอก สำนักภูเขาทอง
สมเด็จเกี่ยวตั้งฉายา ดร.บวรศักดิ์ ว่า “ปวรสกโก” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีความสามารถพิเศษ”
หลายคนชมว่า ดร.บวรศักดิ์ สามารถกล่าวคำขออุปสมบทเป็นภาษาบาลีได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับพระที่บวชมาอย่างยาวนาน
หลังพิธีกรรมเสร็จสิ้นลง ปวรสกโก ได้มอบของขวัญ ให้ผู้มาร่วมงานคือ หนังสือเรื่อง ทศพิธราชธรรม กับ พระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งเป็นบทความระดับมหากาพย์ที่เขียนขึ้นหลังพระราชดำรัสต่อประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลฎีกา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 นั่นเอง
หากอ่านบทความดังกล่าวอย่างละเอียด จะเข้าใจสถานะทางสังคมของสถาบันกระมหากษัตริย์ไทย อันมีลักษณะเป็นองค์กรรมการและผู้ประสาน (รอยร้าว) สูงสุดของชาติ ได้อย่างลึกซึ้ง
ในช่วงเลี้ยงอาหารเพล “ปวรสกโก” มีสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน ทักทายนักข่าวอย่างเป็นกันเอง พร้อมกล่าวแซวดร.ธงทอง ว่า คุณได้เป็นเลขาธิการ ครม.จากการแต่งตั้งจากพวกนักข่าว (ฮา)
และแนะนำนักข่าวให้ไปอ่านบทความของตนเอง ในหนังสือที่แจกให้อย่างพินิจพิเคราะห์
จากนั้นก็เดินทักทายผู้มาร่วมงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับยกภูเขาหิมาลัยออกจากอก
แต่ดูเหมือน บุคคลที่ยังมีความทุกข์อยู่เห็นจะเป็น ดร.วิษณุ เครืองาม ญาติผู้พี่ของ ดร.บวรศักดิ์ เพราะถูกนักข่าวมะรุมมะตุ้ม ซักถามเรื่องกระแสข่าวเตรียมลาออกจากตำแหน่งภายหลังเสร็จพระราชพิธีสิริราชสมบัติ 60 ปี
ดร. วิษณุ ตอบว่า “ตอนนี้ ผมอยากขึ้นไปบนภูเขาทองแล้วกระโดดลงมา”
เอาเข้าจริง ยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนที่อยากกระโดดภูเขาทอง แบบเดียวกับ ดร.วิษณุ (ฮา)



