การจัดการความคิดเห็นในชุมชนออนไลน์ (1)
- จิตรทัศน์ ฝักเจริญผล -
ในชุมชนออนไลน์ที่มีสมาชิกมีพื้นหลังหลากหลาย แตกต่างกันทั้งความเชื่อ และประสบการณ์ การปะทะกันของความคิดเห็นของสมาชิกนั้นช่วยกระตุ้นการแลกเปลี่ยนแนวคิดและมักจะช่วยเปิดมุมมองของผู้ที่เข้ามาร่วมวงสนทนา ให้เห็นตัวอย่างแย้งและเหตุผลที่อาจไม่เหมือนของตน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความหลากหลายของผู้เข้าร่วมสนทนา ซึ่งมักจะมีการเปิดกว้างในลักษณะที่ใครก็ได้สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ สิ่งที่เราพบหลาย ๆ ครั้งก็คือ การแสดงความเห็นหรือให้ข้อมูลอาจไม่อยู่ในรูปแบบที่ยอมรับได้
บทความนี้พยายามเปรียบเทียบลักษณะระบบของการจัดการกับความเห็นที่แตกต่างในระบบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นออนไลน์ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก นั่นคือเราจะไม่สนใจมากนักกับวิธีการจัดการความเห็นในหน้าเว็บส่วนตัว (เช่น บล็อกส่วนตัว) เราจะพิจารณาระบบที่แตกต่างกันทั้งหมดสามระบบ กล่าวคือ
1. ระบบกระดานข่าว หรือเว็บบอร์ด ซึ่งน่าจะเป็นระบบที่คุ้นเคยที่สุด เราจะพิจารณาระบบของเว็บพันทิป (http://www.pantip.com) เป็นหลัก เนื่องจากน่าจะเป็นระบบที่พัฒนามามากที่สุด เนื่องจากเป็นเว็บที่มีกลุ่มผู้ใช้เป็นจำนวนมากและค่อนข้างหลากหลาย
2. ระบบจัดการความเห็นของเว็บข่าวสั้นออนไลน์ที่สมาชิกช่วยกันเขียน ตัวอย่างที่เราสนใจศึกษาคือเว็บ Slashdot (http://www.slashdot.com) เว็บกลุ่มนี้จะมีลักษณะเป็นประกาศสรุปข่าวสั้น ๆ พร้อมด้วยลิงก์ไปยังแหล่งข่าว หรือแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่สมาชิกนำมาประกาศ สำหรับเว็บ Slashdot นี้จะเน้นข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามระบบจัดการความเห็นของเว็บ Slashdot เป็นต้นแบบของระบบจัดการความเห็นของเว็บอื่น ๆ อีกหลาย ๆ แห่ง
3. เพื่อความครบถ้วนเราจะนำระบบของสารานุกรมเสรีวิกิพีเดีย (ภาษาอังกฤษ) เข้ามาพิจารณาด้วย วิกิพีเดียเป็นระบบที่ผู้ใช้จำนวนมาก ช่วยกันเพื่อเพิ่ม “ข้อมูล” ให้กับบทความในสารานุกรม ซึ่งในการเลือกว่าจะนำข้อมูลใด ๆ มานำเสนอในบทความปฏิเสธไม่ได้ว่าขึ้นกับความเห็นของผู้เขียนในระดับหนึ่ง บ่อยครั้งการเจรจาและแสดงความคิดเห็นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ในการจัดการระบบของวิกิพีเดียจะต้องมีการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ความเห็นจากผู้ใช้ระบบอีกด้วย
ประเด็นแรกที่เราสนใจพิจารณาคือกฎหรือสิ่งที่ผู้ใช้ปกติสามารถกระทำได้โดยตรงโดยผ่านทางความสามารถของซอฟต์แวร์ ประเด็นถัดไปจะพิจารณาระบบที่ผู้ใช้ปกติสามารถกลายเป็นผู้ใช้ที่มีสิทธิพิเศษได้ โดยอาจจะเป็นแบบชั่วคราวหรือเป็นระยะเวลานาน (เช่นกรณีของผู้ใช้ที่มีสิทธิของผู้ดูแลในวิกิพีเดีย) ในระบบดังกล่าวเราสนใจกระบวนการการปรับสิทธิผู้ใช้ และสิ่งที่ผู้ใช้พิเศษสามารถกระทำได้โดยผ่านทางระบบปกติ ซึ่งการพิจารณานี้จะไม่รวมถึงการจัดการพิเศษนอกระบบเช่นการเข้าไปแก้ฐานข้อมูลโดยตรงของผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ หรือผู้ดูแลเว็บเข้าไปลบบทความ ประเด็นสุดท้ายที่เราสนใจคือแนวทางปฏิบัติของผู้เข้าใช้ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงทั่วไป ผู้ใช้อาจจะไม่ทำตามก็ได้ ซึ่งการไม่ปฏิบัติตามนี้อาจมีผลกับสถานะการเป็นผู้ใช้ต่อไปก็ได้ ถ้ามีการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเราจะสนใจเฉพาะแนวปฏิบัติที่มีประกาศไว้เป็นหลัก ส่วนแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่พบ จะถูกจัดว่าเป็นข้อสังเกตเท่านั้น
เป้าหมายของการพิจารณาระบบดังกล่าวก็เพื่อที่จะทดลองทำความเข้าใจกับ “บางสิ่ง” ที่อยู่ในระบบอัตโนมัติหรือกฎเกณฑ์ของเว็บไซต์เหล่านั้น โดยเราจะสนใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและอำนาจของผู้ใช้ในการจัดการกับ “ความเห็น” ของผู้ใช้คนอื่น ๆ ในชุมชนออนไลน์ สังเกตว่าในชุมชนเหล่านี้ ความเห็นที่ผู้ใช้แสดงออกมานั้นเป็นวัตถุหลักในการสื่อสารและยืนยันความมีตัวตนอยู่ของผู้ใช้ ระบบและกฎเกณฑ์ที่ใช้จัดการกับความเห็นจึงน่าจะเป็นสิ่งที่เราพอจะใช้เพื่อศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดหรือความเชื่อของผู้ออกแบบเว็บไซต์หรือกลุ่มสมาชิกที่ช่วยกันออกแบบระบบดังกล่าวขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย
เราจะแบ่งบทความออกเป็นตอนย่อย ๆ หลาย ๆ ตอน เราจะเริ่มการให้รายละเอียดของระบบต่าง ๆ จากนั้นจึงจะพยายามใส่คำอธิบายเพิ่มเติม สำหรับตอนแรกนี้เราจะเริ่มอธิบายระบบของกระดานข่าวก่อน
ระบบกระดานข่าว
เราจะเริ่มจากระบบที่น่าจะเป็นที่คุ้นเคยมากที่สุด ระบบกระดานข่าวเป็นระบบสื่อกลางให้ผู้ใช้สามารถเริ่มสนทนาโดยเปิดประเด็น (ที่เรียกว่ากระทู้) และให้ผู้ใช้ต่าง ๆ เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นได้ เราจะพิจารณากระดานข่าวสาธารณะพันทิป (http://www.pantip.com) ซึ่งน่าจะเป็นกระดานข่าวที่มีผู้ใช้ไทยเข้าใช้โดยรวมมากที่สุด เนื่องจากผู้ใช้มีจำนวนที่ค่อนข้างมากและหลากหลาย และเว็บมีประเภทของการสนทนาหลายกลุ่มที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและอาจทำให้เกิดการทะเลาะกันแบบออนไลน์ได้ง่าย เว็บบอร์ดพันทิปจึงมีระบบระเบียบในการเขียนข้อความค่อนข้างมาก ในการใช้งานพันทิปจะแบ่งผู้ใช้ออกเป็นสามประเภทใหญ่ ๆ กล่าวคือ
1. ผู้ใช้ขาจร ซึ่งมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นในหมวดหมู่ค่อนข้างจำกัด ทุกครั้งที่ส่งความคิดเห็นจะต้องระบุอีเมล์ของตนเองเพื่อที่จะไปกดยืนยันการส่งข้อความ ถ้ายังไม่เข้าไปตรวจสอบอีเมล์เพื่อกดยืนยันความเห็นจะยังไม่ถูกแสดง ข้อความที่ผู้ใช้กลุ่มนี้พิมพ์จะแสดงหมายเลขไอพีประกอบ
2. ผู้ใช้ระบบบัตรผ่าน ซึ่งจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับผู้ใช้ขาจรคือต้องแจ้งอีเมล์ที่ใช้งานได้ เพียงแต่ต้องลงทะเบียนไว้ก่อนล่วงหน้าเพียงครั้งเดียว จากนั้นจะได้รหัสผ่านสำหรับเขียนข้อความ ข้อความที่ผู้ใช้กลุ่มนี้พิมพ์จะแสดงหมายเลขไอพีพร้อมกับหมายเลขของบัตรผ่านเสมอ
3. ผู้ใช้สมาชิก เนื่องจากระบบมีการปรับปรุงหลายครั้ง กลุ่มของสมาชิกของเว็บบอร์ดพันทิปจึงมีอยู่สองรุ่น คือรุ่นก่อนที่การสมัครไม่จำเป็นต้องใช้เลขประจำตัวประชาชน และรุ่นที่บังคับให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนแล้ว โดยในการแสดงความคิดเห็นรูปไอคอน (นิยมเรียกว่าอมยิ้ม) ของสมาชิกสองกลุ่มนี้จะแตกต่างกัน ปัจจุบันนี้สำหรับผู้ใช้ที่จะสมัครสมาชิกใหม่นั้น จะต้องระบุเลขประจำตัวประชาชนด้วย หลังจากที่มีการสมัครสมาชิกไป ทางเจ้าหน้าที่ของพันทิปจะตรวจสอบข้อมูล (ซึ่งไม่ได้ระบุว่าตรวจสอบอะไรบ้าง) จากนั้นถ้าข้อมูลไม่มีปัญหาก็จะตอบรับและให้สิทธิสมาชิกกับผู้สมัคร นอกจากความสามารถในการใช้งานบริการต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นแล้ว สิทธิพิเศษหนึ่งที่สมาชิกได้รับคือการปกปิดหมายเลขไอพีในข้อความที่เขียน
ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการผู้ใช้งานนั้น ระบบของพันทิปจะรับประกันว่าอย่างน้อยผู้ที่ส่งข้อความนั้น มีอีเมล์ที่ใช้งานได้จริง (สำหรับผู้ใช้ระบบบัตรผ่านและผู้ใช้ขาจร) ส่วนในระบบสมาชิกนั้น เราสามารถกล่าวได้ว่าพันทิปมีระบบสมาชิกแบบหนึ่งหมายเลขประจำตัวประชาชนหนึ่งชื่อสมาชิก
ประเภทของผู้ใช้งานมีผลต่อการเขียนข้อความในเว็บบอร์ด ซึ่งจะแบ่งกระทู้ทั้งหมดออกเป็นหมวดหมู่ บางหมวดหมู่ผู้ที่แสดงความเห็นและตั้งกระทู้จะต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น เช่น ห้องราชดำเนินซึ่งเป็นห้องสนทนาด้านการเมือง หรือห้องศุภชลาศัย ซึ่งเป็นห้องสนทนาด้านกีฬา บางห้องเช่นห้องหว้ากอสำหรับกระทู้ด้านวิทยาศาสตร์ หรือห้องเฉลิมไทยสำหรับเรื่องบันเทิง เป็นต้น ผู้ใช้ขาจรและผู้ใช้ระบบบัตรผ่านจะสามารถเขียนข้อความได้
พันทิปมีกฎที่ระบุไว้ในหน้ามารยาท (1) โดยห้ามเขียนข้อความที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ห้ามเสนอข้อความลามก ห้ามใส่ร้ายผู้อื่น ห้ามเขียนข้อความชวนทะเลาะ ห้ามโจมตีเกี่ยวกับศาสนา ห้ามใช้นามแฝงเป็นชื่อจริงผู้อื่น ห้ามเขียนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี เป็นต้น หากผู้ดูแลตรวจพบหรือมีผู้ใช้แจ้งเข้ามา กระทู้เหล่านี้จะถูกลบทันที โดยอาจไม่มีการแจ้งเหตุผล และสถานะสมาชิกอาจถูกยึด (เรียกกันว่าการยึดอมยิ้ม) นอกจากนี้ในการเขียนข้อความลงในพันทิปผู้ที่เขียนข้อความดังกล่าวอาจต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง ซึ่งในการจัดการดังกล่าว พันทิปอาจ “เปิดเผยที่มาและรายละเอียดส่วนตัวของผู้เสนอข้อความนั้นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล” ซึ่งรวมไปถึงการขอข้อมูลจากบริษัทให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วย
ในการตรวจสอบว่าการเขียนกระทู้นั้นเป็นไปตามมารยาทหรือไม่ นอกจากที่ผู้ดูแลจะคอยสอดส่องเองแล้ว พันทิปยังมีระบบที่ให้ผู้ใช้ช่วยแจ้งข้อมูลกับผู้ดูแลด้วย โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่ง “แจ้งลบ” ที่กระทู้ใด ๆ ก็ได้ แต่ต้องระบุเหตุผล (ซึ่งเป็นไปตามมารยาทข้างต้น) รวมทั้งอีเมล์ของผู้แจ้งด้วย นอกจากนี้ สำหรับสมาชิกแล้วยังมีระบบ “แจ้งลบแบบไฟเขียวไฟแดง” ซึ่งเป็นระบบที่ให้เฉพาะสมาชิกที่เข้ามาใช้งานนานกว่า 2 เดือนเท่านั้นมาลงคะแนนว่าให้ลบหรือปล่อยผ่าน ถ้าในการลงคะแนนนั้นมีสมาชิกที่ลงคะแนนให้ลบหรือปล่อยผ่านมากกว่าจำนวนหนึ่ง (ตอนแรกเริ่มให้เป็นสามคน ต่อมาเป็นเจ็ดคน) กระทู้นั้นจะถูกย้ายไปเก็บไว้ที่ “ห้องฝากขังกระทู้” เพื่อให้ผู้ดูแลและผู้ตั้งกระทู้เข้ามาชี้แจงและสอบถามได้ อย่างไรก็ตามระบบนี้ถูกระงับไปเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในห้องราชดำเนิน เหลือเพียงการแจ้งลบธรรมดาและใช้ผู้ดูแลตรวจสอบเท่านั้น (2)
การถกเถียงในพันทิปจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามห้อง ตามที่สังเกตเห็นจะพบว่าหลายครั้งการถกเถียงจะค่อนข้างรุนแรง (3) นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าคนที่ไม่เป็นกลาง หรือเลือกข้างใด ๆ แล้วจะไม่สามารถให้ข้อมูล หรือถกเถียงได้อย่างมีเหตุผล (4) นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงในประเด็นเกี่ยวกับความเป็นกลางของผู้ดูแล (5) ในการถกเถียงดังกล่าวผู้ใช้บางคนให้ความเห็นว่าถ้าผู้ใช้คนใดไม่สามารถทำตามกฎหรือไม่พอใจก็ควรจะออกไปเล่นที่อื่น (โดยใช้คำเรียกพันทิปว่า “เจ้าของบ้าน”) และไม่ควรเรียกร้องการดูแลที่ครอบคลุมมากขึ้นของพันทิปเนื่องจากผู้ดูแลที่มีอยู่ก็ทำงานหนักอยู่แล้ว ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกล่าวว่าผู้ดูแลพันทิปมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวโดยตรง ลักษณะของการถกเถียงประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อว่าผู้ใช้สร้างพันทิป หรือพันทิปสร้างผู้ใช้กันแน่
นอกจากระบบพันทิปแล้วยังมีระบบกระดานข่าวอื่น ๆ ที่มีผู้เข้าใช้ประจำจำนวนหนึ่งอีกหลายแห่ง ซึ่งโดยมากแล้วจะระบบสมาชิกที่ไม่เคร่งครัดเท่ากับของพันทิป ในบางที่ไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตนใด ๆ เลย ยกตัวอย่างเช่น กระดานข่าวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน (6) อย่างไรก็ตามกระดานข่าวเหล่านี้จะแสดงหมายเลขไอพีของผู้เขียนข้อความทุกครั้ง ข้อสังเกตประการหนึ่งที่พบก็คือในกระดานข่าวที่ไม่มีระบบสมาชิกเลยนี้ มักมีการถกเถียงเกี่ยวกับตัวตนของผู้เขียน และคล้ายกับมีความเชื่อที่ว่าผู้ที่ใช้ชื่อจริง มีความกล้าในการแสดงออกและกล้ายืนยันจุดยืนของตนเองมากกว่าคนที่ใช้นามแฝง (7)
สำหรับระบบของเว็บข่าวสั้นออนไลน์และระบบของวิกิพีเดียนั้นคงต้องขอยกไปตอนที่ 2 ของบทความ
เชิงอรรถ:
1. http://www.pantip.com/cafe/rules.html
2. อ่านคำถกเถียงเกี่ยวกับการยึดสมาชิก (อมยิ้ม) และเรื่องการจัดการกระทู้รวมถึงระบบไฟเขียวไฟแดง (ที่ตอบโดยผู้ดูแลระบบ) ได้ที่กระทู้ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4256905/A4256905.html
3. ตัวอย่างเช่นในห้องราชดำเนินช่วงที่กระแสความขัดแย้งทางการเมืองมีมาก ถึงกับทำให้ผู้ใช้กลุ่มหนึ่งที่ไม่ชอบทักษิณ ชินวัตร ต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่ม “ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด” เพื่อช่วยกันโต้เถียงกับฝั่งตรงกันข้าม โดยการจัดการกลุ่มอย่างเอาจริงเอาจัง เช่น มีการแบ่งงานในหมู่สมาชิกว่าสมาชิกคนใดจะเป็นกลุ่มตอบโต้ด้วยข้อมูล คนใดจะเป็นคนที่ตอบโต้ด้วย “วาทะ” หรือด้วยวิธีอื่น ๆ ปัจจุบันกลุ่มนี้ได้ออกไปสนทนากันที่เว็บไซต์ของตนเองอยู่ที่ http://forum.serithai.net/
4. ยกตัวอย่างเช่นในกระทู้ http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P4278249/P4278249.html ที่เกี่ยวกับการติดสติกเกอร์ขับไล่ทักษิณในห้องทำงานนักข่าว
5. อ่านในกระทู้ข้างต้นที่ถกเถียงเกี่ยวกับการยึดสมาชิก
6. http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vboard.php?user=midnightuniv
7. ดูเช่นกระทู้ในข้อ 4



