Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
จับกระแสข่าวร้อน
ทีมข่าวอิสระ


นางสิงห์ สุดารัตน์ โอด เก๊กซิม สุดในรอบทศวรรษ ทุกข์ที่ความรวยช่วยไม่ได้ !!!

หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค ประกาศ “เว้นวรรค” ไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพียงชั่วข้ามคืน ที่พรรคไทยรักไทย ย่านถนนเพชรบุรี มีเสียงปรารภ ได้ยินไปทั่วว่า “คุณหญิงหน่อย” บ่นท้ออยากเว้นวรรคทางการเมืองตามหัวหน้าพรรค

นักข่าวการเมืองหลายสำนักเช็คข่าวตรงกันได้ความว่า เธอแค่บ่นน้อยใจ ที่เป็นเป้าถูกโจมตี ทั้งที่อุตส่าห์เดินสายหาเสียง ทำงานการเมืองอย่างหนักในช่วงหาเสียงเลือกตั้งตลอด 37 วัน

แล้วยิ่งมาเจอ คะแนนโนโหวตไม่เอาไทยรักไทย กลางกรุงเทพฯ อันเป็นพื้นที่รับผิดชอบของนางสิงห์โดยตรง ทำให้คุณหญิงผิดหวังมาก มิหนำซ้ำ ต้องมาเผชิญหน้ากับการปล่อยข่าวโจมตีจากมุ้งต่างๆ ในพรรคก็อาจจะยิ่งท้อแท้ จนน้ำตาแทบร่วง

ล่าสุด นางสิงห์ แวะเวียนมาทักทาย แมลงวันค่ายประชาชื่น เสมือนต้องการมาเช็คกระแสเรตติ้งในตัวเธอว่ายัง โอเค ดีอยู่ไหม ?

ความในใจหลายเรื่อง หลั่งไหลออกมาดั่งสายน้ำ เธอเริ่มต้นด้วยการโอดครวญแบบเด็กๆ น่าเอ็นดู

เธอว่า การทำงานการเมืองตอนนี้มันรู้สึก suffer มาก ทำงานการเมืองมา 10 ปีแล้ว ไม่เคยพบเหตุการณ์เหมือนวันนี้ เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่เคยพบก็แค่สมัยที่แข่งกับพรรคประชากรไทย สมัยอยู่สังกัดพรรคพลังธรรม ตอนนั้นก็แค่มีการฉีกโปสเตอร์ของเรา ตอนนี้คนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา มันเหมือนจะฆ่าเรา

แมลงวัน ซักต่อว่า แล้วต้องเจอกับเหตุการณ์ร้ายอะไรบ้าง เธอโอดว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง สามีไม่อยู่บ้าน ลูกอยู่กับคนดูแล เล่นอยู่ในสนามแล้วเกิดแพ้อากาศ ตาบวมมากทั้งสองข้าง เราก็ติดประชุมอยู่ที่พรรค กว่าจะเสร็จก็ค่ำแล้ว กลับไปถึงบ้านก็พาลูกไปหาหมอที่คลินิกย่านใกล้ๆ บ้าน เจอผู้หญิง 2-3 คนยืนอยู่ เขาก็ตะโกนด่าเรา ว่าสมน้ำหน้าที่ลูกมันป่วย เหมือนกับที่ด่านายกรัฐมนตรีที่ซอยละลายทรัพย์เลย เราก็รู้สึกว่า ลูกเราก็ป่วย แล้วเขายังจะมาด่าอีก ก็เหนื่อย ท้อนะ

เมื่อเจอมรสุมร้าย เธอเผชิญหน้ากับวิกฤต โดยใช้ความสงบและสันติวิธี

“ตอนนี้ใจเย็นลงเยอะนะ ไม่ตอบโต้ ไม่คิดอะไรที่รุนแรง คิดว่าความใจเย็น ความสงบนิ่ง สิ่งเหล่านี้น่าจะได้จากการที่ได้ลงไปช่วยคนในเหตุการณ์สึนามิ เมื่อปลายปี 2547 ตอนนั้นเห็นคนเดือดร้อนแสนสาหัส เจอคนที่ต้องพรากจากกันกับพ่อแม่ญาติพี่น้อง หาไม่พบศพมากมาย เราช่วยเขาแล้วทำให้เราปลงได้”

แล้วดวงตาเธอก็เป็นประกายขึ้นอีกครั้ง เมื่อเธอเล่าถึงความทรงจำอันงดงามในอดีต

เธอเล่าถึงคืนวันและชีวิตทางการเมืองในอดีตที่แสนสุขสบายว่า จะไปไหนก็ไปคนเดียว กับเลขาฯคนรับโทรศัพท์ ถ้าไปงานส่วนตัวก็ไปกับครอบครัว ไปกับสามี จูงลูกเดินสบายๆ แต่ทุกวันนี้ไปไหนก็ต้องมีตำรวจติดตามที่พกปืน

หากเธอปรากฏตัวที่ทำเนียบรัฐบาล หรือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเจ้าของรหัส “พญานาค 1” ต้องมีนายตำรวจติดตามอาวุธครบมือประกบดูแลอย่างใกล้ชิดถึง 3 นาย พร้อมเลขานุการอีก 1 คน

แมลงวันถามเธอเรื่อง ท่าทีไทยรักไทยต่อการปฎิรูปการเมือง เธอเล่าว่า พรรคไทยรักไทยยอมเปิดรับทุกข้อเสนอ ประเด็นที่คนในสังคมติติงว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป เพราะเล่นตามกติกาเดิม ก็มาแก้เสียให้ทุกฝ่ายยอมรับ ส่วนใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ในช่วงที่มีการปฏิรูปการเมือง ยังไม่รู้

บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป อย่างออกรส อาจเป็นเพราะความฉอเลาะของเธอ ทำให้เธอดูน่าเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย

อย่างไรก็ตาม มือเจาะข่าว จาก “ประชาชาติธุรกิจ” ซึ่งเคยเปิดแฟ้มทรัพย์สินของนางสิงห์แห่งไทยรักไทยมาหลายปีต่อเนื่องกัน การันตีว่า เธอคนนี้รวยจริง และรวยไม่ธรรมดา (เสียด้วย )

จากข้อมูลคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คุณหญิงหน่อยมีสินทรัพย์ ร่ำรวยติด 1 ใน 5 คณะรัฐมนตรีทักษิณ เลยทีเดียว

จากสินทรัพย์ที่เธอต้องแสดงต่อป.ป.ช. พบว่า เธอคือแลนด์ลอร์ดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย มีที่ดิน 762 แปลง มีมูลค่ามากกว่า 774 ล้านบาท เมื่อปี 2544 เบ็ดเสร็จแล้วเธอมีทรัพย์สินมากกว่า 874.8 ล้านบาท ที่สำคัญ เธอเป็นคนไม่มีหนี้สิน

บัญชีสินทรัพย์ของเธอมีหลายรายการ ดังนี้ เงินสด 350,000 บาท เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ 21 บัญชี 22,168,545 บาท หลักทรัพย์จดทะเบียนและรับอนุญาต 4,350,550 บาท เงินให้กู้ยืม 14,000,000 บาท ที่ดิน 762 แปลง 774,452,000 บาท บ้านพักอาศัย 2 หลัง 13,530,000 บาท สิ่งปลูกสร้างอื่น 1 หลัง 30,000,000 บาท ยานพาหนะ 7 คัน 3,975,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่น ได้แก่ พระเครื่อง 41 องค์ สร้อยข้อมือ 4 เส้น และสร้อยเพชร 7 เส้น

ความน่าสนใจอีกประการ ในบัญชีแสดงทรัพย์สินของเธอไม่ปรากฏว่าแสดงรายการทรัพย์สินของ “สมยศ ลีลาปัญญาเลิศ” ผู้เป็นสามี

ครั้งนั้น นางสิงห์ อ้างว่า เธอกับ “เสี่ยจิ้น” ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องโชว์ทรัพย์สินให้ใครดู

แต่จากการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของ “เสี่ยจิ้น” พบทำธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับครอบครัวของ “เจ๊หน่อย” เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่

1.บริษัท ไดมอนวิลล์ จำกัด ประกอบธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท กรรมการบริษัทประกอบด้วย นางเรณู-นายสมพล เกยุราพันธุ์ และสมยศ

ที่น่าสนใจก็คือ ก่อนหน้านี้บริษัทนี้ “เจ๊หน่อย” ถือหุ้นอยู่ 5,000 หุ้น (หุ้นละ 100 บาท) ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2544 อันเป็นช่วงที่พรรคไทยรักไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ปรากฏว่า “เจ๊หน่อย” โอนหุ้นของเธอทั้งหมดให้แก่นายสมพลทั้งหมด ทำให้นายสมพลมีหุ้นรวม 5,999 หุ้น ส่วนสามีมีหุ้นอันดับสองจำนวน 3,996 หุ้น

2.บริษัท เรณูพัฒนา จำกัด บริษัทนี้มีหุ้นทั้งหมด 100 หุ้น หุ้นละ 500 บาท เดิม “เจ๊หน่อย” ถือหุ้นใหญ่จำนวน 46 หุ้น ต่อมาเมื่อได้เป็นรัฐมนตรี ได้โอนหุ้นให้บิดาอีกเช่นกัน ขณะที่สามีถือหุ้นเท่าเดิม คือ 40 หุ้น ไม่เปลี่ยนแปลง

3.บริษัท เอสแอนด์อาร์ วิลล่า จำกัด อาคารชุดคอนโดมิเนียมให้เช่า ทุนจดทะเบียน 5 ล้าน หุ้นทั้งหมด 5 หมื่นหุ้น (หุ้นละ 100 บาท) ที่ตั้งย่านลาดพร้าวซอย 1 กรรมการประกอบด้วย นายสมพล นางเรณู และนายสมยศ

เดิม “เจ๊หน่อย” ถือหุ้น 17,000 หุ้น เมื่อรู้ว่าจะมาเป็นรัฐมนตรีก็โอนหุ้นทั้งหมดให้นายสมพลทั้งหมด ทำให้บิดามีหุ้นรวม 26,999 หุ้น ขณะที่สามีถือแค่ 4,000 หุ้น

4.บริษัท เอสแอนด์อาร์ พร็อพเพอทิ จำกัด ประกอบธุรกิจให้เช่าสำนักงานย่านลาดพร้าว ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท จำนวนหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง คือ นายสมยศ 300 หุ้น นางเรณู 400 หุ้น นายสมพล 100 หุ้น ในช่วง 3 ปีย้อนหลังไม่มีชื่อ “เจ๊หน่อย” ถือหุ้น

และ 5.บริษัท ลีลาวดี แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจอื่นๆ ได้แก่

1. บริษัท เบญจเทพ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายภาชนะพลาสติก ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้น สมยศถือหุ้น 30 หุ้น (หุ้นละ 10,000 บาท) ผู้ถือหุ้นอันดับสองคือ นางนิภาพร หัตถเฟื่องฟู

บริษัทเพิ่งพ้นจากการขาดทุนในปี 2542 ก่อนหน้านี้ขาดทุนติดลบปี 2540 กว่า 1.1 ล้าน ปี 2541 ขาดทุนกว่า 2.3 ล้านบาท

2. บริษัท ยูไนเต็ด แมกกาซีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีทุนจดทะเบียน 3.5 ล้านบาท มีงบการเงินครั้งสุดท้ายปี 2538

3. บริษัท ลายเส้น จำกัด บริษัทนี้สมยศเคยถือหุ้นในปี 2542 จำนวน 1,000 หุ้น ต่อมาโอนไปให้นายธีระนันท์ กฤษณยรรยง ทั้งหมด ในช่วงกันยายนปี 2543 ปัจจุบันหุ้นลอตนี้ตกไปอยู่ในการครอบครองของนายกิตติ์ธนา สิทธานุกูล

บริษัทลายเส้น เป็นธุรกิจขนาดย่อม ผลประกอบการมีกำไรบ้างเล็กน้อย

4. บริษัท ลี 1991 จำกัด ประกอบกิจการค้าปลีกน้ำแข็งแถวคลองเตย เป็นบริษัทที่สมยศทำร่วมกับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น นางขาเซี้ยม แซ่โง้ว (มารดาของสมยศ) อนันต์ ลีลาปัญญาเลิศ นายบุญชัย ลีลาปัญญาเลิศ สถานะของบริษัทขาดทุนต่อเนื่อง ปี 2541 จำนวน 1.4 ล้าน ปี 2542 จำนวน 1 ล้าน และปี 2543 ขาดทุน 5 แสนบาท

5. หจก.มิลเลี่ยนฟูล ประกอบธุรกิจสั่งเข้า-ส่งออก ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท “เสี่ยจิ้น” ถือหุ้นร่วมกับนายเลิศศักดิ์ อุนุมรานนท์

และ 6.บริษัท มิเลนเนียม พลัส วัน จำกัด ประกอบกิจการรับจ้างติดตั้งเสาสัญญาณ เครื่องรับส่ง รวมทั้งอุปกรณ์ทุกชนิดที่เกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม รับเหมาก่อสร้าง ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท “เสี่ยจิ้น” ถือหุ้นร่วมกับนายพิทักษ์ น้ำทรัพย์อนันต์ และนางเพชรรัตน์ มัทวานนท์

เอาเข้าจริง แม้นางสิงห์ สุดารัตน์ จะไม่เล่นการเมือง เธอก็รวยล้นฟ้า บางทีสิ่งที่เธอขาดอาจไม่ใช่เงิน แต่เป็นสิ่งที่สูงค่ากว่านั้น หรือคุณว่าอย่างไร ?



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter