Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
จับกระแสข่าวร้อน
ทีมข่าวอิสระ


บุกวัดค้างคาว เจาะใจ” พระครูวิจิตรสุธาราม” โหราจารย์ผู้กุมชะตาทักษิณ

เหยี่ยวข่าวพร้อมโชเฟอร์ ตะบึงหน้าไปบนถนนสายเอเชีย มุ่งสู่อำเภอบ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยใช้รถโตโยต้าอายุงาน 10 ปี

เป้าหมายของนักข่าว คือ การไปนมัสการ พระครูวิจิตรสุธาราม เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม รองเจ้าคณะอำเภอบ้านหมี่ พระอาจารย์ดังด้านโหราศาสตร์

ผู้เคยทำนายดวงชะตาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า ชะตาเกิดของคนเหนือที่ชื่อใต้(ทักษิณ) มีพลังแรงถึง ระดับ 19 มากกว่านักการเมืองคนใดในแผ่นดิน

พระครูดังเคยฟันธง เมื่อปี 2543 ก่อนการเลือกตั้ง 6 มกราคม 2544 ว่า นายกฯคนที่ 23 จะมีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และยังทำนายไว้ล่วงหน้าว่า ทักษิณจะหลุดคดีซุกหุ้นในศาลรัฐธรรมนูญ อย่างแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์

หลังคำทำนายเป็นจริง แม่ยายทักษิณคือ คุณพจนีย์ ณ ป้อมเพชร กลายเป็นศิษย์วัดค้างคาวตั้งแต่นั้นมา และคอยมาสะเดาะเคราะห์ให้ลูกเขยที่วัดอยู่เป็นประจำ

ทุกวันนี้ พระครูดังวัดค้างคาว มีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นคนใหญ่คนโตมากมาย ทั้งนักการเมืองระดับชาติ เช่น สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และแกนนำพรรคไทยรักไทยมากหน้าหลายตา

รวมถึงนายพลนายพันอีกหลายคน นอกจากนี้ ยังมีไฮโซชื่อดัง อย่างเจ๊ ทัจฐนีย์ ศิริเยี่ยม หรือ เจ้าแม่กาลวิน เจ้าของห้องเสื้อชื่อดัง รวมอยู่ด้วย

รถข่าวจอดพรึดหน้ากุฎิวัดค้างคาว ลานจอดรถของวัด เต็มไปด้วยรถหรูๆหลายคันจากกรุงเทพ นักข่าวหยิบบัตรคิวเพื่อเข้าพบเจ้าอาวาส ได้หมายเลข 27

นั่นหมายความว่า วันนี้มีคนมาใช้บริการ คำทำนายดวงชะตาจากพระครูวิจิตรสุธาราม ไปแล้ว 26 คน เมื่อเปิดประตูเข้าไปนั่งรอใช้บริการ พบว่า พระอาจารย์นั่งอยู่กลางห้อง โดยมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ใช้บริหาร นั่งล้อมรอบแน่นห้อง

เหลียวดูรอบห้องพบว่า ผู้มาใช้บริการ คิวรอยาวเหยียด มีทั้ง นายทหาร ผู้พิพากษา นายก อบจ. นายอำเภอ พ่อค้านักธุรกิจ ตลอดจนหญิงม่าย วัย 41 ปี

จากบ่ายสองโมง เรื่อยไปจนถึงบ่ายห้าโมงเย็น คิวหมายเลข 27 จึงถูกเรียกจากพระอาจารย์ดังว่า นักข่าวจะถามเรื่องอะไร ?

นักข่าวพูดขึ้นว่า ไม่อยากถามเรื่องชีวิตส่วนตัว แต่อยากถามเรื่องบ้านเมืองที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้ อยากรู้ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ?

“พระครูวิจิตรสุธาราม” ตอบแบบฟันธงในทันทีว่า หลังปฏิรูปการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งอย่างแน่นอน

และคราวนี้จะอยู่ยาวจนกว่าทักษิณจะเบื่อการเมืองไปเอง

อาจารย์ดังวัดค้างคาว ร่ายยาวต่อไปว่า คนชื่อ ทักษิณ เป็นคนเหนือแต่ชื่อทักษิณ จึงทำให้นายกฯทักษิณอยู่ได้ยาว

การกลับมาครั้งนี้ทุกอย่างจะราบรื่นกว่าเก่า เพราะทักษิณจะเข้มแข็งมากขึ้น

แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุงคือ เรื่องปากหรือการพูดจาเท่านั้น อุปสรรคต่างๆ ก็จะไม่มี ดวงตอนนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเพียง “มิตรทรยศ” อย่างเดียว

ถ้าสามารถกำจัดมิตรทรยศออกไปได้ก็จะอยู่ได้แบบสบายๆ

โหราจารย์ชื่อดังเล่าว่า ได้พบ พ.ต.ท.ทักษิณครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 ได้แนะนำให้พ.ต.ท.ทักษิณหยุดภารกิจต่างๆ ชั่วคราว ไม่ต้องลาออกและสมัยหน้าให้ถอย อย่ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเพียงการร่างรัฐธรรมนูญแบบเร่งด่วนเท่านั้น ปล่อยให้นักวิชาการร่าง ถกเถียงกันเองเพราะทุกคนก็อยากให้มีการเลือกตั้งเร็วๆ ไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีว่านายกรัฐมนตรีครอบงำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากปฏิรูปการเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยกลับเข้ามา

พร้อมกันนี้ ยังได้แนะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ อีก 3 ข้อ คือ 1.ให้ใช้เวลาค่อยๆ คลี่คลายปัญหาต่างๆ 2.ใช้เหตุผล 3.แก้ไขที่ใจท่านเองดีที่สุด คือ ทำใจให้สงบนิ่ง อย่าท้อ อย่าถอย คนทุกคนดีก็ดีไม่หมด ชั่วก็ชั่วไม่หมด ตัวนายกฯทักษิณเป็นคนดี แต่ก็ดีไม่ทั่ว จะว่าชั่วก็ชั่วไม่หมด

คำโบราณบอกไว้ว่ากลองจะดังต้องมีคนตี บางทีอาจจะต้องให้เวลาผ่านไปก่อนแล้วค่อยๆ คลี่คลายสถานการณ์ เชื่อว่าไม่มีอะไรที่รุนแรง ไม่มีการฆ่ากันตาย ไม่มีเหตุการณ์นองเลือดแน่นอน เพราะถ้ามีมีไปนานแล้ว

“ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีว่าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในใจ 4 คน 1.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 2.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา 3.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 4. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ซึ่งใจจริง พ.ต.ท.ทักษิณ อยากให้นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วง 3-4 เดือนที่มีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ”

เหตุผลคือ นายสุวัจน์มีคุณสมบัติข้อหนึ่งที่คนในพรรคไทยรักไทยไม่มี นั่นคือ ความเป็นคนกตัญญูและที่สำคัญเป็นคนที่ชำนาญทางด้านการเมืองมาก เป็นมือประสานสิบทิศ หากนายสุวัจน์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจะสามารถประสานความร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยได้ การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์อาจจะเปลี่ยนใจลงเลือกตั้ง ส่วนนายสมคิด นั้นเก่งทางด้านการค้า แต่ไม่เก่งด้านการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณจึงเกรงว่าจะต้าน 3 พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ แต่ตอนนี้นายสุวัจน์ และนายพงศ์เทพ ได้ขอถอนตัวออกจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่าอ่อนพรรษา ฉะนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้ คือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

“พระครูวิจิตรสุธาราม” กล่าวต่อไปว่า เท่าที่ตรวจสอบดวงนายสมคิดเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะฝ่ามือไม่มีแผล ใครตีก็ไม่เข้า ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ส่วนคนอื่นๆ ที่มีการกล่าวถึง เช่น ร.ต.อ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก็เป็นคนเถรตรงเกินไป ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เหมาะกับการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมากกว่าที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้จะต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ด้วย ไม่ใช่ยึดหลักนิติศาสตร์เพียงอย่างเดียว

อีก 1 ปีข้างหน้ามิตรทรยศก็จะหมดไป กลุ่มของสนธิ (สนธิ ลิ้มทองกุล) ก็ถูกฟ้องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งถือเป็นคดีที่ร้ายแรง พรรคประชาธิปัตย์ก็กำลังแพ้ภัยตัวเอง อาจถูกฟ้องให้ยุบพรรค เพราะ 1.ไม่ลงเลือกตั้ง 2.ปลุกกระแสประชาชนให้โนโหวต 3.กราบบังคมทูลให้ใช้มาตรา 7 ซึ่งดูตามดวงเมืองแล้วมีโอกาสสูงที่จะถูกยุบพรรค

แต่อย่างไรก็ตามก็สามารถที่จะตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาได้ ส่วนปัญหาที่เป็นห่วงกันว่าจะเปิดสภาได้หรือไม่นั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 ระบุไว้ว่ากรณีที่มี ส.ส.ไม่ครบเขต ไม่ครบจำนวน ให้กราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยเปิดสภาก่อนได้ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาเข้าร่วมด้วย

เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม กล่าวต่อว่า ก่อนเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน เคยทำนายว่า พรรคไทยรักไทยจะได้ ส.ส.พื้นที่ทั้งหมด 360 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์อีก 95 ที่นั่ง ผลปรากฏว่าหลังเลือกตั้งเสร็จพรรคไทยรักไทยได้ 360 ที่นั่ง พรรคปลดหนี้ได้ 1 ที่นั่งเหลืออีก 39 ที่นั่งที่เลือกตั้งใหม่ ตรงหมด จึงเชื่อว่าหลังจากนี้เกิดสภาได้แน่นอน

และหลังปฏิรูปการเมืองเสร็จแล้วเลือกตั้งใหม่ แม้จะมีพรรคเล็ก พรรคน้อยเกิดเป็น 10 พรรคก็ไม่สามารถที่จะสู้พรรคไทยรักไทยได้ เพราะรากหญ้าชอบประชานิยม ประชาชนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศอยู่ในภาคเกษตรกรรม หากนายกฯทักษิณตรึงฐานคนเหล่านี้ไว้ได้โอกาสที่พรรคไทยรักไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากก็มีสูง

พระอาจารย์ดัง เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณเก่งด้านเศรษฐกิจอยู่แล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วงว่าปี 2550 และปี 2551 เศรษฐกิจไทยจะล่มอีกรอบหนึ่งนั้นจึงไม่มีแน่ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณมีวิธีที่จะแก้ปัญหา เอาข้าวไปเล่นกับน้ำมัน ประเทศไทยไม่มีน้ำมันใช้คนไทยก็ไม่ตาย แต่ประเทศผู้ค้าน้ำมันต้องกินข้าวทุกวัน ไม่อย่างนั้นมันตายก่อนเรา

ฉะนั้นต้องเอาจุดแข็งของประเทศเรื่องข้าวมาเป็นข้อต่อรอง แต่ต้องอย่าให้ข้าวในประเทศแพงตาม คำแนะนำจากพระอาจารย์คือ พ.ต.ท.ทักษิณทุ่มเรื่องเกษตรอย่างเดียว พอเกษตรโง่หัวขึ้นเงินก็จะพุ่งเข้าสู่ตลาดโดยอัตโนมัติ พ่อค้าจะดึงอุตสาหกรรมต่างๆ มาช่วย

พระอาจารย์วัดค้างคาว เล่าว่า ก่อนหน้านี้ สมาคมนักโหราศาสตร์ออกมาทักว่า ปีนี้ราหูเสวยอายุ ดาวพุธทำมุมไม่ดี ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณดวงแตก

แต่ โหราจารย์ประจำตระกูลชินวัตร เห็นแย้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณเกิดวันอังคาร ราหูเสวยอายุ ทุกคนจึงไปเข้าใจว่าราหูจะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณพังแน่นอน

จริงๆ แล้วราหูกลับเป็นมูละ คือ เป็นลาภของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ได้ลาภมหาศาล( 73,000 ล้าน) แต่สัจธรรม คือ คนใดได้ลาภ จะเสื่อมลาภ ได้ยศก็จะเสื่อมยศ ได้นินทาจะได้สรรเสริญ ได้สุขจะมีทุกข์

เมื่อมีความจำเป็นต้องประกาศยุบสภาเพื่อลดกระแส พ.ต.ท.ทักษิณจึงเสื่อมลาภ ต้องหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“ราหูไม่ใช่ดาวร้ายเสมอไป ดาวทุกดวงดีทั้งนั้นยกเว้นราหูไปเสวยอายุคนที่เกิดวันพุธเท่านั้นที่จะพัง เพราะราหูไม่ถูกกับคนวันพุธ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณเกิดวันอังคาร ราหูจึงกลับเป็นมูละ ซึ่งราหูเสวยตั้งแต่อายุ 52-62 ปีรวม 12 ปี ถ้าราหูเล็งลักคณาจริงๆ ก็แนะนำให้ พ.ต.ท.ทักษิณย้ายที่นั่ง ที่นอน ย้ายที่ทำงาน ไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า ไปนอนสนามบินสุวรรณภูมิบ้าง ไปค้างที่อาจสามารถบ้าง เคลื่อนดวงซะราหูก็เล็งไม่ได้ ที่ไหนมีศัตรูก็อย่าไปเจอ ม็อบอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลก็เปลี่ยนไปทำงานกระทรวงการต่างประเทศ ทำไม่รู้ ไม่เห็น ก็ไม่เกิดอารมณ์ ก็หมดเรื่องหมดราวไป”

อาจารย์วัดค้างคาว วิเคราะห์ดวงทักษิณ ได้เป็นฉาก ๆ อย่างน่าสนใจและยิ่งพูดก็ยิ่งสนุก

แต่แล้ว ที่สุด บทสัมภาษณ์ก็ต้องยุติลง เพราะผู้มาใช้บริการหลวงพ่อที่ยังรอคิวยาวเกือบคิวที่ 40 เริ่มโวยว่า นักข่าวใช้เวลาของหลวงพ่อไปมากแล้ว

นักข่าวจึงกราบนมัสการลา หลวงพ่อวัดค้างคาว เพราะรู้สึกว่า หากถามต่อไปเรื่อยๆ อาจสร้างความไม่พอใจให้แก่คนที่อยู่คิวถัดไปได้

เมื่อนักข่าว ออกมาจากกุฎิวัดของหลวงพ่อ ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เวลาบนนาฬิกา บอกเวลา เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ได้เวลากลับกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม คำทำนาย กลับมิได้ทำให้นักข่าวรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจแม้แต่น้อย ความหนักใจยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงแห่งความคิดคำนึง



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter