ชัยพฤกษ์การ์ตูน
มีใครเคยลองนึกย้อนไปในสมัยวัยเด็กมั้ยครับว่า เราสามารถจินตนาการถอยหลังกลับไปหาเหตุการณ์บางอย่างที่เราจำได้ไกลที่สุดตอนอายุเท่าไหร่
อาจฟังดูเป็นเรื่องบ้า ที่อยู่ดีๆ ไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร จึงมานั่งคิดอะไรพิลึก
แต่จะว่าบ้าก็บ้าครับ เพราะเวลาจังหวะเหมาะ อารมณ์ดี อยู่คนเดียว ผมมักชอบคิดเค้นถอยหลังไปหาอดีตวัยเด็กที่สุดเท่าที่จะจำความได้เสมอ
เพราะบางทีการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และมุ่งแต่จะสร้างอนาคต ก็ทำให้เรามองคำว่าอดีตถอยกลับไปเพียงไม่กี่ปี
เป็นอดีตที่เราคิดว่ามีผลกระทบต่อการทำงานในขณะนี้มากที่สุด... เท่านั้นเอง
แต่ไอ้การที่ผมพยายามเจาะเวลาย้อนอดีตนั้น เป็นเพราะผมกลัวครับ
กลัวเพราะมีคนบอกว่า ยิ่งคนเราเติบโตอายุมากขึ้นเท่าไร เราก็จะยิ่งสูญเสียความทรงจำดีๆ ที่เคยมีในวัยเด็กไปจนสิ้น
แล้วในชีวิตหนึ่งของคนเรา จะมีช่วงเวลาใดที่แสนวิเศษยิ่งไปกว่าวัยเด็กอีกล่ะครับ
ความทรงจำวัยเด็กจึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่ใครก็แย่งชิงไปจากเราไม่ได้ มีแต่เราเท่านั้นที่จะเป็นผู้ทำลายสมบัติชิ้นนี้ด้วยตัวของเราเอง
ถ้าใครกลัวอย่างผม ขอแนะนำให้จินตนาการย้อนเวลาเป็นประจำ (คำเตือน ห้ามทำเกินวันละสองหน เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่มีความจำเป็นต้องทำ) รับประกันว่า ความรู้สึกดีๆ ที่หล่นหายไปกับกาลเวลาในชีวิต จะประเดประดังกลับมาจนตัวคุณรับไม่ทัน.....
เวลาที่ผมนึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองยังเด็กนั้น ผมมักจะรู้สึกปลอดโปร่ง
บางครั้งก็อดที่จะแอบอมยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้
เพราะพอจะจดจำถึงอารมณ์ความรู้สึกในช่วงนั้นได้ดีว่า เป็นชีวิตที่ไม่มีอะไรมาเป็นพันธนาการ (ไม่ว่าในความเป็นจริงมันจะมีหรือไม่ก็ตาม) โลกที่ผมมองเห็นช่างใสสว่าง (แม้เหตุการณ์ในวัยเด็กที่สุดที่จำได้ล้วนแต่เป็นเรื่องหม่นหมองร้องไห้ก็เถอะ) จำได้ถึงความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นอยากเล่นไปเสียทุกเรื่อง และมีแต่เรื่องน่าสนุก เพียงแค่นั่งมองมดแดงเดินตามก้นกัน ต่อเป็นแถวยาวเหยียดบนผนังกำแพงบ้าน ก็เคยทำให้ผมอยู่เฉยได้ครั้งละนานๆ โดยไม่สนใจอย่างอื่นเลย
เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่งและมีเหลือเฟือ ผมไม่เคยรู้จักคำว่า ไม่มีเวลา หรือ ทำอะไรไม่ทัน (ยกเว้นการบ้าน)
กระนั้น สิ่งหนึ่งที่มักผุดพรายขึ้นมาเสมอเมื่อนึกย้อนถึงวัยเด็ก ก็คือ การ์ตูน
และการ์ตูนในวัยเด็กซึ่งผมจำได้ไม่เคยลืมเลือน เห็นจะเป็น “ชัยพฤกษ์การ์ตูน” ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช
แม้ว่าในยุคนั้นจะมีการ์ตูนของคนไทยวางขายอยู่หลายฉบับ เช่น เบบี้ หนูจ๋า ตุ๊กตา แต่เล่มที่ผมชอบที่สุดคือชัยพฤกษ์การ์ตูน
ความชอบในวัยเด็กนั้นเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล อธิบายไม่ได้
เด็กอย่างผมไม่รู้หรอกว่าลายเส้นของการ์ตูนฉบับไหนสวยกว่ากัน ไม่รู้หรอกว่าการ์ตูนเล่มไหนขำกว่ากัน
ผมรู้แค่ว่าเวลาอ่านการ์ตูนเล่มไหนแล้วผมรู้สึกดีและอิ่มใจ
ผมอ่านชัยพฤกษ์การ์ตูนมาตั้งแต่รู้จักอ่านหนังสือเป็น และพอโตขึ้นอีกหน่อยยังมีโอกาสอ่านเล่มย้อนหลังซึ่งพี่ๆ ซื้อเก็บเอาไว้
แม้จะอายุได้สิบกว่าขวบ ผมก็ยังคงติดตามอ่านอย่างเหนียวแน่น และจะมีพิธีกรรมเฉพาะของตัวเอง กล่าวคือ ในเช้าวันหยุด ผมจะตื่นแต่เช้า ออกไปนอนเอกเขนกบนม้าหินตรงชานบ้าน ฟังเสียงนก ปล่อยให้ลมโชยปะทะหน้าเนื้อตัว สูดกลิ่นดินหญ้า แล้วบรรจงคลี่อ่านชัยพฤกษ์การ์ตูนทีละหน้าตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย
ผมยังจำชื่อ พี่รงค์ (ณรงค์ ประภาสโนบล) นักเขียนการ์ตูนที่ผมชอบลายเส้นของเขามากที่สุด ตัวการ์ตูนอย่าง เจ้าแพะ หนูแหวน พริกขี้หนู ลุงกำนัน ทาร์ซานกับเจ้าจุ่น พระอภัยมณี กระทั่งกบตัวเล็กๆ ที่อยู่มุมภาพซึ่งชอบพูดคำคมหรือแซวตัวการ์ตูนด้วยกันเอง เหล่านี้ยังติดตาติดใจอยู่ในความทรงจำ
หลายปีหลัง ผมเห็นพี่รงค์มาเขียนการ์ตูนการเมืองลงในนิตยสารบางเล่มและหนังสือพิมพ์บางฉบับ แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่พี่รงค์ที่ผมรู้จักสักเท่าไหร่
นักเขียนอีกคนหนึ่งคือ พี่เตรียม (เตรียม ชาชุมพร ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) ผมก็ยังจำลายเส้นและเรื่องราวแสนประทับใจ ในเรื่อง เพื่อน (ทั้งภาคแรก และภาคสอง) ได้แม่น ยังไม่นับการฉีกแนวไปเขียนการ์ตูนสั้นที่วางพล็อตได้ขำกลิ้งอย่าง ยายเพิ้ง ซึ่งแค่เห็นหน้ายายเพิ้งเราก็ต้องหัวเราะหึๆ เบาๆ แล้ว พออ่านจบก็ปล่อยก๊ากได้เลย
ปฐม พัววิมล (ไม่รู้เป็นญาติข้างไหนกับพระเอกละครคนหนึ่ง) ปนัท (จำนามสกุลไม่ได้) คือทีมการ์ตูนนิสต์ขาประจำของชัยพฤกษ์การ์ตูน และพี่ดาว ซึ่งน่ารักแกมยียวนแต่แสนสุภาพ คอยตอบจดหมายน้องๆ เป็นประจำ
อิทธิพลจากการ์ตูนเล่มนี้ ทำให้ครั้งหนึ่งผมเคยคิดจริงจังประสาเด็กว่า โตขึ้นจะต้องเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้
ตอนนั้นผมเคยแปรเจตจำนงเป็นการกระทำมาแล้ว ด้วยการร่วมมือกับน้องสาว วาดการ์ตูนกันคนละสองชิ้นสามชิ้น วางโครงเรื่องเองแบบเด็กๆ เขียนลงกระดาษแล้วพับเป็นเล่ม เย็บลวดตรงกลาง ทำเป็นการ์ตูนเล่มจิ๋ว คะยั้นคะยอยื่นให้พี่ชายพี่สาวทดลองอ่าน
เวลาเห็นพี่ๆ กล่าวชื่นชม ก็อดที่จะภูมิใจตัวเองไม่ได้
เมื่อเวลาผ่านไป น้องสาวผมเอาดีจนได้กับงานวาดรูป เธอมีงานสีน้ำมันที่เขียนเองเก็บไว้หลายชิ้น เรื่องวาดลายเส้นคงจะเป็นเรื่องหมูๆ ไปแล้ว เพราะเคยเอ็นท์ติดคณะจิตรกรรม แต่สุดท้ายมาจบสถาปัตย์ (ซึ่งก็ต้องอาศัยจินตนาการและทักษะการวาดรูปอยู่เช่นกัน) ในขณะที่ผมเฉไฉไปไกลสุดกู่ มือไม้แข็ง รูปที่วาดได้ดีที่สุดคงเป็นแค่บ้านสี่เหลี่ยมมีหลังคาสามเหลี่มแปะอยู่ข้างบน เจาะประตูหนึ่งบานกับหน้าต่างสองบาน บนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์กลมดิก เมฆหยึกหยักสองก้อน กับนกหยักๆ อีกสามตัว....
ในช่วงท้ายๆ ก่อนจะตัดขาดจากการเป็นสาวกชัยพฤกษ์การ์ตูน ผมสังเกตเห็นตัวการ์ตูนถูกวาดอย่างหยาบๆ มากขึ้น ไม่ละเอียดสละสลวยเหมือนเดิม ความตลกแบบละเมียดละไมและแง่คิดใสๆ จากการ์ตูนช่องเดียวและการ์ตูนสั้นประเภทตอนเดียวจบ ก็ลดลงไป
จะด้วยความเป็นเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นหรือไม่ก็สุดเดา แต่เสน่ห์ของชัยพฤกษ์การ์ตูนแทบไม่เหลืออยู่อีกในความรู้สึกของผมห้วงนั้น
อาการอยากอ่านกลายเป็นเห็นแล้วเฉยๆ และที่สุดก็กลายเป็นไม่จำเป็นต้องอ่านไปเลย
กว่าผมจะเลิกเป็นแฟนชัยพฤกษ์การ์ตูน ก็ล่วงเข้าจบชั้น ม.2 ตอนนั้นประมาณปี 2522 ซึ่งเข้าใจว่าเป็นช่วงที่ชัยพฤกษ์การ์ตูนเริ่มมีปัญหาทางธุรกิจ และต่อมาก็รุนแรงจนถึงขั้นเลิกพิมพ์และปิดตัวเองไป
ผมมาติดการ์ตูนอีกครั้งตอนเรียนมัธยมปลาย การ์ตูนรายสัปดาห์อย่าง “กีฬา&การ์ตูน” ของค่ายสยามสปอร์ต ล้วงเงินออกจากกระเป๋าผมไปได้ทุกศุกร์ เรียกว่าซื้ออ่านกันจนคนทำเลิกทำไปเลยนั่นแหละ
ส่วนการ์ตูนญี่ปุ่นนั้นไม่ได้แอ้มเงินจากกระเป๋าผมเลยสักบาทเดียว เพราะมีอยู่เรื่องเดียวที่ชอบอ่าน คือ โดราเอมอน ซึ่งแต่ก่อนใช้วิธียืมเพื่อนอ่าน ส่วนปัจจุบันใช้วิธีแย่งหลานอ่าน
ชีวิตผมไม่มีชัยพฤกษ์การ์ตูนมานานถึง 20 ปี แต่เมื่อย้อนนึกไปถึงชีวิตวัยเด็กคราใด ผมกลับระลึกถึงการ์ตูนเล่มนี้อยู่เสมอ
มันกลายเป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่แยกไม่ออกกับชีวิตวัยเด็กของผม
แต่วันนี้ไม่มีการ์ตูนอย่างนั้นแล้ว
ใครยังเก็บชัยพฤกษ์การ์ตูนฉบับเก่าๆ ไว้บ้าง
ช่วยบอกผมที



