Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
open guest room
ห้องรับแขก open


เหตุเกิดในร้านอาหารตามสั่ง

- บุญชิต ฟักมี -


บันดลลุกขึ้นตบโต๊ะ

“เราจะทนกินอาหารเลวๆอย่างงี้อีกต่อไปกี่นานกัน !”

คนในร้านแตกฮือ บันดลทิ้งระยะสามสี่อึดใจ ตามหลักวิชาการเรียกร้องความสนใจที่จะต้องปล่อยช่วงตะลึงไว้ให้มวลชน ก่อนจะพูดต่อไป

“ราษฎรในซอยเคหะบางธน ต้องทนกินอาหารเลวๆ ที่โกสินใช้เครื่องปรุงชั้นเลว บวกกับความชุ่ยและขี้เหนียวส่วนตัวมาเท่าไรแล้ว โกสินรวยขึ้นๆ แต่พวกเราแย่”

เป็นความจริงทีเดียว, ประชาชนในการเคหะบางธนส่วนใหญ่เป็นคนทำงานรับจ้าง อย่างดีก็ข้าราชการระดับกลาง ความเร่งรีบของนครหลวง และความห่างไกลของการเคหะนี้กับเขตเมือง ทำให้ประชาชนชาวโสดที่อาศัยอยู่ในการเคหะแห่งนี้ร้อยละสี่สิบเจ็ดต้องฝากท้องกับร้านอาหารตามสั่งไม่มีชื่อของนายทองสิน แซ่ลิ้ม หรือโกสิน

“ใช่ๆ ดูนี่ซี ผัดซีอิ้วทั้งจาน มีหมูแค่สามชิ้นครึ่งเอง เอ้อ อีกครึ่งชิ้นนี่ก็เป็นมันหมูเสียด้วย แหนะ” ใครคนหนึ่งก็โวยขึ้นมา บันดลเริ่มมองหาพวก คนอื่นๆในร้านแม้ไม่ออกอาการชัดเจน แต่ในแววตาแล้วเขาก็เชื่อว่าคงเห็นด้วยกับเขา

“อะไรวะ”

โกสิน เจ้าของร้านวัยห้าสิบครึ่งเดินถือตะหลิวเข้ามา บันดลสูดลมหายใจฮึด ประกาศกร้าว

“เราคิดว่าโกเอาเปรียบพวกเรามากเกินไปแล้ว โกขายอาหารห่วยๆให้เราแดก – เอ๊ย รับประทานมาตลอดยี่สิบปี โกรวยเอาๆ พวกเราผอมโซ ขาดสารอาหาร นอกจากนั้น รสชาติอาหารของโกแมวเมินอย่างไรก็อย่างนั้นตลอด โกไม่คิดปรับปรุงเลย”

โกสินแยกเขี้ยว

“พูดมากน่า ไอ้สาด! แน่จริงเมิงก็เปิดร้านอาหารอย่างกูนี่ ดูสิจะขายได้ไหม”

คนในร้านฮือฮา ใครคนหนึ่งลุกขึ้นมา เขาคือเชี่ยวชล นักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์อาหารในมหาวิทยาลัยของรัฐชื่อเบาแห่งหนึ่ง

“อ้าวโก อย่างงี้ก็ไม่สวยสิ คนจะด่าโกได้ต้องเปิดร้านอาหารตามสั่งอย่างโกด้วยเรอะ”

“ก็เออซีวะ”

“ยังงี้เวลาไอ้ด่างข้างตลาดมันเห่า โกไปด่ามันทำไมล่ะ ในเมื่อโกก็เห่าเหมือนมันไม่ได้ เออหนะ ?”

คนในร้านเฮฮา โกสินเริ่มมีเหงื่อหยดๆ ที่หน้าผาก

“มึงพูดอย่างงี้จะเอาเรื่องกะกูหรือ”

บันดลประกาศ

“เอาก็เอาวะ ชาวเคหะบางธน จะไม่ทนให้โกแล้วเว้ย”

คนในร้านเฮฮา โกสินปาดเหงื่ออีกครั้งหนึ่ง

“งั้นพวกมึงว่าอาหารร้านกูไม่ดี แล้วอย่างดีๆของมึงมันเป็นไง”

“ก็ต้องอร่อย อย่างน้อยๆ ก็อย่างร้าน‘รสปราณีต’ตรงป้ายรถเมล์ใหญ่ก็ได้ หรือไม่โกลองไปกินอาหารตามสั่งในห้าง อย่าง S&P หรือสีฟ้าดูมั่งซี”

บันดลว่า

“ใช่ๆ ใส่หมูเยอะๆด้วย นี่อะไรวะ หมูแค่สามชิ้นจิดริดกับมันเลี่ยนๆ” ใครสักคนที่บ่นเรื่องผัดซีอิ๊วเสริม

โกสินหัวเราะแค่นๆ

“งั้นพวกมึงกรุณาแหกตาดูหน่อย ว่าร้านกูน่ะขายเท่าไร ร้านป้าณีป้าหนอมอะไรของมึงน่ะ ขายเท่าไร ยี่สิบห้า สามสิบ ใส่ไข่สามห้าก็มี น้ำไม่เกี่ยวขวดละอีกห้าบาท แบบขวดขุ่นธรรมดานะเว้ย แล้วไอ้เอสแอนด์พี สีฟ้าน่ะกูก็เคยกิน แล้วมันจานเท่าไรกันวะ สองคนร้อยนึง เอาอยู่ไหมล่ะนั่น ของกูจานละยี่สิบรวด ใส่ไข่ด้วย ไม่เอาไข่ก็สิบห้าบาท แข็งเปล่าน้ำชาฟรี ราคางี้มึงแดกได้หรือ?”

“อ้าวโก มาลำเลิกกันแบบนี้ก็ไม่สวยเดะ ใครให้โกขายถูกๆอ้ะ”

“งั้นกูขึ้นราคาไหมละ เอาไหม แค่เท่าร้านป้ายรถเมล์นั่นก็ได้ มึงอยากแดกกันหรูนักก็?”

คราวนี้คนในร้านเงียบกริบ เชี่ยวชล คนที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์อาหารพูดขึ้น

“งั้นไม่พูดเรื่องราคาก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นอาหารของโกก็ไม่ค่อยถูกหลักอนามัยอยู่ดี ผมเห็นกะละมังล้างจานโกดำปี๋เลย ฟองน้ำก็เก่ายังกะใช้มาตั้งแต่สมัยสิบสี่ตุลา แถมยังใช้แฟ้บล้างจานอีก อาหารของโกใส่ผงชูรสมากกว่าความจำเป็น หรืออย่างเวลาสั่งกระเพราไก่ไข่ดาว โกก็ทอดไข่ไม่สุก เสี่ยงว่าถ้ามีไวรัส H5N1 ก็เดือดร้อนนายกต้องมากินไก่โชว์อีก นอกจากนี้โกก็ยังใช้มันหมูมาผัดมาก จนหัวใจคนกินจะมีคลอเรสเตอร์รอลมาเกาะแทนความรักไปแล้ว น้ำมันโกก็เก่า เต็มไปด้วยอนุมูลอิสระสารก่อมะเร็ง ชาที่โกเอามาชงแล้วบอกว่าฟรีๆน่ะ โกใช้ชาชั้นเลวที่สุดเท่าที่มันจะมีขายมาชง ไม่ใช่ชาระมิง หรือชาสามม้า”

เจ้าหนุ่มร่ายยาวตามหลักวิชาการ เจ้าของร้านอาหารตามสั่งทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างตัวนึง

“งั้นเอางี้ไหม พรุ่งนี้เป็นต้นไป กูจะยกร้านให้พวกมึงไปลองทำขายกันเองดู ข้าวของในร้าน ในตู้เย็น พวกมึงเอาไปใช้ได้หมดเลย จะซื้อจะหาอะไรเพิ่มก็มายืมเงินกูได้ ลองไหม ? สักเดือนก็ได้ ถ้าไปได้ดีมึงเอาร้านไปทำเลย”

คราวนี้ลูกค้าอึกๆอักๆ

“ผมไม่ใช่คนทำร้านอาหารอย่างโกนี่ แต่ผมเคยไปกินอาหารมาหลายๆที่ แบบเป็นนักชิมอ้ะ เข้าใจปะ ผมคนกิน ไม่ใช่คนขาย”

“ผมก็เรียนด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ศึกษาเรื่องการจัดอาหารให้ปลอดภัยถูกสุขลักษณะให้คุณค่าทางอาหาร แต่ผมไม่ได้เรียนมาทางการครัวนี่ครับ”

“ผมก็แค่อยากได้หมูเพิ่ม”

โกสินหัวเราะแค่นๆ

“สุดท้ายก็คือไอ้คนที่ชอบไปเห็นนั่นเห็นนี่ข้างนอกเคหะแล้วว่าดี แล้วจะให้เลียนแบบกันตะพึดตะพือ อีกคนก็แก่วิชาการ แต่ปฏิบัติไม่เป็น อีกคนก็แค่ว่าได้ไม่สมอยากก็โวย เพราะอยากได้มากขึ้น?”

คราวนี้บรรดาลูกค้าเถียงบ้าง

“โกพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนา พวกผมก็คือคนมากินข้าว แต่มีความรู้ มีประสบการณ์ ก็เอามาบอกให้โกพัฒนาร้าน เพราะยังไงเราก็ต้องกินร้านโกอยู่วันยันค่ำ เราก็อยากกินของดีๆ ราคายุติธรรม รสชาติใช้ได้บ้าง เราแค่อยากให้โกปรับปรุง”

“กูก็เห็นมึงเอาแต่ๆด่าๆ ไม่เห็นบอกให้ปรับปรุงอะไร”

“ก็อย่างที่น้องเชี่ยวเขาว่าไง นั่นน่ะหลักวิชาการล้วนๆ”

“ใช่ๆ”

คนอื่นพลอยผสมโรง

“เรื่องผงชูรส เรื่องไข่ไม่สุก กูก็พอรู้ แต่มึงรู้ไหมว่าคนที่ชอบกินเขาก็มี”

“ตลกแล้วโก ใครที่ไหนกันวะชอบกินผงชูรส”

“ฉันเอง” ป้าใจชูมือขึ้นอย่างอายๆ “ฉันติดผงชูรสจ้ะ บัวลอยซื้อมาฉันยังต้องแอบเอามาใส่ผงชูรสที่บ้านเลย”

“แต่มันอันตรายนะป้า” หนุ่มนักศึกษาพยายามเตือน

“ก็รู้ละเว้ย ... แต่แหม .. นะ”

“จะว่าไปฉันก็ชอบกินไข่ดาวไม่สุกแฮะ” บันดลพูดเบาๆ เหมือนจะบอกกับตัวเอง โกสินส่ายหัว

“พวกมึงก็งี้ จะเอาแต่ได้ จะเอาอย่างนั้น จะให้เป็นอย่างงี้ ไม่คิดจะทำ ไม่คิดว่าทำจริงแล้วมันจะมีต้นทุนอะไร คำแนะนำก็ดีแต่แนะสาดๆ ไม่สนใจว่ามันจะทำได้ทำไม่ได้ หรือคนอื่นเขาจะชอบหรือไม่ชอบ เอาความชอบ เอารสนิยมตัว หลักคิดหลักการตัวมาตัดสินคนอื่น ทุด !”

“เออ พวกผมมันต้องพึ่งโก เราก็พยายามบอกว่าโกยังด้อยตรงไหน โกไม่แก้ก็แล้วไป ตอนนี้ไม่กินร้านโกก็ไม่รู้จะกินร้านใคร ร้านอื่นๆก็ยังไม่ค่อยได้ดังใจ แต่โกระวังให้ดีแล้วกัน ถ้าวันไหนร้านอื่นๆ เขาแข่งกะโกได้ เรื่องราคา เรื่องรสชาติ ความสะอาด แล้วคนไม่มากินร้านโก หรือแจ้งอนามัยมาตรวจร้านโก ก็ลำบากไปเสียค่าปรับอีก โกจะรอวันนั้นก็เอานะ พวกผมไม่ว่าไรหรอก ยังไงพรุ่งนี้ผมก็ต้องมากินร้านโก แต่มะรืนน่ะไม่แน่”

ตกบ่ายแก่แล้ว ลูกค้ากลับไปหมด โกสินร้องเรียกไอ้นุ้ยเด็กลูกจ้าง สั่งให้ไปซื้อกาละมัง ฟองน้ำ และน้ำยาล้างจาน โกฝากเงินไปอีกจำนวนหนึ่ง สั่งว่า ถ้าเจอหมูสวยๆไม่ค่อยมีมัน หรือชาจีนดีๆ ที่ราคาไม่แพงก็ซื้อติดมาด้วย

น้องเบล พนักงานโรงแรมกะค่ำที่ต้องเข้างานช่วงเย็นเดินเข้ามาในร้านอาหารตามสั่งโกสินอย่างคุ้นเคย ร้องสั่งกะเพราไก่ไข่ดาวอย่างเคย โกเอากระทะตั้งไฟ พลางร้องถาม

“เอาไข่สุกหรือไม่สุก กินผงชูรสไหม ?”

................................................................

“เอาดวงใจของเขาใส่ดวงใจของเรา แล้วจะรู้ว่าเขาคิดกับเราอย่างไร... คิดอย่างโน้นอย่างนี้ คิดไปเองเรื่อยไป แต่ว่าใจของใครก็อยากให้ใครเข้าใจ...”

แง้มใจ – ยืนยง โอภากุล



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter