เว้นวรรค ไม่ฟุลสต็อป
open society ชิ้นนี้เขียนขึ้นสี่ชั่วโมงหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แถลง ‘เว้นวรรค’ ผ่านทีวีพูล ขณะที่ฝุ่นการเมืองก็ยังคงคลุ้งฟุ้งกระจาย เสียจนสังคมไทยติดโรคภูมิแพ้ป่วยไข้เอาได้ง่ายๆ
จากคืนวันจันทร์ หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปหนึ่งวัน นายกฯ ทักษิณก็ยังท่องคาถา ‘16 ล้านเสียง เพียงเพื่อชาวไทย(รักไทย)’ อย่างแข็งขัน เคียงข้างอดิศักดิ์ ศรีสม แห่ง ‘กรองสถานการณ์’
แข็งขันเสียจน ‘ท่านขุนน้อย’ แห่ง ‘ไทยโพสต์’ ถึงกับร่ายปากกาอย่างหมดหวังหลังชมรายการว่า
“ดูเหมือนว่า อารยะขัดขืน นั้นจะทำอะไร อนารยะหน้าด้าน ไม่ได้เอาเลย อากัปกิริยาอันแสดงให้เห็นถึงความลื่นเหลือล้น ทนเหลือหลาย หนาเป็นคืบๆ ศอกๆ เช่นนี้...ต้องถือว่าหมดแล้ว...หมดทางเลือก ทางออก ที่จะนำเอาความสงบ, ความสันติ กลับคืนมาสู่สังคมกันได้ง่ายๆ... ??? ... มันจะจบแบบไหน? จบตรงไหน? จบยังไง? ท่าท่างมันจะเกินขีดความสามารถมนุษย์โดยปกติ จะไปหามุมจบหาข้อยุติกันได้อีกต่อไปแล้ว ... ก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระสยามเทวาธิราชไปตามลำพังนั่นแหละท่านเอ๋ย ...”
สู่เช้าวันอังคาร มีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ เป็นการนั่งเป็นประธานการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลครั้งแรกในรอบร่วมเดือนของนายกรัฐมนตรี เช้านั้น ยังไม่ปรากฏวี่แววของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญตามขีดความสามารถมนุษย์โดยปกติ นายกฯทักษิณยังคงนั่งทำงานที่ทำเนียบฯ เคียงข้างกองไปรษณียบัตรบำบัดจิต 5,206,776 ฉบับ
กระทั่ง เวลา 13.35 น. พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ พล.ม.2 (สนามเป้า) เพื่อเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ในเวลา 15.00 น. นั่นเอง ที่สถานการณ์การเมืองเริ่มส่อเค้าพลิกผัน
แม้ในเบื้องต้นด้านเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ อ้างรายงานข่าวว่าเป็นการเข้าเฝ้าตามปกติ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของ น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริยเดช ที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ว่า “... นายกรัฐมนตรีไปถวายรายงานเกี่ยวกับเรื่องของสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้ง ว่าเป็นอย่างไรเท่านั้น” ก็ตาม
เว็บไซต์ผู้จัดการรายงานต่อว่า 19.00 น. หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับจากเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ.ต.ท.ทักษิณได้ขับรถกลับด้วยตัวเอง โดยตอนแรกคาดว่ามุ่งหน้ากลับบ้านซอยจรัลสนิทวงศ์ 69 แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึงบริเวณวังศุโขทัย ขบวนรถได้เลี้ยวกลับเพื่อมุ่งตรงมายังทำเนียบรัฐบาล และมีการแจ้งผู้สื่อข่าวว่า นายกฯจะแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลตอนค่ำผ่านทีวีพูลสู่ประชาชนทั่วประเทศ
20.30 น. หน้าบันไดทางขึ้นด้านในตึกไทยคู่ฟ้านั่นเอง นายกฯทักษิณแถลงข่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ประกาศเว้นวรรคไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ฟุลสต็อปการเมือง ยังคงนั่งเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และ ส.ส. ต่อไป รวมถึงจะยังเดินสายเยี่ยมเยียนประชาชนต่อไปด้วย (แต่มิได้บอกว่าจะเดินทางลงใต้ด้วยหรือไม่ อย่างไร)
สำนักข่าวต่างๆ รายงานใกล้เคียงกันว่า แกนนำพรรคไทยรักไทยมาร่วมหลั่งน้ำตาอาดูรค่ำนี้อย่างครบครัน ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ นายวัฒนา เมืองสุข นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายชานนท์ สุวสิน รวมถึงอดีต ส.ส.กทม. อย่างนายภิมุข สิมะโรจน์ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี อีกทั้ง เพื่อนรักเตรียมทหาร 10 อย่าง พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้อำนวยการกองสลาก และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง
เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า พ.ต.ท.ทักษิณ มีสีหน้าเศร้าสลด และมีน้ำตาไหลออกมา ขณะที่รัฐมนตรีบางส่วนก็ร่ำไห้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ร่ำไห้อย่างหนัก ต้องใช้มือป้ายน้ำตาตลอดเวลา ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีทุกคนที่เสียสละช่วยกันทำงานให้บ้านเมือง
จากนั้น นายกฯได้เข้าไปโอบกอดคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา และบุตรทั้ง 3 คน โดยบุตรสาวนายกฯทั้ง 2 คนได้ร่ำไห้อย่างหนักจนสะอึกสะอื้น ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย และคุณหญิงพจมานยืนน้ำตาคลออยู่ข้างๆ
คุณหญิงพจมานบอกกับนายกฯว่า “เดี๋ยวไปพักกัน” (ผู้จัดการออนไลน์และไทยโพสต์รายงานว่า “ได้ไปเที่ยวแล้ว”) จากนั้นคุณหญิงพจมาน ได้จับมือสามี เดินขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า และพักผ่อนอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้าประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะลงมาในเวลา 20.51 น.พร้อมกับครอบครัว โดยนายกฯได้บอกกับคนขับรถว่าจะขับรถเอง และเดินทางกลับบ้านพักที่ซอยจรัลสนิทวงศ์
ไทยโพสต์รายงานว่า ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไป ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน พ.ต.ท.ทักษิณได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบคำถาม
ด้านเว็บไซต์ผู้จัดการมีรายงานเสริมเพิ่มเติมบรรยากาศในช่วงหลังแถลงข่าวเสร็จว่า แกนนำพรรคไทยรักไทยได้ปรบมือให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เดินมาขอบคุณ ขณะที่นายสมคิดและนายสุริยะได้เข้ากอดพ.ต.ท.ทักษิณเพื่อให้กำลังใจด้วย
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่านายเนวินได้โผเข้ากอด พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนแรกทันทีที่แถลงข่าวเสร็จ ก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณจะกอดคุณหญิงพจมานเสียอีก
ฝุ่นการเมืองยังตลบอบอวล แม้ไม่หอมหวลชวนดม แต่พลิกผันฉวัดเฉวียน จนมิบังอาจคาดเดาเอาความ จะมีก็แต่ ‘เปลว สีเงิน’ แห่งไทยโพสต์ กล้าใช้สัญชาตญาณนักหนังสือพิมพ์อาชีพ วิพากษ์การเว้นวรรคแบบ ‘ซ่อนเหลี่ยม’ ในคอลัมน์ ‘คนปลายซอย’ แบบทันควันว่า
” ... นายกฯ ฉลาดที่จะเสียสละกับ “ตำแหน่ง” ที่ยังไม่เกิด
พอๆ กับฉลาดที่ไม่ยอมสละตำแหน่งที่มีอยู่แล้วในมือ
และนายกฯ ฉลาดใช้ “ตำแหน่งที่ยังไม่เกิด” ไปแลกกับการลงเลือกตั้งของฝ่ายค้าน และแลกกับการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
และที่ฉลาดสุดๆ ถ้าเปิดสภาฯ ได้ สภาฯ นี้-รัฐบาลนี้ จะมีอายุสูงสุด 18 เดือน และเป็น 18 เดือนที่สาละวนกับการปฏิรูปการเมืองเพื่อให้มีเลือกตั้งใหม่ “ทักษิณยอมไม่เป็นนายกฯ 18 เดือน” เพื่อแลกกับเลือกตั้งใหม่ที่จะได้กลับมาเป็น “นายกฯ ตลอดกาล”
โอ..จอร์จ คนคนนี้เหนือชั้นจริงๆ!”



