เรียลิตี้โชว์ ณ ซอยละลายทรัพย์
“ด้วยอารมณ์โกรธจี๊ดขึ้นมาตอนนั้น เพราะมีคนจัดเตรียมดอกกุหลาบมาวางให้แล้วบอกว่า ถ้าเห็นนายกฯเดินมาเมื่อไหร่ให้ช่วยส่งดอกกุหลาบเป็นกำลังใจ อย่างนี้ก็สร้างภาพนี่ค่ะ ดิฉันก็ไม่รับดอกกุหลาบ ไม่ขอเกี่ยวข้อง และกลับไปเขียนป้ายว่า ออกไป”
เจ๊พิมพร แม่ค้าซอยละลายทรัพย์ได้ให้สัมภาษณ์บนเวทีพันธมิตรกู้ชาติที่ชุมนุมกันอยู่บนถนนหน้าสยามพารากอนว่า พอรู้ว่าคุณทักษิณมากินข้าวแถวนี้ รู้สึกว่าต้องออกไปบอกเขาว่าอย่าอยู่เลย บ้านเมืองกำลังจะแย่แล้ว
“ดิฉันได้วิ่งออกไปบอกคุณทักษิณว่า ออกไปได้แล้ว จะไปไหนก็ไป จะไปอังกฤษก็ไป พอพูดจบก็เห็นสายตาที่แสดงความไม่เป็นมิตรเยอะมาก พอพูดเสร็จตนก็เดินกลับเลย พอกลับมาถึงร้าน ทราบว่าพวกเพื่อนๆ อีกหลายร้านพอรู้ว่าใครมา ก็แห่กันออกมาวิ่งเข้าไปตะโกนไล่เขา”
เจ๊พิมพรเป็นคนแรกในบรรดาแม่ค้านับสิบคนผู้กล้าออกปากตะโกนไล่คุณทักษิณ ชินวัตร เมื่อบ่ายวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้าที่ศูนย์อาหารทรินิตี้ ในซอยละลายทรัพย์ ถนนสีลม
“ท้ากสิน...ออกไป” คงดังก้องอยู่ในหัวคุณทักษิณต่อไปอีกนาน ถึงกับยกเลิกการไปพบปะผู้คนแถวนั้น และต้องเดินทางไปตั้งหลักเรียกสติกลับคืนมาที่เชียงใหม่อย่างกะทันหัน
เจ๊พิมพรบอกเองว่า ก่อนหน้านี้มีการขนดอกกุหลาบมาให้ผู้คนแถวนั้นคอยแจกให้กับท่านนายกฯ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ปกติของบรรดาทีมงานพรรคไทยรักไทย ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ล่วงหน้า และจัดฉากสร้างภาพให้เจ้านายได้เห็นว่า มีพี่น้องประชาชนมาคอยให้กำลังใจตลอดเวลา ทุกหนแห่งที่ท่านไปเยือน
ไม่ต่างจากอาจสามารถ เรียลีตี้โชว์ ที่ถ่ายทอดไปทางยูบีซี หรือการเดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ ที่เราได้เห็นภาพว่ามีประชาชนมารอต้อนรับชื่นชมท่านผู้นำตลอดทาง
ครั้งนี้ทีมงานก็มั่นใจว่า นอกจากเจ้านายจะได้ดอกกุหลาบจากชาวบ้านตามเคยแล้ว คนที่ไม่พอใจนายกฯก็คงไม่กล้าพอที่จะออกมาแสดงตัวตน เพราะที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างให้เห็นมากมายแล้วว่า ใครที่กล้าประกาศตัวอยู่คนละฝ่ายกับคุณทักษิณ หากไม่ถูกสรรพากรมาข่มขู่ ก็จะมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาคอยสอบถามหรือถ่ายภาพ
(ล่าสุดร้านค้าผู้ให้บริการเช่าเต๊นท์กับพันธมิตรกู้ชาติที่ชุมนุมกันอยู่ถนนราชดำเนินเล่าให้นักข่าวฟังว่า ภายหลังจากที่ให้เช่าเต๊นท์แล้วได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบตามไปข่มขู่ถึงร้าน)
แต่บรรดาเจ๊ๆ เหล่านี้รวมถึงเจ๊ไก่ ฮีโร่ของชาวสีลมอีกคนหนึ่ง ได้ทำให้บรรดาลิ่วล้อของท่านต้องหน้าแตกอย่างรุนแรง เพราะไม่คิดว่าเจ้านายตัวเองจะได้ชมเรียลิตี้ของจริงกลางซอยละลายทรัพย์ ไม่ใช่เรียลิตี้โชว์เหมือนที่ผ่านมา
เสียงตะโกนของเจ๊เหล่านั้น ทำให้คุณทักษิณได้รู้จริงๆ ว่าคนกรุงเทพฯจำนวนหนึ่งคิดอย่างไรกับท่าน
ที่ผ่านมา เราได้ยินเสียงตะโกนไล่คุณทักษิณเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว แต่เสียงไล่ทักษินของเหล่าแม่ค้าวันนั้นดูจะส่งเสียงดังและทรงประสิทธิภาพที่สุด ถึงกับทำให้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับขึ้นพาดหัวในวันรุ่งขึ้น และรายการโทรทัศน์หลายช่องต้องออกอากาศเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ สนั่นเมือง
เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยที่มีผู้ออกมาด่าว่ากลางถนน
ไม่มีใครคิดว่าแม่ค้าที่ค้าขายทำมาหากิน จะกลายเป็นผู้กล้าปราศจากความกลัว ออกมาต่อกรกับผู้นำของประเทศ ที่แวดล้อมไปด้วยบอดี้การ์ดน่าเกรงขามหลายสิบคน
เจ๊พิมพรตอบว่า “เราจะกลัวทำไม ในเมื่อเราไม่ได้ทำผิด และคิดว่าอำนาจอิทธิพลมืดสมัยนี้ไม่น่าจะมีแล้ว”
เสียงของเจ๊พิมพรกำลังกลายเป็นอิฐก้อนแรก ที่หลุดออกจากกำแพงแห่งความหวาดกลัวของอำนาจมืด อิฐก้อนต่อไปกำลังหลุดออกมาแล้ว พร้อมกับเสียงตะโกน ท้ากษิณ....ออกไป ของประชาชนจำนวนมาก ที่เริ่มเกิดขึ้นตามที่สาธารณะ
เหตุการณ์การประท้วงต่อระบอบทักษิณของเหล่าพันธมิตรกู้ชาติ ที่เกิดขึ้นในรอบหลายเดือนที่ผ่านมานั้น แม้ว่าจะไม่สามารถกดดันให้คุณทักษิณต้องลาออกได้ตามเป้าหมาย และรัฐบาลรักษาการยังดึงดันให้มีการเลือกตั้งต่อไปในวันที่ 2 เมษายน
แต่อานิสงส์อันสำคัญที่สุดก็คือ การตื่นตัวทางการเมืองครั้งใหญ่ของชาวไทย โดยเฉพาะชนชั้นกลาง พลังเงียบในสังคม ที่เคยถูกปรามาสว่าสนใจแต่เรื่องทำมาหากิน ไม่สนใจการเมือง
คนเหล่านี้เริ่มรู้แล้วว่า การเมืองสำหรับประชาชนไม่ใช่แค่ไปหย่อนบัตรใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้น แต่พวกเขามีสิทธิที่จะแสดงออกและไม่เห็นด้วย หากผู้นำประเทศไม่มีจริยธรรมในการปกครองประเทศ
การชุมนุมบนท้องถนนหน้าสยามพารากอนเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม การจราจรติดขัด และความไม่ปลอดภัยอย่างหนักหน่วง แต่แล้วคืนวันนั้นประชาชนเรือนแสนคนก็หลั่งไหลกันออกมาชุมนุมอย่างเนืองแน่นเต็มถนนยาวเหยียดจากสี่แยกปทุมวันไปจรดสี่แยกราชประสงค์ ชนิดหักปากกานักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายสำนักทีเดียว ที่คาดว่าผู้คนน่าจะหวั่นเกรงจนไม่กล้าออกมากันมากมายนัก
เป็นเรียลี้ตี้โชว์ของแท้ ที่ยูบีซีไม่ควรจะพลาด
การเมืองภาคประชาชนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างทรงพลัง และทรงประสิทธิภาพขึ้นมาเรื่อยๆ
จากนี้ไป ผู้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในอนาคตอย่างเข้มข้น คงไม่ใช่พรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือองค์กรอิสระที่เป็นง่อยเปลี้ยกันเกือบหมด
แต่เป็นการตรวจสอบจากบรรดาเจ๊ๆ ชาวบ้าน นักธุรกิจ นักวิชาการ ข้าราชการ เอ็นจีโอ ฯลฯ ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มพลังการเมืองภาคประชาชน ที่ไม่ได้ถูกจัดตั้ง ถูกจ้างวาน หรือถูกกะเกณฑ์กันมา
หลังการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน แม้ระบอบทักษิณจะเดินหน้าต่อไป แต่การเมืองภาคประชาชนได้เดินล้ำหน้าไปหลายก้าวแล้ว
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 2 เมษายน 2549



