Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
With Words That Appear Like Bats
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์


ทำไมคุณทักษิณถึงร่วงเร็ว (กว่าปรกติ ?)

กาลิเลโอเสนอว่า “ไม่ว่าวัตถุนั้นจะหนักเบากว่า สักเท่าไรก็ตาม ถ้าเป็นแร่ธาตุชนิดเดียวกัน เมื่อโยนลงมาจากที่สูงพร้อมกัน วัตถุทั้งสองนั้น ย่อมจะตกถึงพื้นดินพร้อมกัน” (1)

ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณทักษิณถึงร่วงเร็วและแรงกว่าปรกติ ?

นั่นย่อมแปลว่าคุณภาพของคุณทักษิณนั้นย่อมแตกต่างไปจากคุณภาพของวัตถุที่หล่นร่วงลงมาชิ้นอื่นๆ

ลักษณะการหล่นร่วงของคุณทักษิณนั้นเกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยวยิ่ง แต่คุณทักษิณน่าจะแอบเชื่อว่าภายหลังการเลือกตั้ง คุณทักษิณจะร่วงหล่นไปบนฟูกอันหนานุ่ม ที่จะรองรับคุณทักษิณ และยกคุณทักษิณกระเด้งกลับขึ้นมายังที่ๆคุณทักษิณเคยอยู่ และอาจจะแรงกว่าเดิม

ขณะที่ฝ่ายพันธมิตรประชาธิปไตยนั้นก็ไม่ปล่อยให้คุณทักษิณกระโดดลงฟูกง่ายเช่นนั้น และพยายามทำให้คุณทักษิณเปลี่ยนจากกระโดดลงฟูกเป็นกระโดดบันจี้จั๊มเสียมากกว่า โดยพยายามทั้งตัดเชือกพันข้อเท้า ยกฟูกออก หรือทำให้ฟูกบางลงมากที่สุด

ในขณะที่คนจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย กล่าวหาว่าคุณทักษิณทำลายเศรษฐกิจ ประเทศชาติ บ้านเมือง ผมกลับคิดว่าส่วนที่สำคัญที่ทำให้คุณทักษิณร่วงเร็วกว่าปรกติก็คือการทำลายโครงสร้างการเมืองและรัฐของไทยเองนั่นต่างหาก

เรื่องที่จะพูดถึงนี้มิใช่ว่า คุณทักษิณ “คิดเร็ว” จนคนอื่นตามไม่ทัน เหมือนที่คุณทักษิณอ้าง

แต่ทว่ามันเป็นเรื่องของวิธีและวิถีการเปลี่ยนแปลงสังคมของคุณทักษิณเองเสียมากกว่า ที่ก่อให้เกิดอาการร่วงเร็วขนาดนั้น

หัวใจสำคัญของระบอบทักษิณประการหนึ่ง (ระบอบแปลว่าระบบที่ทำงานบนความชอบธรรมบางประการที่เหมือนกับอากาศที่ทำให้ระบบมีชีวิตอยู่ได้) ก็คือการที่คุณทักษิณพยายามที่จะสร้างความเชื่อมโยงและความภักดีระหว่างประชาชนกับตัวคุณทักษิณโดยตรง โดยการ “ข้ามหัว” โครงสร้างและสถาบันอำนาจเดิมที่เชื่อมโยงกับประชาชนอยู่ก่อน

และในขณะเดียวกัน ก็พยายาม “บีบ” ให้โครงสร้างอำนาจเดิมนั้นต้องสยบยอมอยู่ใต้โครงสร้างใหม่ของคุณทักษิณ

เดิมนั้น นักวิชาการเชื่อว่าอำนาจในชนบท ประกอบด้วย “อำนาจ” และ “อิทธิพล”: คือ ข้าราชการจากส่วนกลางที่ประจำการอยู่ในท้องที่ และ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับระบบการเมืองที่เน้นการเลือกตั้ง (2)

อำนาจที่มาจากกฏหมายส่วนกลาง และอิทธิพลที่มาจากการเลือกตั้ง และระบบอุปถัมน์ในท้องถิ่น นั้นมีทั้งส่วนที่ขัดแย้งกันและร่วมมือกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และพัฒนาการในแต่ละพื้นที่

คุณทักษิณ ใช้นโยบายประชานิยมผ่านโครงสร้างพรรคไทยรักไทย ผนึกประสานการสนับสนุนทางตรงจากประชาชนเข้ากับตัวคุณทักษิณเอง ไม่ว่าจะด้วยโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนหมู่บ้าน และการพักหนี้เกษตรกร

ส่วนหนึ่งได้ใจจากชาวบ้าน แต่อีกส่วนหนึ่งก็บีบโครงสร้างอำนาจและอิทธิพลเดิมที่แข่งขันกันอยู่ในแต่ละพื้นที่ ให้ขึ้นตรงต่อตัวคุณทักษิณเองและโครงสร้างพรรค (ทั้งที่ในพรรคเองนั้นก็เป็นศูนย์รวมของกลุ่มก้อนทางการเมืองในหลายรูปแบบที่เข้าร่วมกับคุณทักษิณ ต่างกรรม ต่างวาระกัน)

ในทางหนึ่งคุณทักษิณเหมือนกับจะคงไว้ซึ่งอำนาจของระบบราชการรวมศูนย์ ผ่านการไม่แตะต้องกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง รวมทั้งเหมือนกับจะเสริมอำนาจให้กับกระทรวงมหาดไทยผ่านผู้ว่าซีอีโอ และนายอำเภอ “อาจสามารถโมเดล” ที่ดูเหมือนกับจะมีอำนาจเพิ่มขึ้น

แต่เอาเข้าจริง อำนาจที่ถูกหยิบยื่นให้กับผู้ว่าและนายอำเภอกลับถูกบีบให้ “ขึ้นตรง” และ “ถูกข้ามหัว” ได้ตลอดเวลาภายใต้อำนาจของนายกรัฐมนตรีที่สามารถออกคำสั่งผ่านการประชุมครม.เคลื่อนที่ ทัวร์นกขมิ้น และการโปรยเงินลอตตารี่ อำนาจที่ดูเหมือนมากขึ้นจึงกลายเป็นภาระที่สร้างแรงกดดันให้กับระบบราชการและรัฐรวมศูนย์เดิมที่นับวันจะดูไร้ประสิทธิภาพมากขึ้นทุกที แม้ว่าจะมีการอ้างว่าได้ทำการปฏิรูประบบราชการไปแล้ว ซึ่งการปฏิรูประบบราชการดังกล่าวกระทำได้เพียงการโอนย้ายหน่วยงานต่างๆไปมาในแง่ของการจัดภาระงาน มิได้เกี่ยวข้องกับการทำให้การบริหารราชการแผ่นดินรับผิดชอบกับประชาชน (accountability) มากขึ้นแต่อย่างใด

มิหนำซ้ำการปฏิรูประบบราชการที่ปรับภาระงานของกระทรวงและเพิ่มกระทรวงนั้นกลับยิ่งเพิ่มช่องทางให้นักการเมืองและพรรคการเมืองสามารถแสวงหาประโยชน์โดยตรงจากการดำรงตำแหน่งเจ้ากระทรวงได้มากขึ้น และทำให้เกิดการผลักดันนโยบายในลักษณะของผลประโยชน์ทับซ้อนได้มากขึ้น ดังจะเห็นจากเสียงร่ำลือจากกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เป็นต้น ทั้งนี้เพราะตัวระบบการเมืองที่เชื่อมโยงกับระบบราชการนั้นมิได้มีการเปลี่ยนแปลง (3)

ในอีกด้านหนึ่ง การจับผู้มีอิทธิพลทางการเมืองในท้องถิ่นมา “เข้าแถว” ในพรรคการเมืองตามระบบรัฐธรรมนูญใหม่ที่ในด้านหนึ่งรังเกียจการซื้อเสียง และการต่อรองอำนาจของกลุ่มก้อนทางการเมือง แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังไว้ใจการเลือกตั้งในฐานะที่มาของตัวแทนทางการเมือง ย่อมทำให้ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอึดอัด เพราะกลไกการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับการสนับสนุนที่มีอยู่เดิมในโครงสร้างการเมืองไทยนั้นหายไป อาทิกลไกการต่อรองความจงรักภักดีในพรรคการเมืองกับตำแหน่งทางการเมืองดังที่เกิดขึ้นในยุคการเมืองแบบ “คณิตศาสตร์การคำนวนเก้าอี้” นับตั้งแต่พลเอกชาติชายเป็นต้นมา

จนถึงวันนี้ สิ่งที่ลุ้นกันมากที่สุดก็คือ ฟูกที่รองรับคุณทักษิณจะหนาพอไหม และ เชือกผูกข้อเท้าของคุณทักษิณนั้นจะถูกตัดหรือไม่

หวาดเสียวเหลือเกินครับ
———————————————-

เชิงอรรถ:

1. http://www.pt.ac.th/ptweb/studentweb/topman/too.html

2. โปรดดูรายละเอียดใน โยชิฟูมิ ทามาดะ. “อิทธิพลและอำนาจ: การเมืองไทยด้านที่ไม่เป็นทางการ”. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ แปล. ใน อมรา พงศาพิชญ์ และ ปรีชา คุวินทร์พันธุ์, บรรณาธิการ. ระบบอุปถัมภ์. (กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543) และ ดูคำอภิปรายเพิ่มเติมในเรื่องของอำนาจในกระแสการกระจายอำนาจ ใน พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์. “มิติที่หลากหลายในเรื่องของ “อำนาจ” ใน “อุตสาหกรรมงานวิจัยเรื่องการกระจายอำนาจและนวัตกรรมท้องถิ่น”“. รัฐศาสตร์สาร. ปีที่ 27. ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม 2549)

3. ในความหมายที่ว่า การบริหารแผ่นดินนั้นอาจมีการปฏิรูป แต่ทว่า “การเมืองของการบริหาร” นั้นไม่ได้มีการปฏิรูปและปรับรูปแต่อย่างใด โปรดดูการตั้งคำถามในเรื่องความสัมพันธ์ดังกล่าวใน ชัยอนันต์ สมุทวนิช. การเมืองกับการบริหาร. (กรุงเทพฯ : บรรณกิจ, 2523).

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ แม้ว่าอาจารย์ชัยอนันต์เองนั้นจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเรื่องการปฏิรูประบบราชการ แต่ดูเหมือนว่าแนวคิดของอาจารย์ชัยอนันต์จะวางอยู่บนงานวิจัยของอาจารย์เองที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนและจัดภาระงานของ “กรม” มากกว่าการให้ความสำคัญถึงความสัมพันธ์ระหว่างระบบราชการกับสังคมในแง่ accountability โปรดพิจารณางานวิจัยของอาจารย์ชัยอนันต์ใน ชัยอนันต์ สมุทวณิช. 100 ปี แห่งการปฏิรูประบบราชการ: วิวัฒนาการของอำนาจรัฐและอำนาจการเมือง. (กรุงเทพฯ: สถาบันนโยบายศึกษา, 2541).



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter