เมื่อพ่อมดเนวินเล่นบท Super organizer เสก…ทักษิณ สู้ๆๆๆ
เกมการเมืองเดินไปถึงจุดที่พร้อมจะแตกหัก ทางหนึ่งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกประชิดทำเนียบรัฐบาล
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ตัดสินใจสวนทาง ออกจากตึกไทยคู่ฟ้า บินตรงไปลง จ.อุบลราชธานี แล้วเดินสายปราศรัยหาเสียง 5 เวที 5 จังหวัด 5 วันรวด
ก่อนแวะพักกรุงเทพในช่วงสุดสัปดาห์ ซดน้ำใบบัวบก แล้วลุยหาเสียงทั่วภาคเหนือ เพื่อหวังใช้คะแนนเสียงจากคนอีสานและคนเหนือให้ทะลุ 19 ล้านเสียงอุ้มกลับทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ” ทักษิณ ” ยิ่งสู้ยิบตา ท่องคาถา กติกาประชาธิปไตย ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
กิจกรรมหาเสียง มีทุกรูปแบบ หลากหลายสารพัน ถูกคิดค้นคล้ายกิจกรรมการตลาดที่พัฒนาจาก event ธรรมดา ขยับเป็นกิจกรรมแบบ below the line บ้าง
ทั้งขึ้นเวทีปราศรัยแบบธรรมดา เดินสายรับดอกกุหลาบและผ้าขาวม้า ขึ้นเขา ลงห้วย ไสช้าง ทำพิธีปะกำช้างเสริมบารมี กราบหลวงพ่อคูณ แวะบูชาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ปีนรถกระบะ นั่งอีแต๋น ทั้งในเขตเมือง ทะลุทะลวงผ่านถนนกรวด ถนนดิน เข้าไปถึงหมู่บ้าน ให้ประชาชนเห็นหน้า ได้ยินเสียง “ทักษิณ ตัวเป็นๆ”
ช็อตเด็ดของทักษิณ คือ ตะโกนถามชาวบ้านว่า ” ส่งผมมั้ย ไปกรุงเทพฯด้วยกันมั้ย? ”
แน่นอนที่สุดว่าคำตอบทุกเวทีต้องพร้อมใจกันตะโกนตอบ ” ได้เลย” และแถมด้วย ทักษิณสู้ ๆๆๆ
การเดินสายปราศรัยหาเสียง สลับการตรวจราชการในพื้นที่ชนบท ทั้งโครงการคาราวานแก้จน แจกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ติดตามโครงการหมู่บ้าน SML ในช่วงกลางวัน แล้วเปิดเวทีปราศรัยในหัวเมือง ถูกจัดวางกำหนดการอย่างเป็นระบบ ด้วยการสนับสนุนหลักจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มียงยุทธ ติยะไพรัช และเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นหัวเรือใหญ่
การจัดตั้งวางแถวประชาชน จากทุกหมู่บ้าน ยืนรวมหมู่ต้อนรับคณะของหัวหน้าพรรค ตลอดระยะทาง ทั้งในถนนทางหลวงแผ่นดิน ทางย่อย ทางแยก ทุกเส้นทาง มีประชาชนชูป้าย “เรารักทักษิณ” หรือ ป้าย ” ปราบยาเสพติดคือการกู้ชาติ”
กิจกรรมการเมืองที่เป็นระบบเช่นนี้ “ผู้จัด” ต้องไม่ธรรมดา ทั้งบารมีและการยอมรับจากชาวบ้าน ระดับ organizer ชั้นเซียน ต้องยกให้ ” เนวิน ชิดชอบ ”
ภาพที่เห็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตอนทักษิณทำพิธีปะกำช้างเสริมบารมีบนหลังช้าง จะพบว่า เนวิน สะพายเป้ใบใหญ่ ประกบขาช้างราวกับขุนพลโบราณที่นำอัศวินออกรบ
จริงๆ แล้ว ภาพข่าวการเมือง ในช่วงทักษิณ หนีม็อบที่ล้อมทำเนียบรัฐบาล จะพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคียงข้างเนวิน ชิดชอบ ทุกหนทุกแห่ง ทั้งนั่งรถคันเดียวกัน ขี่มอเตอร์ไซต์กลางถนน นอนบ้านเดียวกัน เมื่ออยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล เนวิน ชิดชอบ ที่เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานประจำอยู่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า อาคารเดียวกับนายกรัฐมนตรี ยืนยันความเป็น super organizer ได้เป็นอย่างดี
เมื่อสังคมเมืองโดยขบวนการสนธิ-จำลอง-สุริยะใส ประกาศให้ ” ทักษิณ ออกไป” เนวิน จัดให้สังคมชนบท ตั้งแถวชุมนุมตะโกน ” ทักษิณ สู้ๆ”
เมื่อทักษิณพูดเรื่องม็อบกดดัน ให้เว้นวรรค ให้ลาออกว่า “เอ็งเป็นใคร ? จะมาไล่ข้าออก...พวกเป็นหนี้แล้วไม่ใช้หนี้ พวกปฏิวัติหลายรอบแล้วไม่สำเร็จ ผมไม่มีวันถอดใจ ถอดใจก็บ้าแล้ว ”
หรือ “อำนาจอธิปไตยสูงสุดมาจากประชาชน มียศถาบรรดาศักดิ์ มีความรู้สูงก็ 1 เสียงเท่ากัน ”
“เนวิน” จะสอดรับและสนับสนุน เป็นทำนองเดียวกันทันที ...จะเอาคนเพียงแค่ 30 คนมาบอกให้นายกรัฐมนตรีออก โดยไม่สนใจชาวบ้านอีกหลายแสนคน จะถือว่ายุติธรรมหรือไม่ เพราะแต่ละคนก็มีสิทธิ 1 เสียงเท่ากัน... นายกรัฐมนตรี ไม่คิดจะเว้นวรรค และไม่ลาออก นายกฯพูดชัดเจนบนเวทีปราศรัยโดยไม่ต้องตีความอีก เพราะไม่มีแม้แต่พยางค์เดียวว่าจะเว้นวรรคหรือลาออก ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
ไม่ใช่เฉพาะการจัดการในเชิง “คอนเทนต์” บนเวทีหาเสียงให้ทักษิณเท่านั้น แต่ในเชิงปฏิบัติการ เนวินเก็บทุกรายละเอียด อาทิ เมื่ออยู่ในฝูงชน ต้องรับดอกไม้ ผ้าขาวม้า พบปะผู้นำชุมชน หรือชาวบ้านที่มีบทบาทโดดเด่นนายกรัฐมนตรีจะเดินเส้นทางเข้า-ออกด้านไหน ผู้จะต้องประสานงานกับนายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ และคณะนายตำรวจติดตาม ทุกฝีก้าว เป็นเรื่องที่เนวินต้องจัด
ทุกสเต็ป ทุกบทที่ เนวินจัดให้เป็นเรื่องที่ทักษิณพอใจและยินดีที่ได้รับบริการ
เมื่อต้องตรวจราชการในชนบทหรือหัวเมือง เนวินทำหน้าที่ประสานงาน ซ้อมคิวกับทุกระดับ ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดวางพิธีกร ส่งสัญญาณกำหนดคิว ใครพูดก่อน-หลัง บางเวทีทักษิณ ต้องคอยหันไปมองว่าเนวิน จะผายมือไปทางใคร แล้วพยักหน้า
ระหว่างตรวจราชการ ในเทศกาลหาเสียง หากมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเกินกว่าจะบรรยาย ต้องเขียน “จดหมายน้อย” มายื่นให้ถึงมือนายกรัฐมนตรี เนวินเพียงสะกิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องเดินไปรับเรื่องร้องเรียนด้วยมือ แล้วมอบหมาย สั่งการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ปล่อยให้เนิ่นช้าเป็นปัญหาไปถึงทักษิณ
ก่อนการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่แต่ละครั้ง ทักษิณ กับ เนวิน ต้องอยู่ด้วยกันในที่รโหฐาน นานกว่า 1-2 ชั่วโมง และเมื่อต้องเดินทางข้ามจังหวัด ต้องมีการซักซ้อมกิจกรรมการเมืองในจุดแวะพัก จุดผ่าน กับคณะติดตาม และคณะนายตำรวจติดตามอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่มีหลุดคิว
หากทักษิณตั้งวงหารืออย่างเป็นทางการกับรัฐมนตรี ส.ส.เขต หัวหน้าส่วนราชการ เนวินจะโลว์โปรไฟล์ ไปตั้งวงเล็กๆ ระดับเอ็กเซ็กคิวทีฟ กับนายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย และนายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการคนสนิท ของนายกรัฐมนตรี
ครั้งที่นายกรัฐมนตรีกลับจากภาคอีสาน ไม่เข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาล เนวินบอกกับนักข่าวก่อนว่า “ขณะนี้โลกมันเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถบริหารประเทศได้”
จากนั้นอีก 2 ชั่วโมงทักษิณตอบคำถามนักข่าวเรื่องไม่กล้าเข้าทำเนียบ “โลกยุคใหม่ ที่ไหนในโลกก็สามารถสื่อสารกันได้ทางโทรศัพท์”
หรือ ตอนที่กลุ่มแพทย์รามาธิบดี ออกโรงเคลื่อนไหวขับไล่ ทักษิณ เนวิน ดิสเครดิตกลุ่มหมอแบบทันควันว่า เมียของดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน อยู่เบื้องหลัง
เกมดิสเครดิตแบบตีหัวเข้าบ้านเช่นนี้ ไม่มีใครเล่นได้สมจริงเท่ากับลูกชายของนายชัย ชิดชอบ อีกแล้ว
แม้ว่าเนวินจะเคยผ่านมรสุมข่าวร้ายมาแล้ว ถึงขนาดถูกกระแส “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ ” จนแทบจะหาสังกัดพรรคไม่ได้ แต่เขาไม่เคยปฏิเสธ และเป็นปฏิปักษ์กับสื่อ ตรงกันข้ามกลับเข้าคลุกวงในกับสื่อตลอดตามแต่เวลาจะอำนวย ทั้งในสนามข่าวและระดับกองบรรณาธิการ
หรือในช่วงปีใหม่ เทศกาลฉลองต่างๆ รวมถึงวันครบรอบก่อตั้งหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ยักษ์กลาง จะต้องมีของขวัญจาก เนวิน อย่างน้อยก็ ชีวาส หนึ่งลังไปเป็นกำนัล นี่คือ Super organizer ตัวจริง
เมื่อถูกถามเรื่องวิธีการบริหารข่าวดีและข่าวร้าย เนวินตอบไม่เหมือนรัฐมนตรีคนอื่นๆ เขาบอกว่า “สมัยก่อน คนเรายังโง่...วันนี้ต่อให้ผมมีมือมีเงิน แต่ถ้าทำงานไม่ได้ นายกฯ ก็ไม่ใช้ผม รัฐมนตรีก็ไม่ใช้ผม วันนี้ลองไปถามดูว่ารองฯ สมคิด (จาตุศรีพิทักษ์) ใช้ผมหรือไม่ ก็ใช้ ท่านทนง (พิทยะ) ใช้ผมหรือไม่ ก็ใช้ เวลามีปัญหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับผม ผมก็ทำหน้าที่ไปเท่านั้นเอง จุดสุดท้ายสำหรับชีวิตทางการเมืองผมคือแบบนี้แหละ ไม่ใช่ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่สำหรับผมคือ ถ้ามีปัญหา คนต้องนึกถึงเนวิน ผมต้องการจบชีวิตการเมืองเท่านี้”
การเลือกตั้งทั่วไป 2549 แม้ไม่มีชื่อ เนวิน ชิดชอบ สังกัดบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ และบัญชี ส.ส.เขต แต่เขาได้รับหน้าที่ที่นักการเมืองในพรรคไทยรักไทยทุกคนอิจฉา ในฉายา Super organizer
เชื่อกันว่า หลังการเลือกตั้งทั่วไป 2 เมษายน 2549 หากทักษิณ ได้กลับทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ชื่อเนวิน ชิดชอบ อาจได้รับการปูนบำเหน็จขึ้นชั้น เป็นระดับซูเปอร์ “ขุนพลไทยรักไทย” อย่างแน่นอน
แต่ถ้า ทักษิณ ไม่ได้กลับมาอีกครั้ง “เนวิน ชิดชอบ” คือหนึ่งในบัญชีดำที่พันธมิตรประชาชน ต้องตามเช็คบิล !!!!



