หมอดูกับการเมืองไทย
จะเชื่อหรือไม่ว่า ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายสนธิ ลิ้มทองกุล ต่างเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติคล้ายๆ กัน อย่างน้อยทั้งสองคนก็เชื่อดวงดาวและโหราศาสตร์เหมือนกัน
สนธิ แห่งบ้านท่าพระอาทิตย์ ย่อมต้องร้อนแรงกว่า คนอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า
ทักษิณเชื่อหมอดู สนธิก็เชื่อหมอดู หมอดูบางคนก็ดูดวงชะตาให้ทั้งทักษิณและสนธิ
มีเรื่องเล่ากันวงสังคมชั้นสูงว่า หลังจาก “นายกฯทักษิณ” เดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ 1 สัปดาห์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ครอบครัวเจ้าของธุรกิจที่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบ 3 จี ได้เดินทางไปพบกับ “หมอดู” คนดังที่มาจากประเทศพม่า
หมอดูผู้นี้เป็นชาวพม่า ตัวเล็กๆ เหมือนอีที แต่ดูแม่นเหมือน “ผีบอก” เรียกว่า ทายเหตุการณ์ในช่วงเดือนสองเดือนได้แม่นยำ ราวกับเห็นด้วยตา
เคยมีการทดสอบความแม่นยำ โดยหมอดูจะทายเลขธนบัตรในกระเป๋าของลูกค้า ได้ถูกต้องทุกหลัก ไม่มีผิดเพี้ยน ครั้งหนึ่งนักเล่นหุ้นมาทดสอบความแม่นยำ หมอดูระบุเลขธนบัตร 16 หลัก ทุกคนเชื่อว่า “ผิดแหง๋ๆ” เพราะแบงก์ไทยมีแค่ 7 หลัก
แต่เมื่อชักธนบัตรออกจากกระเป๋าเงิน กลายเป็นแบงก์ฟรังก์สวิตเซอร์แลนด์ มีตัวเลข 16 หลักจริงๆ
หมอดูผู้นี้ รับใช้รัฐบาลทหารพม่า ดูดวงเมืองและดวงชะตาของผู้นำพม่ามาอย่างยาวนาน กล่าวกันว่า พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ “บิ๊กจิ๋ว” เป็นผู้ใช้บริการหมอดูพม่าผู้นี้เป็นคนแรกๆ ก่อนจะเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง นายพล รัฐมนตรี
และนักเล่นหุ้นขาใหญ่ที่ขอให้หมอดู ฟันธงไปเลยว่า ให้ซื้อหุ้นตัวไหน กำไรดีที่สุด
ลูกค้าของหมอดูพม่า ล้วนเป็นคนใหญ่คนโต เพราะค่าบริการแพงระดับ 5 แสนจนถึง 8 แสนบาท
และหมอดูพม่า จะมาให้บริการก็เฉพาะกรณีพิเศษ เนื่องจากหมอดูผู้นี้บินไปให้บริการเป็นประจำให้กับเซียนหุ้นขาใหญ่ในสิงคโปร์ เมื่อเสร็จภารกิจก็บินกลับพม่า พร้อมของขวัญของฝากจากลูกค้าเต็มเครื่องบิน และทุกครั้งที่มาเมืองไทยส่วนใหญ่จะพักที่โรงแรมมณเทียร ถนนสุรวงศ์
คนดังที่มีข่าวว่าเคยใช้บริการของหมอดูอีที ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ นายนิพัทธ พุกกะณะสุต ที่ปรึกษานายกฯ ยังไม่นับรวมคุณหญิงคุณนาย ไฮโซฯชื่อดัง รวมถึงนายกฯทักษิณและคุณหญิงพจมาน ก็เป็นหนึ่งในลูกค้ากิตติมศักดิ์
หมอดูเคยฟันธงว่า บิ๊กเหวียงจะได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม ร.อ.สุชาติจะได้เป็นขุนคลัง ล่าสุดคือ ดูได้แม่นยำว่าเฮียเพ้ง จะยิ่งใหญ่ในกระทรวงคมนาคมแล้วทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างน่าอัศจรรย์
ส่วนฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ก็มีทั้งนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายเอกกมล คีรีวัฒน์ อดีตปาร์ตี้ลิสต์ประชาธิปัตย์ กล่าวกันว่า ครั้งหนึ่งหมอดูทายให้ฝ่ายรัฐบาลเสร็จ ฝ่ายค้านก็เข้าคิวใช้บริการต่อทันที
หมอดูดังเคยดูดวงให้รัฐมนตรีผู้หนึ่งว่าจะมีปัญหาสุขภาพ ทำเอารัฐมนตรีคนดังกล่าวหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษและจับไข้ไปเลย
เล่ากันว่า หมอดูพม่า พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่จะส่งภาษากับพี่สาวที่ถอดรหัส โดยเขียนภาษาอังกฤษใส่กระดาษส่งให้ลูกค้าไปอ่านเอง
แล้ววันหนึ่ง ตระกูลที่ร่ำรวย 7 หมื่นล้าน แต่ทุกข์ใจหนัก เรื่องการเมือง ก็เดินทางไปพบหมอดูพม่าที่โรงแรมกลางกรุง
สิ่งที่ “ครอบครัวผู้นำ” อยากรู้คือ รัฐมนตรีคนไหนจะมีปัญหาบ้าง
หมอดูอีที เขียนชื่อรัฐมนตรีคนที่จะมีปัญหามาให้ พร้อมบอกทางแก้ไขมาให้ด้วย
เล่ากันว่า หมอดูอีทีเขียนชื่อรัฐมนตรีที่มีปัญหา ยื่นให้ลูกค้าผู้มีอำนาจศักดิ์ใหญ่ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 3 และ 4 กุมภาพันธ์ ก็เป็นไปตามที่โฉนดทุกประการ
นั่นคือ ทั้ง อุไรวรรณ เทียนทอง ทั้ง สรอรรถ กลิ่นประทุม ชิงลาออก
หลังจากนั้นคือปฏิบัติการ “เสริมดวง” ด้วยการเดินทางไป “บ้านเกิด” ทำบุญกระดูก
พร้อมกับการพบปะกับรัฐมนตรี หัวหน้ามุ้งต่างๆ ที่ถูกโฉลกอย่างพร้อมเพรียง แล้วพลังของผู้นำก็คืนกลับมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้นำเชื่อว่า ดวงของตนเองยังดี แต่ที่แย่คือ ดวงการเมืองต่างหาก
ขณะที่ความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ ในฟากของสนธิ ขอให้ดูการตั้งป้อมค่ายที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นี่คือ การเอาฤกษ์เอาชัยบนชัยภูมิที่ดีที่สุด เพราะพื้นที่บริเวณนี้ คณะราษฎรเคยประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475
นอกจากนี้ สนธิยังยืมระฆังจากวัดชนะสงคราม อันเสมือนการประกาศชัยเหนือสงคราม



