Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
open out
วัฒนชัย วินิจจะกูล


ดอน กิโฮเต้ ผู้จุดประกายความใฝ่ฝัน “จงมองชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น”

ดอน กิโฮเต้ (Don Quixote) เป็นนิยายที่แต่งขึ้นมานานกว่า 300 ปี โดยมิเกล เด เซรบานเตส ชาวสเปน ก่อนที่จะถูกเดล วาสเซอร์มานนำมาดัดแปลงเป็นละครบรอดเวย์ครั้งแรกในปี 1966 และประสบความสำเร็จอย่างสูง มีการแสดงซ้ำหลายรอบ จนได้รับรางวัลละครเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี ต่อมาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เพลง นำแสดงโดยปีเตอร์ โอทูล และโซเฟีย ลอเรน ซึ่งประสบความสำเร็จไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เมื่อสิบสองปีที่แล้ว “กลุ่มคณะละคร 28” นำบทละครเรื่องนี้มาดัดแปลงเป็นภาษาไทยในชื่อว่า “สู่ฝันอันยิ่งใหญ่” แสดงติดต่อกันเกือบหนึ่งเดือน ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากมาย และมีส่วนจุดประกายความหวังกำลังใจให้กับผู้ชมหลายต่อหลายคน

นิยายเรื่องนี้กล่าวถึงดอน กิโฮเต้ ชายแก่ผู้เชื่อมั่นในโลกอุดมคติ ต้องการเห็นสังคมยุติธรรม ใฝ่ฝันจะเป็นอัศวินผู้ปราบอธรรมและพยายามช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า โลกของดอน กิโฮเต้ จึงแตกต่างไปจากคนทั่วไป

กังหันลมที่เขาเห็นคือมังกรยักษ์ โรงเตี๊ยมโทรมๆ คือปราสาท อ่างโกนหนวดคือหมวกทองคำ และโสเภณีชั้นต่ำชื่ออัลดอนซ่าคือหญิงงามสูงศักดิ์นามดัลซีเนีย

จึงไม่แปลกที่เขาจะถูกผู้คนรอบข้างหัวเราะเย้ยหยัน และมองว่าเขานั้น “วิกลจริต”

แต่โลกภายในของดอน กิโฮเต้ กลับอุดมด้วยพลังแห่งความใฝ่ฝันแสนงาม ตรงกันข้ามกับสภาพความเป็นจริงที่ผู้คนมองเห็นและมีชีวิตอยู่กันอย่างสิ้นหวัง

แม้ว่าในช่วงท้ายของเรื่อง สติสัมปชัญญะของดอน กิโฮเต้ “อัศวินแห่งลามานช่า” จะถูก “อัศวินกระจก” ดึงกลับมาสู่โลกของความเป็นจริง พร้อมๆ กับความทรุดโทรมทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เชื้อมูลของความใฝ่ฝันและไม่กลัวพ่ายแพ้ทำให้บรรดาผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเขากล้าที่จะมองโลกในอีกแบบหนึ่ง และพร้อมจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงโลกรอบข้าง

ดอน กิโฮเต้ อาจแพ้พ่ายสังขารตนเองและสิ้นชีวิตไปในที่สุด แต่อุดมคติและความฝันของเขากลับไม่ตาย เพราะมันถูกส่งผ่านไปยังคนส่วนใหญ่ให้รู้จักมองโลกอย่างที่ควรจะเป็น

.....โลกงดงามที่ทุกคนสามารถดัดแปลงและสร้างขึ้นใหม่ได้

ในบทละครตอนหนึ่ง เขากล่าวประโยคซาบซึ้งกินใจคนดูมากที่สุดตอนหนึ่งว่า “ผมอยู่มาเกือบห้าสิบปีแล้ว ผมได้เห็นชีวิตอย่างที่มันเป็น เห็นความเจ็บปวด ทุกข์ยากหิวโหย ...มันเป็นความโหดร้ายเกินกว่าจะทำใจให้เชื่อได้ ผมได้ยินเสียงคนเมาร้องเพลงดังมาจากร้านขายเหล้า ได้ยินเสียงครวญครางดังมาจากกองขยะข้างถนน ผมเคยเป็นทหาร และได้เห็นเพื่อนล้มลงในสนามรบ... หรือไม่ก็ค่อยๆ ตายลงไปทีละน้อยอย่างทรมาน ผมเคยโอบพวกเขาไว้ในอ้อมแขน เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง คนเหล่านี้ล้วนมองชีวิตอย่างที่มันเป็น กระนั้นก็ตายอย่างสิ้นหวัง ไม่เคยรู้จักความรุ่งโรจน์ ไม่เคยเอ่ยคำอำลาโลกอย่างกล้าหาญ... มีแต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เฝ้าสะอึกสะอื้นถามว่า ทำไมž เขาคงไม่ได้ถามว่า ทำไมเขาต้องตาย หากปรารถนาจะถามว่าทำไม จึงต้องมีชีวิตอยู่ด้วยเล่า... ในเมื่อชีวิตนั้นเองคือความบ้า ใครจะบอกได้ว่าความวิกลจริตมันอยู่ตรงไหน บางทีการพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เป็นอยู่นั่นแหละคือความบ้า การยอมล้มเลิกความใฝ่ฝันสิอาจเป็นความบ้า การไขว่คว้าหาดวงแก้วในที่ซึ่งมีแต่สิ่งปฏิกูล การพยายามเหนี่ยวรั้งสติสัมปชัญญะไว้ในโลกของเหตุผลนั่นแหละ คือความวิกลจริต และที่สุดของความบ้าทั้งปวงคือการมองชีวิตอย่างที่มันเป็น แทนการมองชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น...”

ถ้อยประโยคดังกล่าวเปรียบเหมือนบทสรุปรวบยอดความคิดของดอน กิโฮเต้ ที่ตราตรึงใจคนทั้งโลก

คอยกระตุ้นเตือนให้เรามองโลกและชีวิตที่แตกต่างไปจากสภาพที่เป็นอยู่

แม้จะเป็นโลกและชีวิตที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจลำบากยากยิ่งในการไปถึง

แต่เพื่อให้มนุษย์เผชิญหน้ากับโลกอย่างไม่สิ้นหวัง

โดยมีเมล็ดพันธุ์แห่งความใฝ่ฝันเติบโตแข็งแรงอยู่ภายในจิตใจ



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter