เรื่องหมา หมา (1)
บ้านผมเคยเลี้ยงหมาไว้ถึง 5 ตัว เพราะเมื่อครอบครัวเราย้ายบ้านมาอยู่ย่านฝั่งธนฯ ใหม่ๆ ในซอยที่เราอยู่นั้นยังค่อนข้างเปลี่ยว หลังบ้านของเรายังเป็นท้องร่องสวน มีต้นมะพร้าวสูงชะลูดขึ้นเรียงราย ฉะนั้นเราจึงรู้สึกปลอดภัยกว่าหากจะมีหมาไว้เฝ้าบ้าน
แต่ตอนแรกผมไม่เคยคิดหรอกครับว่าในเวลาไม่นานนักเราจะมีหมาอยู่ที่บ้านเบ็ดเสร็จตั้งห้าตัว (บวกกับห่านจอมดุอีก 2 ตัว)
หมาตัวแรกนั้นเราเริ่มเลี้ยงมันมาตั้งแต่ก่อนจะย้ายบ้านประมาณเดือนหนึ่ง เป็นลูกหมาพันธุ์เทอเรียผสมที่มีคนให้มา พร้อมกับตั้งชื่อไว้เสร็จสรรพว่า ทิม
เจ้าทิมมันก็คือหมาเบนจี้ที่ผมรู้จักดีในหนังโรงซึ่งเคยดูตอนเด็กๆ นั่นเองครับ ความที่ไม่เคยมีหมาเป็นสัตว์เลี้ยงมาก่อน ผมจึงหลงใหลมันมาก ถึงขั้นลืมแมวสามตัวที่เลี้ยงเอาไว้อยู่ก่อนไปชั่วขณะ
ลูกหมาก็เหมือนกับเด็กเล็กๆ นี่แหละครับ ชอบวิ่งเล่นซุกซนไปตามเรื่อง ที่สำคัญมันอยากอยู่ใกล้ชิดคนเลี้ยงหรือให้คนที่เป็นนายคอยประคบประหงมเอาอกเอาใจ ฉะนั้นเวลาที่เราเล่นกับมันและเห็นมันวิ่งเล่นยิ้มแย้ม (สังเกตดีๆ จะเห็นว่าหมายิ้มได้ เชื่อผมเถอะ) เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย
เจ้าทิมติดสอยห้อยตามเราจากบ้านเก่ามาบ้านใหม่ได้ไม่นาน มันก็พบกับคู่แข่งวัยเดียวกัน เป็นหมาลักษณะคล้ายพันธุ์บีเกิล สีดำแซมน้ำตาลและขาว เราจึงเรียกชื่อมันว่า สามสี โดยมิได้มีนัยประหวัดไปถึงหมาของอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์หรือฉายาของโฆษกรัฐบาลในยุคนั้นแต่อย่างใด
เจ้าทิมกับเจ้าสามสีเป็นหมาเกาเหลา ไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไรนัก อาจเป็นเพราะเมื่อมีเจ้าสามสีเข้ามาอาศัยเป็นสมาชิกใหม่ ความรักของคนในครอบครัวเราก็ต้องแบ่งปันไปให้หมาตัวที่สองบ้างเป็นธรรมดา เจ้าทิมดูจะเขม่นและอิจฉาเจ้าสามสีจนออกนอกหน้า หากเราเผลอเมื่อไหร่มันจะคอยตอดนิดตอดหน่อยแกล้งงับขางับหางเจ้าสามสีบ้างตามแต่โอกาสจะเปิดให้ มีอยู่หลายครั้งทีเดียวที่มันทะเลาะกันรุนแรง กัดกันเหมือนหมาอย่างที่ใครๆ เขาว่ากันจริงๆ คือจะไปห้ามไปแยกอย่างไรก็ไม่ฟัง ต้องได้แผลได้เลือดกันไปคนละนิดละหน่อยจนกว่าจะเหนื่อยสุดๆ ถึงยอมหยุด
ผมได้แต่สั่งสอนพวกมันหลังศึกสงบว่า ทำไมกินข้าวหม้อเดียวกัน (แต่ต้องแบ่งออกเป็นสองจาน ไม่อย่างนั้นมันคงได้กัดกันทุกครั้งที่กินข้าว) ถึงได้ทะเลาะกันรุนแรงอย่างนี้ ไม่รู้จักสามัคคีกัน แล้วอย่างนี้ถ้ามีคนแปลกหน้าที่คิดมิดีมิร้ายเข้ามาในบ้านจะช่วยเหลือป้องกันคนในบ้านได้ยังไง
ทั้งสองตัวมักจะทำหน้าเงื่องหงอยสำนึกผิดเวลาถูกสั่งสอน แต่ส่วนหนึ่งอาจเพราะเพิ่งกัดกันเสร็จจนเหนื่อยหอบขี้เกียจฟัง หรืออาจเป็นเพราะฟังไม่รู้เรื่องก็สุดจะคาดเดา
ในสายตาของผม เจ้าทิมมักจะเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนทุกครั้ง ขณะที่เจ้าสามสีเป็นหมารักสงบ หยิ่งในศักดิ์ศรีความเป็นหมา แม้จะมีนิสัยรักเล่นสนุกไปตามวัย แต่ก็ขรึมและดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเจ้าทิม หลายครั้งถ้ามันหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งได้ มันก็จะเลี่ยง แต่หากสุดที่จะทนจนหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจะสู้สุดฤทธิ์ทีเดียว และส่วนใหญ่เจ้าสามสีก็มักจะเป็นฝ่ายชนะในที่สุด ขณะที่ฝ่ายหาเรื่องกลับเป็นผู้ปราชัยอยู่บ่อยครั้ง
เหตุการณ์ที่ผมคิดว่าเป็นความขัดแย้งที่เขม็งเกลียวที่สุดระหว่างเจ้าทิมกับเจ้าสามสี น่าจะได้แก่ศึกชิงนาง ซึ่งหมายถึงนัง ชูชู หมาสาวสวยอีกตัวที่เราได้มา แต่ผมขอยกยอดไปเล่าให้ฟังตอนหน้าก็แล้วกันนะครับ



