ความฝันใหม่ของไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม
หลังเผชิญมรสุมมติชน ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรมซึ่งซุ่มซ่อนหลบเลียแผล เล่าให้คนใกล้ชิดฟังว่า เพิ่งประจักษ์ความจริงของอิทธิพลสื่อก็คราวนี้
“แต่ก่อนผมคิดว่าสื่อเป็นธุรกิจที่มีอิทธิพลมาก แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้”
ตามประสานักธุรกิจ ที่ชอบแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส ความฝันต่อไปของไพบูลย์จึงอยู่ที่การเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์สักช่อง วิทยุถ้าได้หลายๆ สถานีก็ดี ซึ่งถ้าได้ตามสูตรนี้ รายการเช็คบิลบรรดาหนังสือพิมพ์ที่รุมถล่มจนตั้งตัวไม่ทันก็จะเกิดขึ้นผ่านสื่อใหม่ในเครือแกรมมี่ทันทีที่มีการเผชิญหน้าครั้งต่อไป
หมายมั่นปั้นมือขนาดนี้ ทั้งอากู๋อาซิ้มจึงพยายามส่งตัวแทนของตนเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการการสื่อสารแห่งชาติ (กสช.) กันอย่างเอิกเกริก จนทำให้กระบวนการผิดเพี้ยน กรรมการขาดคุณสมบัติกันหลายคนจนต้องมีการนำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อศาล ทำให้วันนี้แทนที่จะได้เดินหน้าจึงต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่อีกครั้ง โดยมีภาคการเมืองแทรกแซงวางยากันอย่างเข้มข้น ด้วยเกี่ยวพันถึงธุรกิจโทรคมนาคมยุค 3G ที่เชื่อมโยงทั้งภาพและเสียงเข้าด้วยกันผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งใครได้ถือสัมปทานก็จะกลายเป็นเศรษฐีใหม่ต่อไปอีกสามเจนเนอเรชั่นเป็นอย่างน้อย
กลุ่มทุนใหญ่ทั้งหลายจึงไม่มีใครยอมใคร แม้จะต้องใช้เงินลงทุนทั้งระบบมหาศาล แต่ผลกำไรที่ได้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม จึงจำเป็นต้องวางคนคุมทั้งกทช.(คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ)และกสช.ให้ได้ทั้งสองหน่วยงาน ด้วยเป็นธุรกิจที่คร่อมอยู่ทั้งโทรคมนาคมและสื่อสาร
สำหรับอากู๋คงได้แต่ซุ่มซ่อนรอเวลาหลังจากขายหุ้นคืนผู้ถือหุ้นเดิมอย่างขรรค์ชัย บุนปานไปบางส่วน อากู๋ยังคงทิ้งเงินลงทุนไว้ในหุ้นมติชนกว่า 500 ล้านบาท ฝ่ายไหนขยับตัวอีกฝ่ายก็พร้อมที่จะเดินเกมทันที
มติชนจึงเป็นสงครามที่ยังไม่จบ แต่เป็นการรบแบบประชิดพรมแดน
ที่พลอยฟ้าพลอยฝนไปอีกคน คือคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม แห่งธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งออกมาตอบคำถามเรื่องการปล่อยกู้ในช่วงต้นประหนึ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว ด้วยเหตุผลว่าเป็นธุรกิจปกติ จนไทยพาณิชย์ถูกรุมถล่มอยู่พักใหญ่ ร้อนถึงผู้หลักผู้ใหญ่อย่าง ดอกเตอร์จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้องเจรจากับกลุ่มผู้บริหารว่าการพิจารณาเงินกู้ต่อไป อาจจะต้องกำหนด วัตรปฏิบัติกติกาให้ชัดเจนกว่าการยึดถือเกณฑ์ทางธุรกิจเพียงลำพัง
ความจริงเบื้องหน้าเบื้องหลังกรณีแกรมมี่พยายามเข้าครอบงำกิจการมติชนเป็นอย่างไร ต่างฝ่ายต่างเล่ากันไป อันเป็นเรื่องปกติของความจริงที่มักจะมีหลายด้าน เร็วๆ นี้คงมีโอกาสได้อ่านความจริงแต่ละด้าน ส่วนจะเชื่อใคร คงต้องไปพิจารณากันเอง
แต่ที่เคยเห็นมาทำหน้าใสซื่อสวมบทนักวิชาการออกโทรทัศน์ในรายการถึงลูกถึงคนอย่างดร. ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ข่าวแจ้งว่า ดูท่าจะเป็นคนที่รวยที่สุดจากกรณีนี้ ทิ้งให้ผู้ถือหุ้นทั้งสองฝ่ายตบอกฉาดใหญ่ ว่ามึงจะอยู่ฝ่ายไหนกันแน่
นี่เป็นอีกกรณีที่คงต้องมีการเช็คบิลกันภายหลัง



