Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
With Words That Appear Like Bats
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์


การเมืองในคำขวัญวันเด็ก

“อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด” เป็นคำขวัญท่านนายกรัฐมนตรีของเราภูมิใจนักหนาว่ามา “แนว” ใหม่มากปีนี้

ท่านนายกรัฐมนตรีภาคภูมิใจเป็นยิ่งนักว่าคำขวัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้นั้นเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญกับเด็กและเยาวชน ในความหมายที่ว่าเด็กรุ่นใหม่ต้องมีความฉลาด ผ่านทั้งการอ่าน และคิด

เพื่อให้ความเป็นธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรี เราคงจะต้องลองมองย้อนกลับไปที่คำขวัญวันเด็กของไทยทั้งหมด ๔๘ ครั้ง ทั้งนี้เพราะประเทศไทยเริ่มจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติตามคำเชิญชวนขององค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ โดยเริ่มจัดงานและมีการให้คำขวัญโดยนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม และมีการว่างเว้นไปในปี ๒๕๐๐ ๒๕๐๑ และ ๒๕๐๗ (ขอขอบคุณฐานข้อมูลจากเว็บไซต์ โรงเรียนบ้านดอนใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ http://school.obec.go.th/donyai/wandek.htm )

เมื่อลองสืบย้อนไปแล้ว จะเห็นว่าอย่างน้อยคำขวัญวันเด็กของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่งสืบเนื่องมา ๕ ปีนั้นจัดว่าให้ความสำคัญกับเรื่องของการศึกษาและเนื้อหาทางการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง จุดเด่นของคำขวัญของนายกทักษิณนั้นอยู่ที่การให้ความสำคัญกับการให้คำนิยามศึกษาที่กว้างขวางและครอบคลุมมากกว่าคำขวัญวันเด็กในสมัยก่อนๆ ทั้งในแง่ของการอ่าน คิดสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี่ ความกล้าแสดงออกในสิ่งที่ตนคิด แม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันมักจะถูกโจมตีในเรื่องของความล่าช้าและความจริงใจในการปฏิรูปการศึกษามาโดยตลอดก็ตาม

ในแง่นี้คำขวัญวันเด็กนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเด็กๆ แต่น่าจะเป็นประเด็นที่น่าจะเป็น “จุดเริ่มต้น” ในการทำความเข้าใจความคิดความเชื่อของผู้นำทางการเมืองในแต่ละยุคสมัยได้ในระดับหนึ่ง และทำให้เราเข้าใจสภาวะทางการเมืองในยุคสมัยนั้นๆได้ไม่มากก็น้อย

พูดง่ายๆก็คือ คำขวัญวันเด็กจากนี้ต่อไปจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เด็กต้องคิด มากกว่าเชื่ออีกต่อไป และคงไม่มีอะไรที่จะกระตุ้นและส่งเสริมความตั้งใจในการแก้ปัญหาบ้านเมืองของนายกรัฐมนตรี ๒๔ ชั่วโมงท่านนี้มากไปกว่าการเริ่มต้นตั้งคำถามและสนทนาในเรื่องคำขวัญวันเด็กซะแล้ว ....

ในมิติของ “ความฉลาด” นั้น แม้ว่านายกทักษิณจะกล่าวอ้างว่าตนให้ความสำคัญกับความฉลาดของเด็กมากกว่าเรื่องของวินัย แต่ถ้าเราย้อนกลับไปดูข้อมูลคำขวัญเก่าๆ เราจะพบว่า คำว่า “ฉลาด” ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในคำขวัญวันเด็ก พ.ศ. ๒๕๑๑ ในยุคของจอมพลถนอม กิตติขจร (ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาด และรักชาติยิ่ง) แต่ทั้งนี้ก็จะเป็นความผิวเผินและมักง่ายของนักวิเคราะห์เช่นเดียวกันที่จะฟันธงง่ายๆว่าถ้าคำขวัญของผู้นำในแต่ละยุคนั้นตรงกัน เขาจะเป็นเผด็จการเช่นกัน เพราะถ้าลองกลับไปดูคำขวัญวันเด็กแล้ว จะพบว่ามีคำสำคัญอยู่ไม่กี่คำเท่านั้นเอง เช่นคำว่า เด็กดี มีวินัย รักเรียน สามัคคี ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม และความเป็นไทย

ในแง่นี้นายกทักษิณพูดถูกว่าคำขวัญในอดีตนั้นเน้นในเรื่องของระเบียบวินัยมากที่สุด และถ้าลองนับต่อมาก็คือการขยันเรียนซึ่งไม่ค่อยมีการให้ความหมายในรายละเอียดมากนัก

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือถ้าเรา “ขยันคิด” ตามความต้องการนายกทักษิณ เราน่าจะลองตั้งคำถามในแบบอื่นๆที่มิใช่แค่การเลือกคู่ตรงข้ามว่า เด็กฉลาด หรือเด็กที่ถูกบังคับ แต่ต้องลองถามดูว่า ถ้านายกแยกความฉลาดออกจาก ความเจริญ ความมั่นคงของชาติไทย ความมีวินับ และความรักชาติ ตามคำขวัญของจอมพลถนอมแล้ว ความฉลาดจะถูกกำกับด้วยอะไร และการอยู่ร่วมกันในสังคมจะอยู่กันได้ด้วยอะไรหลักการอะไร และชุมชนของเราจะอยู่ได้ด้วยจินตนาการอะไรในฐานะหลักในการยึดถือร่วมกัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่เคยปรากฏอยู่ในคำขวัญวันเด็กของนายกทักษิณเลยที่ยืนยันตลอดว่าถ้าฉลาดแล้ว “อนาคตดีแน่นอน”

ประการสำคัญถัดมาก็คือ ถ้าไม่นับคำขวัญวันเด็กของจอมพลถนอม ที่มากที่สุด (๙ ครั้ง) แต่มีความหลากหลายมาก เราน่าจะลองเทียบกับคำขวัญวันเด็กของ พลเอก เปรม (๘ ครั้ง) และ นายกชวน (๗ ครั้ง) เราจะพบว่าความจริงแล้วคำขวัญเรื่องความฉลาดของนายกทักษิณนั้นดูจะแตกต่างจากคำขวัญวันเด็กของป๋าเปรมมากที่สุด และที่สำคัญก็คือนอกเหนือจากขั้วความขัดแย้งที่นายกสร้างขึ้นว่าความฉลาดตรงข้ามกับวินัยนั้น เราอาจจะต้องตีความเสียใหม่ว่าสำหรับป๋าเปรมแล้ว สิ่งที่ป๋าเห็นความสำคัญก็คือ “ความซื่อสัตย์และคุณธรรม” เพราะป๋าเปรมพูดถึงคำว่าวินัยถึง ๕ ใน ๘ ครั้ง คุณธรรมและความซื่อสัตย์ ๖ ใน ๘ ครั้ง และพูดถึงการศึกษาเพียงครั้งเดียวคือ “ขยัน และใฝ่ดีมีความคิด”

แต่ทั้งนี้มิใช่เราจะต้องยกป๋าเหนือกว่านายกทักษิณ เพราะคำขวัญวันเด็กของป๋าเปรมนั้นส่วนหนึ่งก็สะท้อนการอ้างความชอบธรรมในการดำรงอำนาจทางการเมืองของป๋าเองในยุคที่ทหารนั้นมีอำนาจเหนือพลเรือนและสถาบันการเลือกตั้ง ขณะที่คำขวัญของนายกชวนนั้นในบางปีก็มีความโดดเด่นเพราะได้บรรจุเรื่องของ “ประชาธิปไตย” “สิ่งแวดล้อม” และ “ความซื่อสัตย์และคุณธรรม” ถึง ๔ ใน ๗ ครั้ง เช่นกัน

ประเด็นที่เราเรียนรู้จากคำขวัญวันเด็กของนายกทักษิณก็คือ ความฉลาดจากเทคโนโลยี การศึกษา และการกล้าคิดกล้าแสดงออกนั้นจะมีความพอดีและลงตัวอยู่ได้ด้วยอะไร? เด็กๆจะมีความเข้าใจในเรื่องการมีชีวิตสาธารณะได้หรือไม่

ทางออกที่น่าสนใจกว่าอาการรีบร้อนคิดแทนเด็ก และวิ่งกลับไปหาระเบียบวินัย และคุณธรรมซึ่งเป็นคำที่ใครใช้ก่อนมักจะได้เปรียบ ก็คือการทดลองมอบอำนาจให้กับเด็กๆในการกำหนดคำขวัญของตัวเองในปีหน้า และกำหนดคำขวัญให้ผู้ใหญ่ด้วย รวมทั้งตั้งคำถามและให้ความหมายกับคำขวัญที่ผ่านมาเสียใหม่ไปพร้อมๆกัน.


คำขวัญวันเด็ก (ปรับปรุงจากเว็บไซด์ของโรงเรียนบ้านดอนใหญ่)

2499 จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม จอมพล ป. พิบูลสงคราม

2502 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

2503 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

2504 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

2505 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

2506 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

2507 งดจัดงานวันเด็ก

2508 เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี จอมพลถนอม กิตติขจร

2509 เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี จอมพลถนอม กิตติขจร

2510 อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย จอมพลถนอม กิตติขจร

2511 ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง จอมพลถนอม กิตติขจร

2512 รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ จอมพลถนอม กิตติขจร

2513 เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส จอมพลถนอม กิตติขจร

2514 ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติมใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ จอมพลถนอม กิตติขจร

2515 เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ จอมพลถนอม กิตติขจร

2516 เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ จอมพลถนอม กิตติขจร

2517 สามัคคีคือพลัง นายสัญญา ธรรมศักดิ์

2518 เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี นายสัญญา ธรรมศักดิ์

2519 เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

2520 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

2521 เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์

2522 เด็กไทยคือหัวใจของชาติ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์

2523 อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์

2524 เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัดเคร่งครัดคุณธรรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2525 ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2526 รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2527 รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2528 สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2529 นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2530 นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2531 นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

2532 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

2533 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

2534 รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

2535 สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม นายอานันท์ ปันยารชุน

2536 ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม นายชวน หลีกภัย

2537 ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม นายชวน หลีกภัย

2538 สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม นายชวน หลีกภัย

2539 มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด นายบรรหาร ศิลปอาชา

2540 รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

2541 ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย นายชวน หลีกภัย

2542 ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย นายชวน หลีกภัย

2543 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย นายชวน หลีกภัย

2544 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย นายชวน หลีกภัย

2545 เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

2546 เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

2547 รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

2548 เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

2549 อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร


หมายเหตุ: ปรับปรุงจากบทความที่ตีพิมพ์ครั้งแรกใน หนังสือพิมพ์คมชัดลึกรายวัน วันพุธที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๙ หน้า ๔



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter