Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
Exit
ไชยันต์ ไชยพร


ดู “แหยม ยโสธร”

ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่มีคนพูดถึงกันพอสมควรในปีสองปีที่ผ่านมาก็คือ หลวงพี่เท่ง, เฉิ่ม, และ แหยม ยโสธร โชคดีที่มีแผ่นซีดีให้เช่ามาดู มิฉะนั้นแล้ว ผมคงตามกระแสผู้คนเขาไม่ทัน ครั้นจะให้ไปชมที่โรงภาพยนตร์ก็คงจะยาก เพราะปรกติไม่ค่อยจะถนัดไปชมที่โรงฯ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้คือ เวลาไม่อำนวยหนึ่ง เป็นโรคภูมิแพ้อีกหนึ่งกลัวจะไปรบกวนคนดูที่อยู่ใกล้ๆ แก่ตัวแล้วปัสสาวะบ่อยอีกหนึ่ง ทำให้พลาดบางตอนที่สำคัญ เพราะกระเพาะปัสสาวะดูจะเป็นอิสระจากสมอง มันไม่สนว่าสมองกำลังให้ความสำคัญกับอะไรอยู่ และค่าตั๋วมันแพงอีกหนึ่ง

แต่บางทีมันก็มีข้อยกเว้น อย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่อง บุปผาราตรีภาคสอง ผมถึงกับถ่อไปชมที่โรงฯเลย ด้วยเหตุที่ติดใจภาคหนึ่งตั้งแต่ดูจากแผ่นซีดี พอภาคสองลงโรง ก็อดใจรอแผ่นไม่ไหว จึงต้องขอเข้าไปชมที่โรงฯ ดูแล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากความสนุกสนานตื่นเต้นระทึกใจแล้ว ตอนสองยังทำให้ผมทราบว่า เหตุการณ์อันสยองขวัญดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นที่ ออสการ์อพาร์ตเมนท์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตรงข้ามกับแถวๆโรงเรียนเซนต์ดอมินิก หน้าปากซอยทางเข้าออสการ์อพาร์ตเมนท์ มีร้านสะดวกซื้อให้สังเกตได้

เท่าที่จำได้ บุปผาราตรีภาคหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าอพาร์ตเมนท์ที่เกิดเหตุนั้นชื่ออะไรและอยู่ตรงไหน หรือมีชื่อแต่ไม่ได้บอกบริเวณ แต่ภาคสองนั้นบอกตำแหน่งแห่งที่อย่างชัดแจ้ง โดยเฉพาะตอนที่ เด่น ดอกประดู่ นัดหมายให้เพื่อนร่วมทางมิจฉาชีพไปเจอกันที่ออสการ์อพาร์ตเมนท์เพื่อจะได้นัดหมายแบ่งเงินทองที่ไปปล้นธนาคารกันมา ทางฝ่าย เด๋อ ดอกสะเดา ได้ยินชื่อออสการ์อพาร์ตเมนท์ ก็ถึงกับเข่าอ่อน เพราะตนเคยอยู่ที่นี่มาก่อน และได้มีประสบการณ์โดนหลอกหลอนจากผีนักศึกษาสาวที่ทำแท้งตกเลือดตายคาห้องอย่างบุปผา

ที่ผมติดใจกับการได้รับข้อมูลข่าวสารว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ออสการ์อพาร์ตเมนท์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ก็เพราะว่า มันมีอพาร์ตเมนท์ที่ว่านี้จริงๆ ถ้าคนไม่รู้จักก็อาจจะคิดว่า ออสการ์ คงเป็นชื่อหลอกๆที่คนเขียนบทภาพยนตร์ตั้งขึ้นมา แต่สำหรับคนที่รู้จักออสการ์อพาร์ตเมนท์ ย่อมรู้ว่า มันมีจริงๆ และก็ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ด้วยตามที่ปรากฏในภาพยนตร์

ถ้าจำไม่ผิด ออสการ์อพาร์ตเมนท์ นี้เปิดมานานแล้ว น่าจะตั้งแต่สมัยผมยังวัยรุ่นอยู่ ที่ชื่อออสการ์ก็เพราะว่า หน้าปากซอยนี้ เคยมีโรงภาพยนตร์ทันสมัยชื่อว่าออสการ์ ฉายหนังฝรั่ง (คนตั้งชื่อโรงภาพยนตร์ น่าจะคิดถึงรางวัลออสการ์แน่นอน) และมักจะฉายหนังที่ออกแนวทะลึ่งๆของฝรั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งอเมริกัน อังกฤษหรือฝรั่งเศส แต่ก็ไม่ถึงกับจะเป็นหนังแนวทางเลือกหรืออินดี้ เพราะสมัยนั้นคำสองคำนี้ยังไม่กำเนิดในเมืองไทย แต่หนังที่มาลงโรงที่โรงภาพยนตร์ออสการ์เป็นหนังฟอร์มเล็ก ซึ่งบางเรื่องก็น่าดู บางเรื่องก็หลอกเอาเงินคนดูไปวันๆเท่านั้น จำได้ว่าที่ผมไปป้วนเปี้ยนแถวโรงภาพยนตร์ออสการ์ ก็เพราะว่า มันใหม่ และวัยรุ่นก็เริ่มไปเตร็ดเตร่ แต่งตัวทำเท่ห์ โชว์กันและกัน ด้วยความที่โรงมันใหม่ และอยู่ห่างไกลจากชุมชน มันจึงลับหูลับตาผู้คนด้วย ต่างจากแถวลิโด-สยาม-สกาลา บรรดาวัยรุ่นนักเรียนหัวเกรียนก็ไปนั่งๆยืนๆทำเท่ห์สูบบุหรี่ที่โรงหนังออสการ์ด้วยความสบายใจ เชื่อว่า วัยรุ่นบางคนที่สูบบุหรี่ที่โรงออสการ์ในเวลานั้น ป่านนี้ถ้ายังสูบอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดา ก็น่าจะเริ่มออกอาการทางหลอดลมหรือปอดหรืออะไรซักอย่าง เช่น หน้าแก่เกินวัย เป็นต้น เพราะถ้าใครเป็นวัยรุ่นในยุคโรงภาพยนตร์ออสการ์ ป่านนี้ก็น่าจะปาเข้าไปห้าสิบบวกหรือลบประมาณนั้น

นอกจากมีโรงภาพยนตร์ออสการ์ที่เป็นโรงภาพยนตร์โรงแรกบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่แล้ว ใกล้ๆกันก็ยังมีสถานอาบ อบ นวดที่เชื่อว่าน่าจะเป็นแห่งแรกบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่เช่นกัน นั่นคือ อาบ อบ นวด อะตามิ เป็นแนวต้นตำรับ อาบน้ำร้อนนอกบ้าน อบตัวและนวดแบบญี่ปุ่น ไปๆมาๆ จนบัดนี้ โรงภาพยนตร์ออสการ์ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นโรงภาพยนตร์โรงแรกและโรงเดียวและโรงสุดท้ายบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะหลังจากที่ปรากฏตัวและเจ๊งไป ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ทั้งถนนจนต่อถนนพัฒนาการ ก็ยังหามีใครมากล้าเปิดโรงภาพยนตร์อีกไม่ แต่ถ้าเลี้ยวเข้าไปในอาร์ซีเอ ก็โอเคหละ

ในขณะที่โรงหนังไม่สามารถเปิดตลาดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้ แต่โรงนวดกลับระบาดอย่างรวดเร็วเหมือนเชื้ออีโบลา และก็ยังสืบสานเผ่าพันธุ์ยั่งยืนยงจนถึงบัดนี้ แม้ว่าจะซบเซาไปบ้างก็ตาม เพราะเชื้อหนีไปโตในที่ๆเหมาะสมกว่า นั่นคือ ถนนรัชดาฯ

ย้อนกลับไปเรื่องโรงภาพยนตร์ออสการ์สมัยก่อน เมื่อผมไปเดินเล่นดูหนังประเภทออกแนวลามกทะลึ่งหน่อยๆที่พอจะฉายบนโรงชั้นดีได้ ส่วนหนังประเภทโป๊แบบไม่มีพลอทเรื่อง (plot) นั้นต้องไปดูแถวโรงหนังชั้นสองหรือชั้นสาม ที่ฉายหนังชื่อประหลาดๆหลายเรื่องควบและหมุน เวียนไปตลอดทั้งวัน ซื้อตั๋วครั้งเดียว ดูได้ตลอดทั้งวันซ้ำไปซ้ำมา แต่ถ้าออกมาแล้ว จะกลับเข้าไปใหม่ ก็ต้องเสียค่าตั๋วใหม่

จำได้ว่า ไปดูหนังเรื่อง “เปอร์ซี่เครื่องหลุด” ที่โรงภาพยนตร์ออสการ์ เป็นหนังเกี่ยวกับผู้ชายเพลบอยชอบยุ่งเรื่องเซ็กส์ และมีชื่อเสียงในทางนี้ จนสาวสวยทรงแอร่มอล่างฉ่างต่างพากันเข้าคิวคอย สาวทรงแอร่มในสมัยนั้นก็คือสาวยุคเจ็ดศูนย์ครับ เป็นอย่างไร ก็ไปเปิดเว๊บดูกันเอาเองดีกว่า แต่ถ้าจะบอกเป็นเค้าโครงก็คือ สาวเจ็ดศูนย์นี้จะแต่งตัว-แต่งหน้าทำผมเหมือนกับ นางสร้อยกับอีเจ้ย ใน แหยม ยโสธร นั่นแหละครับ แต่ทรวดทรงของสาวใน “เปอร์ซี่เครื่องหลุด” นั้นคงจะอวบอัดคับข้องกว่าอีเจ้ยและนางสร้อยอยู่หลายประมาณ

หลายคนที่เกิดไม่ทัน คงไม่รู้ว่าสำนวน “เครื่องหลุด” นี่มันหมายถึงอะไร ? คงต้องบอกกล่าวกันเสียตรงนี้ เพราะบางทีไปค้นคว้าในห้องสมุด ก็อาจจะไม่เจอ เพราะภาษานี่มันเปลี่ยนไปเร็วมากในโลกแห่งสื่อ “เครื่อง” ในที่นี้หมายถึง “อวัยวะเพศ” ซึ่งมักจะหมายถึงอวัยวะเพศของชายมากกว่าของหญิง และคำว่า “เครื่อง” นี้ น่าจะมาจากคำว่า “ห้องเครื่อง” อีกทีหนึ่ง หาใช่ “เครื่องเพศ” อย่างที่บางคนอาจจะเดา เพราะในสมัยโน้น คำว่า “ห้องเครื่อง” นั้นเป็นอีกคำหนึ่งที่สื่อหนังสือพิมพ์หรือวิทยุชอบใช้เรียกแทนบริเวณอวัยวะเพศชาย (ดีที่ พจนานุกรมทันสมัยอย่างมติชน ได้บรรจุความหมายดังกล่าวนี้ไว้ในคำว่าห้องเครื่องด้วย โปรดดูหมายเหตุต่อจากนี้)

ที่ว่าบริเวณอวัยวะเพศชาย ก็เพราะห้องเครื่องมันหมายถึงทุกอย่างที่เป็นอวัยวะเพศชาย อย่างเช่น “ชายคนหนึ่งถูกเตะเข้าห้องเครื่อง ตัวงอจุกแอ๊ดๆ” ห้องเครื่องจึงสื่อไม่ใช่เฉพาะจู๋เท่านั้น เพราะถ้าโดนเตะเฉพาะที่จู๋ (ซึ่งทำได้ยากมาก ต้องอาศัยผู้ที่มีวิทยายุทธในการเตะเฉพาะจุดเฉพาะที่แม่นยำอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ คล้ายๆกับคนที่เอาผลแอปเปิ้ลวางบนหัวเด็ก แล้วเอากระบี่ฟันเฉพาะผลจนขาดกลางได้) จะมีแต่ความเจ็บ ไม่จุก

สำหรับจู๋แล้ว จู๋จะมีคำที่เรียกแทน เช่น “นกเขา” บ้างหรืออะไรอื่นๆบ้าง แต่เวลาที่จะพูดถึงปัญหาโรคภัยที่เกิดขึ้นกับอวัยวะเพศชาย ถึงขนาดที่มันไม่ได้หลุดเฉพาะนกเขาหรือจู๋หรือจรวด แต่มันหลุดออกมาทั้งตัวจรวดและฐานปล่อยจรวดด้วย (เช่น ซิฟิลิส) ซึ่งคำที่สื่อถึง จรวดและฐานปล่อย ในสมัยนั้นคือ “พวงสวรรค์” (ดีที่ พจนานุกรมทันสมัยอย่างมติชน ได้บรรจุความหมายดังกล่าวนี้ไว้ในคำว่าพวงสวรรค์ด้วย โปรดดูหมายเหตุต่อจากนี้) แต่คำว่า “พวงสวรรค์” เป็นคำที่ไม่ค่อยจะสุภาพเท่าไรนัก เพราะคำว่า “พวง” มันให้ภาพชัดเจนเกินไป เข้าใจว่า ถ้าตั้งชื่อภาพยนตร์ว่า “เปอร์ซี่พวงสวรรค์หลุด” นอกจากจะเยิ่นเย้อแล้ว ก็อาจจะไม่ผ่านกองเซนเซอร์

(หมายเหตุ: จาก พจนานุกรมฉบับมติชน ๒๕๔๗: “ห้องเครื่อง (ราชา) น. ครัว; (แสลง) พวงอวัยวะเพศชาย; พวงสวรรค์ (ปาก) น. ลูกอัณฑะกับอวัยวะเพศชาย )

ตอนไปดู “เปอร์ซี่เครื่องหลุด” ที่โรงหนังออสการ์ ผมไปก่อนเวลาฉาย ก็เลยเดินเลยเถิดลึกเข้าไปในซอย ก็พบอพาร์ตเมนท์ทันสมัยดูน่าอยู่อาศัย เปิดใหม่สะอาดสะอ้านเป็นตึกใหญ่มโหฬาร สำหรับในสมัยนั้น และจะว่าไปแล้ว ก็ยังน่าจะใหญ่สำหรับสมัยนี้ด้วย ถ้าเช่นนั้น ท่านลองคิดดูก็แล้วกันว่า ออสการ์อพาร์ตเมนท์จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน แล้วมันจะไม่เข้ามาอยู่ในความทรงจำใต้สำนึกของผมได้อย่างไร จนกระทั่งมันถูกรื้อฟื้น (retrieve) ขึ้นมาโดย เด่น ดอกประดู่ ใน บุปผาราตรีภาคสอง เพราะในภาคแรก ถึงแม้จะถ่ายทำที่ออสการ์อพาร์ตเมนท์ แต่ภาพในอพาร์ตเมนท์มันไม่ช่วยให้ผมฟื้นความจำได้ เพราะผมไม่เคยเข้าไป ถึงแม้นว่าเคย อพาร์ตเมนท์มันก็คืออพาร์ตเมนท์ มันก็เหมือนกันเกือบทั้งหมดในระดับเดียวกัน

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญสำหรับอพาร์ตเมนท์จึงไม่ใช่ภาพอาคารหรือตัวห้องหรือบรรยากาศแถวทางเดิน เพราะถ้าไปถ่ายอพาร์ตเมนท์ที่ไหนๆในโลก (ในระดับเดียวกัน) คุณก็มากล่าวอ้างว่า ถ่ายจากเมืองนอกเมืองนา ก็ไม่มีใครจะแน่ใจได้ว่า คุณพูดความจริงหรือโกหก และถ้าใครจะบ้าไปถ่ายรูปตนเองบนทางเดินระหว่างห้องในอพาร์ตเมนท์ธรรมดาๆในนิวยอร์ก เพื่อจะบอกว่าตนได้ไปนิวยอร์กมาแล้ว ก็ถือว่าล้มเหลวทีเดียว

แต่สิ่งสำคัญสำหรับอพาร์ตเมนท์คือ ชื่อ ครับ ชื่อ !

ดังนั้น เมื่อ เด่น และ เด๋อ ทำให้ความจำบางส่วนของผมกลับมา หลังจากชมภาพยนตร์เสร็จสักพักหนึ่ง ผมก็ตัดสินใจว่า จะต้องไป ออสการ์อพาร์ตเมนท์ อีกครั้งให้ได้ แม้ว่าจะเคยได้ไปถี่ๆในช่วงไปเที่ยวโรงหนังออสการ์สมัยวัยรุ่น และจำได้ว่า ในสมัยนั้น ก็มีหนุ่มๆสาวๆที่ทำงานกลางคืน ประเภทเล่นดนตรีเช่าห้องที่ออสการ์อพาร์ตเมนท์ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า บุปผาราตรี นั้นเป็นเพียงเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมา และใช้ออสการ์อพาร์ตเมนท์เป็นแหล่งถ่ายทำ หรือ บุปผาราตรี นั้นคือเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก ตำนานที่เกิดขี้นที่ออสการ์อพาร์ตเมนท์

และในที่สุด ค่ำๆของวันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ผมก็ได้ไปยืนอยู่หน้า ออสการ์อพาร์ตเมนท์ อีกครั้ง สามสิบปีพอดิบพอดี หลังจากที่ผมไม่ได้กลับมาดูมันอีกเลย ตั้งแต่ยืนอยู่หน้ามันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๘ ! ผมตัดสินใจที่จะขึ้นไปดูห้อง ๖๐๙ ที่ บุปผา เช่าอยู่ !

(โปรดติดตาม ออสการ์อพาร์ตเมนท์และบุปราตรี ตอนต่อไปได้ใน “ดู ‘แหยม ยโสธร’ตอนสอง” )



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter