Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon


ทางเดิน open online

- ปกป้อง จันวิทย์ -

ผมคุยกับคุณภิญโญมาเนิ่นนานแล้วว่า OPEN น่าจะมีเว็บไซต์ของตัวเองเสียที คุณภิญโญก็เห็นพ้อง แต่คำพูดของสองเราก็ลอยล่องอยู่ตามสายลมแถวถนนพิชัยบ้าง แถว Hemlock บ้าง แถวธรรมศาสตร์บ้าง

เดือนมกราคม 2548 คุณภิญโญแจ้งข่าวกับผองเพื่อนว่าจะ ‘หยุดพัก’ นิตยสาร OPEN หันมาทำหนังสือเล่มในนามสำนักพิมพ์ openbooks เต็มตัว ส่วนผมก็กลับบ้านนอกอย่างเศร้าหงอย เพื่อไปเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกต่อ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548

แม้อยู่กันคนละซีกโลก คุณภิญโญกับผมก็ยังคงพูดคุยกันข้ามทวีปอยู่สม่ำเสมอ ผ่านสายโทรศัพท์บ้าง ผ่าน MSN บ้าง

จนเมื่อนิตยสาร OPEN ฉบับ ‘ลาพักร้อน’ ออกวางแผงเมื่อเดือนมีนาคม 2548 ผมก็ยิ่งยุคุณภิญโญเรื่องการทำเว็บไซต์ OPEN หนักขึ้นและจริงจังขึ้น เพื่อเป็นสื่อกลางในการติดต่อพูดคุยระหว่างคนทำ OPEN และคนอ่าน OPEN แทนที่นิตยสารที่ปิดตัวไป, เป็นช่องทางนำงานเขียนเก่าๆ ในนิตยสาร OPEN และใน journal รายสะดวก อย่าง October หรือ Open House มาให้อ่านกันพอหอมปากหอมคอ, เป็นพื้นที่แจ้งข่าวสารความเคลื่อนไหว และรายละเอียดหนังสือใหม่ของสำนักพิมพ์ openbooks และเป็นเวทีให้คุณภิญโญได้พูดคุยกับแฟนานุแฟน OPEN ตามกาละอันควร

แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในคราวนี้ ผมได้เล่าให้คุณภิญโญฟังเกี่ยวกับชุมชน bloggers อย่างตื่นเต้น ด้วยความที่มีประสบการณ์ตรงจากการแอบเข้าสู่โลกแห่ง blog แบ่งเวลาว่างจากการนั่งปั่นวิทยานิพนธ์แปลงร่างเป็น blogger เขียน blog แก้เหงา

เขียน blog ได้ไม่กี่เดือน ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ มากความสามารถ และเขียนหนังสือดีหลายคน ซึ่งไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน บ้างเป็นนักเรียนปริญญาเอกต่างแดน บ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย บ้างเป็นข้าราชการหนุ่ม เราใช้เวลา 4-5 เดือน ร่วมกันสร้าง ‘ชุมชน’ bloggers ที่มีพลวัตสูงขึ้นมาแห่งหนึ่ง เขียนหนังสือ แลกเปลี่ยนความคิด ถกเถียงเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม อย่างเปิดกว้าง ด้วยคติ ‘แตกต่างไม่แตกแยก’ ดังที่ได้เขียนเล่าให้อ่านกันในหนังสือ BLOG BLOG ของผม ที่เพิ่งวางแผงเมื่อปลายปีที่แล้ว

ในช่วงนั้น ผมเองเริ่มสัมผัสพลังสร้างสรรค์ของการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นประโยชน์ และเริ่มคิดว่า ทางออกของ ‘สื่อทางเลือก’ ที่ไร้ทุน อาจจะอยู่ที่การผันตัวเองมาเป็นสื่อออนไลน์ เพราะใช้ต้นทุนต่ำ ง่ายต่อการเป็นเจ้าของและบริหารจัดการ โลกไซเบอร์สเปซ ที่กว้างขวางเสรี ช่วยเพิ่มระดับความเป็น ‘ประชาธิปไตย’ ให้แก่สื่อ เพราะคนธรรมดาสามัญสามารถเป็นเจ้าของสื่อได้ หรือเขียนคอลัมน์ส่วนตัวได้ โดยเผชิญข้อจำกัดและข้อกีดกันต่ำ เช่นนี้ จึงมี ‘สื่อทางเลือก’ ให้ได้เลือกอ่านกันอย่างหลากหลาย

คุยกันครานั้น ก็คิดกับคุณภิญโญว่า หาก OPEN เปิดเว็บเมื่อไหร่ ก็จะชวนเพื่อนนักเขียนในชุมชน bloggers มาเปิด blog กันในเว็บไซต์ OPEN เพื่อสร้างความคึกคักเคลื่อนไหว คุณภิญโญเองก็เห็นดีเห็นงาม ถึงขนาดเคยคิดจะเขียน blog ในเว็บไซต์ OPEN กับเขาเหมือนกัน

เว็บไซต์ OPEN ที่คิดกันตอนนั้น นอกจากจะมุ่งเน้นแจ้งข่าวสารและพูดคุยกันตามประสาเพื่อนมิตร OPEN แล้ว ก็จะมีลักษณะความเป็น blog อยู่ในที

แม้จะยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่คุณภิญโญก็ได้ไปจดทะเบียน onopen.com ทิ้งไว้ และให้หลานชาย ซึ่งกำลังเรียนชั้นมัธยม ใช้เวลายามว่างช่วยออกแบบหน้าตาแรกเริ่มของ onopen.com ซึ่งในขณะนั้น ทั้งคุณภิญโญและผม ก็จินตนาการไม่ได้ว่า มันจะแตกหน่อต่อยอดมาเป็นนิตยสารออนไลน์ดังเช่นทุกวันนี้

แล้วหิมะที่บ้านนอกก็ค่อยๆ ละลาย สีขาวโพลนถูกแทนที่ด้วยสีเขียวของใบไม้ที่เริ่มผลิ ตามด้วยแสงแดดอันร้อนแรงของฤดูร้อน ...

ผมกลับมาเมืองไทยอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2548 เพื่อเก็บข้อมูลเขียนวิทยานิพนธ์บทต่อไป พร้อมกับตั้งตาตั้งตาจัดเตรียมต้นฉบับหนังสือ BLOG BLOG ส่วนคุณภิญโญ และพลพรรค openbooks ก็มุ่งหน้าสู่โรงงานนรก ผลิตหนังสือเล่มกว่าสิบปก เพื่อวางขายในงานมหกรรมหนังสือฯ ที่ศูนย์สิริกิติ์

เวลาผ่านไปหลายเดือน เว็บไซต์ OPEN ยังไม่ปรากฏโฉมสู่โลกไซเบอร์สเปซ แต่ทราบมาว่าคุณภิญโญได้ให้คุณลี – อัญชลี อนันตวัฒน์ กราฟฟิคดีไซเนอร์อิสระ แฟนหนังสือ OPEN ช่วยออกแบบหน้าตาเว็บไซต์ให้ใหม่

ใกล้งานหนังสือ คุณภิญโญก็เริ่มทุบหม้อข้าว ด้วยการพิมพ์ www.onopen.com หราไว้หน้าถุงใส่หนังสืออย่างดี ซึ่ง openbooks ตั้งใจมอบเป็นบรรณาการแด่คนซื้อหนังสือของเรา

นั่นแปลว่า เว็บไซต์ต้องพร้อมออกสู่สายตาประชาชน อย่างช้าที่สุด วันเปิดงานมหกรรมหนังสือฯ ปลายเดือนกันยายน 2548

แต่เนื่องจาก ภารกิจการงานที่ล้นมือของทุกฝ่าย ทาง OPEN ก็ไม่ได้เข้าไปดูแลในส่วนของเนื้อหามากนัก มีเพียงให้ต้นฉบับงานเขียนเก่าๆ บางชิ้น และรายชื่อหนังสือของ openbooks ไปลง เนื้อหาหลายส่วนก็ยังขึ้น Under Construction โดยเฉพาะในส่วนของ open online ยังไม่มีเนื้อหาใดเลย ดังนั้น เว็บไซต์ OPEN ในช่วงแรกที่ปรากฏสู่สายตาผู้คน จึงเน้นไปที่งานออกแบบสวยเฉี่ยว ฝีไม้ลายมือของคุณลี เป็นสำคัญ

จนต้นเดือนตุลาคม 2548 ชาว OPEN เสร็จสิ้นภารกิจการผลิตหนังสือ โรงงานนรกปิดตัว คุณภิญโญกลับมาจากดูงานที่ญี่ปุ่น แวะมาหาผมที่ธรรมศาสตร์ เราก็เริ่มกลับมาพูดคุยกันเรื่องการพัฒนาเว็บไซต์อีกครั้ง โดยเฉพาะในส่วนของเนื้อหา

ผมจำได้แม่นว่า มันเป็นวันที่ 7 ตุลาคม เพราะบังเอิญตรงกับวันเกิดของผมพอดี คุณภิญโญได้ให้ของขวัญชิ้นใหญ่ หรือที่เรียกกันเป็นภาษาชาวบ้านว่า ‘ทุกขลาภ’ ด้วยการเอ่ยปากชวนผมมาเป็นบรรณาธิการ open online ดูแลส่วนของเนื้อหา และบริหารจัดการเว็บไซต์

ในฐานะแฟน OPEN ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี และอดีตคอลัมนิสต์ ผู้เสียดายการจากไปของ OPEN ผมตอบรับเทียบชวนของคุณภิญโญด้วยดี แม้จะหวั่นเกรงอยู่ในที ด้วยเหตุที่ไร้ประสบการณ์ทำหนังสือ เพราะมีอาชีพเป็นนักวิชาการ หาใช่บรรณาธิการไม่

ไปนอนคิดอยู่ไม่กี่วัน ผมก็นัดประชุมกับทีมงาน OPEN ที่บ้านสีฟ้า

คุยกันจริงจังกับคุณภิญโญรอบนี้ เราสรุปกันว่า จะทำ open online เป็นกึ่งนิตยสาร ประกอบด้วยคอลัมน์ต่างๆ ไม่ใช่ blog ดังที่เคยคิดไว้ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ ทั้ง feature หรือบทสัมภาษณ์ จะเป็นงานเขียนเก่าๆ ที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร open มาแล้ว นำกลับมาให้อ่านกันอีกครั้ง และมีบทบรรณาธิการเล่าข่าวคราวความเคลื่อนไหวของชาว OPEN

ส่วนคอลัมนิสต์นั้น จะชักชวนให้มาเขียนกันวงแคบๆ ชวนพวกรุ่นราวคราวเดียวกันที่พอจะเอ่ยปากขอกันได้แบบไม่ต้องเกรงใจมากเป็นหลัก ตอนนั้นเรายังไม่กล้ารบกวนคอลัมนิสต์รุ่นใหญ่ ส่วนผมเองก็ไปชวนเพื่อนในชุมชน bloggers มาเป็นคอลัมนิสต์หน้าใหม่ให้ open online

ในช่วงท้ายของงานมหกรรมหนังสือฯ ผมได้ไปที่งานกับคุณภิญโญ เจอคอลัมนิสต์เก่าบางท่าน เราก็แจ้งข่าว open online ให้ฟัง ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ผมกับคุณภิญโญมีจังหวะได้พูดคุยกับคอลัมนิสต์เก่าของ OPEN อยู่บ้างบางคน เราก็เล่าเรื่อง open online ให้ฟัง

ปฏิกิริยาที่เราได้รับจากคอลัมนิสต์ทุกท่านก็คือ เสนอตัวอาสาขอร่วม ‘ลงแขก’ โดยกลับมาเปิดคอลัมน์ด้วยความเต็มใจ

เมื่อมีคอลัมนิสต์เก่าที่อาสากลับมาเพิ่มจำนวนขึ้น ผมกลับมานั่งครุ่นคิดสักพัก ก็นึกครื้มอกครื้มใจ ขอเบอร์โทรศัพท์เหล่าคอลัมนิสต์ทั้งหมดของ OPEN จากคุณภิญโญ คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จะทำทั้งที ก็แจ้งข่าวให้ครบทุกท่านกันไปเลย บอกกล่าวตามประสาคนรักกันว่า เราจะมีเว็บไซต์ OPEN และจะเปิดพื้นที่ให้ท่านได้ขีดเขียนกันดังเดิมหากต้องการ คอลัมนิสต์ท่านใดอยากเข้าร่วม เราก็ยินดีต้อนรับดุจเดิม

ผมไล่โทรศัพท์หาคอลัมนิสต์เก่าทั้งหมดอยู่ประมาณ 3 วัน มีเพียงท่านเดียวที่เข้าไม่ถึง ติดต่อไม่ได้

แม้จะรู้ว่าเรื่องเงินทองไม่เคยเป็นประเด็นสลักสำคัญของทีมคอลัมนิสต์ OPEN เลยก็ตาม แต่เพื่อความตรงไปตรงมาและความสบายใจ เราเลยบอกกล่าวให้ชัดเจนแต่แรกชวนว่า การกลับมารอบนี้ มีแต่พื้นที่ และความอยากนำ ‘ชุมชน’ OPEN กลับมา แม้ค่าต้นฉบับนิดๆหน่อยๆที่เคยได้ในเวอร์ชั่นกระดาษก็ไม่มีให้ เนื่องจาก เราไม่มีทุนทำ open online และไม่มีรายได้จากการทำ open online แม้แต่บาทเดียว เพราะโฆษณาก็ไม่มี แถมทำให้อ่านกันฟรีอีก

คำตอบที่ได้รับจากคอลัมนิสต์ทุกท่าน ล้วนสร้างรอยยิ้มมุมปากให้ผม บางคนก็สร้างเสียงหัวเราะ เพราะคอลัมนิสต์ทั้งหมดตอบตกลง กลับมาร่วมสนุกในทันที ในรูปแบบต่างๆ

แม้เราจะเสนอคอลัมนิสต์แต่ละคนว่า หากภารกิจประจำหนักหนาสาหัสจนไม่มีเวลาเขียน ก็ของานที่ต้องเขียนลงที่อื่นอยู่ก่อนแล้ว มารวมไว้ใน open online ด้วยก็ยังดี ให้เป็นกรุต้นฉบับเก็บไว้ แฟน OPEN เดิมเปิดเข้าเว็บจะได้รู้ว่า ตอนนี้เหล่าสมาชิกชุมชน OPEN กำลังคิดเขียนอะไรกันอยู่ เรียกว่าให้เข้าเว็บเดียว สามารถติดตามความเคลื่อนไหวกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

คอลัมนิสต์หลายคนกลับปฏิเสธความหวังดีห่วงใยของเรา กลับบอกว่าจะเขียนงานชิ้นใหม่ให้ open online โดยเฉพาะ

เมื่อ ‘คนไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ’ เช่นนี้แล้ว ‘งานวัด’ อันคึกคักก็เกิดขึ้น

จากแผนการสร้างเว็บไซต์ open online ขนาดเล็ก ก็ขยายวงโดยไม่นึกฝันล่วงหน้า นิตยสาร open ก็คล้ายว่าจะกลับมาให้หายคิดถึงกันอีกครั้ง แม้ต้นฉบับอาจจะไม่สดแบบดั้งเดิมทั้งหมด เพราะบางชิ้นเคยตีพิมพ์ในแหล่งอื่นมาก่อน แต่ก็เป็นการรวมทีมคอลัมนิสต์เก่าครบครัน ผสานเข้ากับคอลัมนิสต์หน้าใหม่มากฝีมือ ซึ่งหลายคนไม่เคยเขียนคอลัมน์ที่ใดมาก่อน

เพียงเปลี่ยนจากรูปแบบกระดาษมาเป็นสื่อออนไลน์ แต่เนื้อหาและอารมณ์ ยังคงความเป็น OPEN เช่นเดิม อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของผม

ช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน 2548 เป็นช่วงที่เราลงมือตระเตรียมความพร้อมของ open online ทั้งติดต่อชักชวนคอลัมนิสต์ใหม่และเก่า, ประชุมวางรูปแบบและเนื้อหาของเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ, คัดเลือกต้นฉบับ, ยกเครื่องออกแบบเว็บไซต์เสียใหม่ ให้เหมาะกับการอ่านออนไลน์มากที่สุด เป้าหมายคือให้อ่านง่าย สบายตา ค้นหาคอลัมน์และกรุต้นฉบับเจอโดยง่าย แต่คงความสวยงามงานศิลป์ตามสไตล์ OPEN ซึ่งหน้าที่ในการออกแบบเว็บไซต์ใหม่ยังเป็นของคุณลีเช่นเดิม

ในช่วงนี้ เราได้รับความกรุณาจากคุณกร – อลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ เจ้าของเว็บไดอารี่ออนไลน์ชื่อดัง storythai ซึ่งเป็นแฟน OPEN เช่นกัน มาช่วยเขียนโปรแกรม และวางระบบบริหารจัดการเว็บทั้งหมด แปลงหน้าตาเว็บไซต์ที่คุณลีออกแบบไว้อย่างสวยงาม ให้สามารถใช้งานได้จริง อีกทั้ง ช่วยสอนสั่งอบรมทีมงาน OPEN ให้สามารถอัพโหลดและแก้ไขบทความได้ เพราะชาว OPEN ไม่มีใครรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ดีสักคน

ต้นเดือนธันวาคม 2548 เว็บไซต์ onopen.com โฉมใหม่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แอบอ่านแอบลองทำกันเองพักหนึ่ง ก็แอบเอามาให้คนได้เริ่มอ่านกันในกลุ่มเล็กๆ เป็นฉบับ preview เพื่อรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในวงแคบๆ จนมาออนไลน์อย่างเป็นทางการ (แบบยังไม่เสร็จสมบูรณ์) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2548

รวมใช้เวลาตระเตรียมกันจริงจังประมาณสองเดือนครึ่ง

ต้องขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทำให้ open online เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะคุณกร คอลัมนิสต์ทุกท่าน คุณลี และทีมงาน OPEN อันได้แก่ คุณเป็ด – วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง คุณกิต – กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์ และคุณหญิง – สินีนาถ เศรษฐพิศาล

open online เป็นการทดลองโมเดลใหม่ในการรักษาชุมชน OPEN ไว้ ไม่ให้ล้มหายตายจากไปตามฉบับกระดาษ แม้นิตยสาร OPEN ยุคสุดท้ายจะใช้โมเดล ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ในการอยู่รอด โดยลดต้นทุนการผลิต ไม่หวังพึ่งโฆษณา เน้นรายได้จากยอดขาย พึ่งพิงตัวเองเป็นหลัก แต่ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า นิตยสารที่มีเนื้อหาทำนองนี้ และไม่มีโฆษณา ไม่สามารถยืดหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืนภายใต้โครงสร้างตลาดนิตยสารอันบิดเบี้ยวของประเทศไทย ช่วงที่คุณภิญโญสามารถรักษา OPEN ให้วางเด่นบนแผงหนังสือได้คือ ช่วงที่ตัวเองต้องกัดฟันกลืนเลือด แบกรับต้นทุนส่วนตัวเพื่อรักษามันไว้ หมดแรง สิ้นพลัง เมื่อใด หนังสือก็ล้มหายตายจากไปในทันที

แม้ผู้อ่านจำนวนหนึ่งจะบ่นว่าการกลับมาในรูปแบบออนไลน์ครั้งนี้ยังไม่ถึงใจ แต่ผมต้องเรียนให้ทราบว่า นี่คือโมเดลที่ดีที่สุดที่ ‘เป็นไปได้’ ในการรักษา ‘ชุมชน’ OPEN เอาไว้ตามเรี่ยวแรงที่พอมี เช่นนี้แล้ว ทั้งคนทำและคนอ่านคงต้องช่วยกันแบกภาระทั้งสองฝ่าย ต้องขอโทษท่านผู้อ่านด้วยที่คงจะต้องอ่านกันอย่างลำบากขึ้นกว่าเดิม

อย่างที่ผมเคยเขียนตอบคำถามผู้อ่านไว้ครั้งหนึ่งว่า การกลับมาของ OPEN ครั้งนี้เป็นการ ‘ลงแขก’ อย่างแท้จริง ที่ผ่านมา ไม่มีใครได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่มีโฆษณา ไม่มีรายได้ อ่านฟรี เขียนฟรี ทำฟรี ดูแลเว็บฟรี เป็นบรรณาธิการฟรี กันทุกผู้ทุกนาม

นี่เป็นการทำนิตยสารออนไลน์ที่ไม่มีกองบรรณาธิการนั่งทำงานประจำเต็มเวลา แต่ละคนสละเวลาจากงานการประจำของตัวมาช่วยกันทำยามว่าง ทั้งช่วยเขียน ช่วยอัพโหลดบทความ ช่วยโพสต์รูป ช่วยตรวจแก้คำผิด

open online จึงเป็นการทำงานภายใต้ความขาดแคลนหลายอย่าง ทั้งทุน แรงกำลัง ทรัพยากร ต้นฉบับ เราจึงพยายามจำกัดภาระงานประจำของ open online ให้น้อยที่สุด ให้เหลือเฉพาะแก่นแกนหลักที่จำเป็นต่อความอยู่รอดของนิตยสารเล่มหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้สร้างความยากลำบากในชีวิตของผู้มีส่วนข้องแวะกับ open online จนเกินพอดี

หวังว่าท่านผู้อ่านคงเข้าใจ

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลังจาก OPEN กลับมาออนไลน์อย่างเป็นทางการแล้ว เราก็พยายามปรับปรุงเนื้อหาและรูปแบบตามแรงกำลังที่พึงมี นอกจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ ตรวจแก้คำผิดให้ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ คุณกรได้จัดทำ print version ของต้นฉบับทุกชิ้น เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถพิมพ์บทความเป็นกระดาษ เพื่อรวมเล่ม (แบบของใครของมัน) จะได้นั่งนอนยืนอ่านอย่างสะดวกขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต่อไปคือ open center จะกลับมา ในฐานะเวทีกลาง ที่เปิดรับต้นฉบับจากท่านผู้อ่าน และนักเขียนขาจร ผมขอเชิญชวนท่านผู้อ่านส่งต้นฉบับมาร่วมสนุกกัน ไม่ว่าจะเป็นบทความ เรื่องสั้น บทกวี สารคดี ฯลฯ โดยไม่จำกัดความยาว ไม่จำกัดประเภทของเนื้อหา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางเราขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตีพิมพ์ตามความเหมาะสม

ยังไม่หมด เราจะมีคอลัมน์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6-7 คอลัมน์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ open online ไล่เรียงกันตั้งแต่คอลัมน์วิจารณ์เพลง วิจารณ์หนังสือ ปรัชญา ไอทีและเทคโนโลยี และเศรษฐกิจการเมือง เป็นต้น ขณะนี้ ที่หน้าแรกของเว็บ ท่านคงเห็นชื่อคอลัมน์ใหม่เหล่านี้ อย่าง corruption 101, Living in a vat, www.i, open through, เพลง ฮอลล์ และ หนังสือเดินทาง กันแล้ว ส่วนเนื้อหาจะตามมาเร็วบ้าง ช้าบ้าง

ส่วนท่านผู้อ่านที่ถามไถ่กันมาว่า ทำไม open online จึงไม่เปิดพื้นที่ให้แสดงความเห็น(ได้ทันที) หรือมีเว็บบอร์ดดังเช่นเว็บไซต์อื่นๆ

ผมกับคุณภิญโญ และคอลัมนิสต์ส่วนใหญ่ เห็นพ้องกันว่า ภายใต้ข้อจำกัดทั้งหลายทั้งปวง ช่องทางการเขียนจดหมายหรืออีเมลมาคุยกับเรา เพียงพอแล้ว เรามอง open online เป็นนิตยสารเล่มหนึ่ง เพียงแต่ไม่อยู่ในรูปแบบกระดาษ หากอาศัยโลกไซเบอร์สเปซเป็นที่สิงสถิตเท่านั้น ท่านผู้อ่านสามารถติดต่อ วิพากษ์วิจารณ์ ติติง เสนอแนะ เราได้ โดยส่งอีเมลมาที่ pinyopen(at)yahoo.com หรือเขียนจดหมายมาหาเราตามที่อยู่ด้านล่างสุดของหน้าจอ ถ้าจะให้สนุกสนานกว่านั้น ส่งมาเป็นบทความ เราจะยินดีมาก

‘ห้องสมุด’ มีประโยชน์และมีลักษณะเฉพาะของมัน เช่นเดียวกับ ‘ร้านกาแฟ’ ก็มีประโยชน์และมีลักษณะเฉพาะของมัน

ว่ากันง่ายๆ เราตั้งใจสร้าง ‘ชุมชน’ OPEN ให้เอนเอียงคล้ายเป็น ‘ห้องสมุดประชาชน’ เป็นพื้นที่ให้คนมาค้นหาอ่านหนังสือ ที่มีให้อ่านอย่างหลากหลาย คุยกันก็เงียบๆ ไม่ถึงกับโหวกเหวก สร้างพื้นที่ที่เงียบสงบระดับหนึ่ง และมีบรรยากาศเอื้ออำนวยให้ท่านผู้อ่านได้ครุ่นคิดจมดิ่งไปกับงานเขียนในห้องสมุดประชาชนแห่งนี้

หวังว่าท่านผู้อ่านคงเข้าใจ

ผมเองก็ยึดหลักสำคัญที่สุดในการทำ open online เช่นเดียวกับที่คุณภิญโญยึดมั่นในการทำนิตยสาร OPEN นั่นคือ เราจะพยายามทำ ‘หนังสือดี’ ที่เราเองก็อยากอ่าน ให้ท่านอ่าน ถ้าเราทำหนังสือดีพอ คนอ่านก็ติดตาม เราก็ยืนหยัดอยู่ได้ต่อเนื่องบนเวทีนี้ เราเป็นคนทำ ท่านคือคนตัดสิน

ง่ายๆ และตรงไปตรงมาเช่นนี้

ทักทายกันยาวๆ เพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันครับ คุณภิญโญและผมจะสลับกันมาคุยกับท่านผู้อ่านเป็นระยะๆ ในหน้า open here

ท้ายที่สุด ขอแจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบว่า เดือนหน้า OPEN 51 ในรูปแบบกระดาษ จะวางแผงตามร้านหนังสือครับ

OPEN 51 เป็นฉบับพิเศษ พิมพ์ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค นอกจากจะออกมาให้หายคิดถึงกันแล้ว (ด้วยความหนาระดับน้องๆ October เล่มล่าสุด!) เหตุใหญ่ก็เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ onopen.com ของเรา เนื้อหาของ OPEN 51 ฉบับกระดาษ ส่วนหนึ่งเป็นต้นฉบับบางส่วนที่ตีพิมพ์ใน open online อีกส่วนหนึ่ง เป็นเนื้อหาใหม่ที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มิใช่ว่านิตยสาร OPEN จะกลับมาเป็นฉบับกระดาษ ออกต่อเนื่องสม่ำเสมอแล้วนะครับ เป็นการออกรายสะดวก อาจจะปีละครั้งสองครั้ง แล้วแต่พระเดชพระคุณท่านภิญโญ

สำหรับสมาชิกดั้งเดิมของ OPEN ที่เคยเลือกช่องรายการ ‘รอด้วยใจระทึก’ หนังสือเสร็จเมื่อไหร่ รอรับที่บ้านได้ทันที

สนุกกับรอด้วยใจระทึกนะครับ



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter