Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
With Words That Appear Like Bats
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์


จงต่อรองการค้าเสรีด้วยการมีความเป็นมนุษย์เป็นที่ตั้ง

ผมขอตั้งข้อสังเกตต่อประเด็นการเจรจาการค้าเสรีที่ผ่านมาและที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้อยู่สองประเด็น

ประการแรก เป็นเรื่อง “ประเด็น” การต่อรอง ซึ่งผมคิดว่า เรากำลังหมกมุ่นแต่การพูดถึง “การเปิดเสรีในการนำเข้า” (import liberalization) โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับการค้าเสรี (free trade) และเชื่อว่าการค้าเสรีจะนำมาสู่ความมั่งคั่งของประเทศชาติ และของโลก

ประการที่สอง เป็นเรื่อง “หน่วยในการต่อสู้และต่อรอง” ซึ่งผมคิดว่าเรากำลังหมกมุ่นแต่การพูดถึงเรื่องของการต่อรองในการต่อสู้ในฐานะ “ชาติไทย” กับ “ต่างชาติ” โดยการเชื่อว่า ชาติไทย = คนไทย และกำลังถูกเอาเปรียบจาก “ต่างชาติ” จนทำให้อาจถึงขั้นต้องเสีย “อำนาจอธิปไตย”

เรื่องที่เราอาจจะต้องสนใจก็คือ ที่ผ่านมาการค้าเสรีโดยตัวของมันเองไม่เคยทำให้เกิดประโยชน์กับคนทุกคนอย่างเท่าเทียม และขณะเดียวกัน การดำรงอยู่และการดำเนินนโยบายของรัฐบาลแห่งชาตินั้นก็ไม่ใช่หลักประกันที่หนักแน่นและมั่นคงเสมอไป

ดังนั้นเราคงจะต้องต่อรองกับเรื่องของการเจรจาการเปิดเสรีในการนำเข้าโดยมีประเด็นและหน่วยในการต่อรองอยู่ที่ความยากจนและคนยากคนจนของประเทศ

ว่าง่ายๆคือเราต้องเจรจาเรื่องของการเปิดเสรีทางการค้าควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ ไม่ใช่แยกประเด็นออกจากกัน โดยเชื่อว่าการค้าเสรี (หรือการเปิดเสรีในการนำเข้า) นั้นจะต้องทำก่อน แล้วความมั่งคั่งทางการค้าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนโดยอัตโนมัติ

คำว่าการค้าเสรีจึงไม่เคยมีในโลก เพราะคำว่าการค้าเสรีนั้นล้วนแต่พ่วงมาด้วย “ข้อกำหนด” ที่จะทำให้การค้าเสรีนั้นเกิดขึ้นและดำเนินต่อไปได้

นอกจากนี้การค้าเองนั้นไม่ได้นำไปสู่ความมั่งคั่งเสมอไป การค้าขายจนหมดตัว หรือการขายสมบัติเก่า อาทิทรัพยากรธรรมชาติย่อมนำไปสู่ปัญหาของความฉิบหายอันเนื่องมาจากการค้าได้เสมอ ดังนั้นการค้าจึงไม่ใช่ยาสารพัดโรคหรือทางออกทางเดียวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หากแต่ความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดการค้า โดยเฉพาะความเข้มแข็งของมนุษย์ที่จะทนต่อแรงเสียดทานในตลาดการค้าต่างหากที่จำเป็นจะต้องพัฒนาขึ้นมาให้ได้

การค้าเสรีจึงมิได้นำไปสู่ความสุขและความมั่งคั่งเสมอไป ลองยกตัวอย่างง่ายๆที่ใกล้ตัวเราเอง ... นั่นก็คือการจ้างงาน และตัวของแรงงานหรือกรรมาชีพ สิ่งที่เราพบก็คือ ในระบบเศรษฐกิจเสรี เรานั้นมีเสรีภาพในการขายแรงงานของเราในแง่ของการว่าจ้าง แต่ทว่าหากเราไม่มีความสามารถพอ และไม่มีระบบป้องกันการเอาเปรียบจากนายจ้าง เราก็จะขายแรงงานได้ในราคาที่ถูก ขณะที่ความมั่งคั่งของการผลิตและการค้านั้นตกอยู่กับผู้ที่เป็นเจ้าของทุน

ในด้านการเกษตร และ ภาคบริการ การค้าเสรีอาจทำให้เกิดราคาสินค้าตกต่ำและการปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดวงจรหนี้ และขณะเดียวกันก่อให้เกิดการขูดรีดตนเองของกรรมกร อาทิ การเพิ่มชั่วโมงทำงาน การใช้สมาชิกในครอบครัวอาทิเด็กมาช่วยทำงาน ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลในการตัดสินใจในการผลิตและการลงทุนอาจจะน้อย หรือความชำนาญในการเปลี่ยนกิจกรรมการลงทุนอาจจะมีไม่เพียงพอ

การส่งออกทางการค้าที่ถูกอ้างว่าเป็นข้อได้เปรียบในการค้า (ในฐานะการนำเข้าเสรีไปยังประเทศคู่ค้า) นั้นก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะแก้ปัญหาความยากจนในฐานะทุกข์ยากของมนุษย์ ทั้งนี้เพราะโครงสร้างอำนาจและการกระจายความมั่งคั่งในประเทศต่างหากที่จะมีส่วนสำคัญในการกระจายความมั่งคั่งเหล่านั้น อาทิ ประเทศผลิตน้ำมันและส่งออกน้ำมันนั้นไม่ได้ทำให้คนทั้งประเทศมั่งมีขึ้น

การเปิดการค้าเสรีในมิติการเปิดเสรีในการนำเข้าจึงนำไปสู่การเผชิญหน้ากับความผันผวนทางเศรษฐกิจเป็นเบื้องแรก ดังนั้นสิ่งที่จะต้องพิจารณาก็คือเราจะเผชิญหน้าความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างไร ไม่ใช่นำเอาคำว่าประเทศชาติมาเป็นหน่วยในการต่อสู้ เพราะประเทศชาตินั้นเป็นหน่วยที่มีความคลุมเครือ ไม่ได้สะท้อนให้เห็นว่าใครสามารถอ้างอิงความเป็นประเทศชาติได้มากกว่ากัน ทำไมไม่พูดถึงคนยากจน ความยากจน และการพัฒนามนุษย์ไปซะเลย

การปิดประเทศไม่ใช่ทางออกในการต่อรองกับการค้าเสรีเช่นกัน เพราะการปิดประเทศโดยตัวของมันเองไม่ได้แก้ปัญหาความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ สิ่งที่จำต้องพิจารณาก็คือการปรับปรุงโครงสร้างอำนาจและการกระจายความมั่งคั่งในประเทศ ซึ่งกำหนดว่าใครสามารถที่จะพูดและตัดสินใจในนามของประเทศชาติได้บ้าง และการลดต้นทุนและความเสี่ยงของการเข้าสู่ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลก โดยต้องริเริ่มและดำเนินการอย่างเข้มข้นในการเจรจาต่อรองกับรัฐและนายทุนของประเทศในการพัฒนาศักยภาพของความเป็นมนุษย์และความพร้อมทางเศรษฐกิจของประชาชนส่วนใหญ่ มิใช่ให้พวกเขาแบกรับภาระความเสี่ยงอย่างเดียวดายบนถ้อยคำที่สวยหรูของคำว่า “การค้าเสรี”

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันพุธที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๙ หน้า ๔



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter