Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
จุดไฟในนาคร
ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์


ชะตากรรมที่พลิกผัน

องค์กรหรือสมาคมลับแห่งหนึ่งที่ก่อตั้งโดยชาวยิว และรู้จักกันในนาม “ฟรีมาซอน” หรือ “ฟรีเมสัน” ซึ่งว่ากันว่าเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจในยุโรป อเมริกา และอาจจะทั่วทั้งโลกอีกด้วย สัญลักษณ์ขององค์กรที่ว่านี้ ก็คือ ปิรามิดที่ก่อด้วยอิฐ และมีดวงตาดวงหนึ่งอยู่บนยอดปิรามิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะแสดงถึงความหมายในทางเปิดเผยหรือในทางที่ปิดลับอย่างไรก็แล้วแต่ แต่รูปร่างลักษณะของสัญลักษณ์ที่ว่านี้ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวโยงไปถึงช่วงวลาที่ต้นตระกูลชาวยิวใช้ชีวิตอยู่ในอียิปต์นับตั้งแต่ยุคโยเซฟเป็นต้นมาอยู่ไม่น้อย…

วิถีชีวิตของชาวยิวในอียิปต์นั้น มีทั้งความสุข ความทุกข์ในแบบพลิกผันชั่วข้ามคืน จากฐานะของคนเถื่อนที่ได้กลายมาเป็นคนเมือง และได้อาศัยอยู่ในเมืองที่ดีที่สุดของอาณาจักรอียิปต์ ได้รับการดูแลคุ้มครองให้อบอุ่นปลอดภัยโดยอำนาจที่มีรากฐานมาจากสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดของโยเซฟ ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจาก “ดวงตา” แห่งความล่วงรู้ที่ลอยอยู่บนจุดสูงสุดของปิรามิด แต่ในอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง คือเมื่อสิ้นยุคโยเซฟ และราชบัลลังก์อียิปต์ได้เปลี่ยนมือไปสู่ฟาโรห์องค์ใหม่ ชะตากรรมของชาวยิวทั้งมวลก็ได้เกิดการพลิกผันไปสู่ความเจ็บปวดรวดร้าวทรมานอย่างถึงที่สุด อันเนื่องมาจากการไร้ “ความเป็นชาติ” หรือการเป็นเพียงผู้พึ่งพาอาศัยชนชาติอื่น และโดยประสบการณ์เช่นนี้ น่าจะมีส่วนไม่น้อยในการนำมาซึ่งแรงบันดาลใจต่อการที่ต้อง “สร้างชาติ” ของตัวเองขึ้นมา…

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ลักษณะความเป็นเผ่าพันธุ์นิยมของชาวยิวนั้นมีความเข้มข้นมาโดยตลอด แม้นจะปักหลักปักฐานพำนักอาศัยอยู่ในอาณาจักรอียิปต์เช่นเดียวกับราษฎรชาวอียิปต์ทั้งมวล แต่ภาพของการปรับตัวสร้างความกลมกลืนกันระหว่างชาวยิวกับชาวอียิปต์ที่ต่างก็เป็นพสกนิกรของฟาโรห์ด้วยกันทั้งคู่ ดูจะไม่ได้ปรากฏให้เห็นชัดเจนซักเท่าไหร่นัก คำบรรยายถึงชาวยิวในอียิปต์ในพระคัมภีร์ไบเบิลเช่นที่ระบุว่า “ต่อมาโยเซฟกับพี่ชายและน้องชาย ทั้งบรรดาคนสมัยนั้นถึงแก่ความตายหมดแล้ว แต่ฝ่ายเชื้อสายอิสราเอลมีบุตรหลานมาก และเพิ่มจำนวนขึ้นมาก พวกเขาทวีมากขึ้น และมีกำลังมากทีเดียว แพร่หลายไปจนเต็มเมืองนั้น” ค่อนข้างที่จะให้ภาพออกมาในทางตรงกันข้าม หรือสะท้อนให้เห็นถึงการแพร่กระจายในทางปริมาณไปพร้อมๆ กับการคงเอกลักษณ์ความเป็นเผ่าพันธุ์ของตัวเองเอาไว้อย่างแน่นเหนียว…

โดยวิถีชีวิตของชาวยิวนั้น นอกจากจะก่อให้เกิดความแปลกแยกกับชาวอียิปต์อันเนื่องมาจากความแตกต่างระหว่างผู้เลี้ยงสัตว์กับผู้ประกอบการกสิกรรมกันมาตั้งแต่ต้นแล้ว ความยึดมั่นอยู่กับความเป็นตัวของตัวเองและเผ่าพันธุ์ตัวเอง ย่อมทำให้การแพร่กระจายของชาวยิวในอาณาจักรอียิปต์นำมาซึ่งความวิตกกังวลต่อชาวอียิปต์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับฟาโรห์ที่เป็นผู้ปกครองอาณาจักร เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนความมีระเบียบและความกลมกลืนระหว่างผู้คนในอาณาจักรตัวเองมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ด้วยเหตุนี้…การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีต่อชาวยิวในอาณาจักรอียิปต์จึงอุบัติขึ้น ดังที่พระคัมภีร์ไบเบิลบรรยายไว้ว่า… “มีกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์สมบัติในประเทศอียิปต์ พระองค์มิได้ทรงรู้จักกับโยเซฟ พระองค์ประกาศแก่ชนชาติพระองค์ว่า ดูเถิด คนอิสราเอลมีมากเกินไป และมีกำลังยิ่งกว่าเราอีก มาเถิด ให้เราหาอุบายปราบพวกนี้ มิฉะนั้นเขาจะทวีมากขึ้น แล้วถ้าเกิดสงครามเมื่อใด ชนชาตินี้จะสมทบกับข้าศึกสู้รบกับเรา แล้วจะยกออกไปจากอาณาจักร เหตุฉะนั้น เขาจึงตั้งนายงาน เกณฑ์ให้คนอิสราเอลทำงานตรากตรำ และเขาทั้งหลายสร้างหัวเมืองเก็บราชสมบัติของฟาโรห์ คือเมืองปิธม เมืองราอัมเสส แต่ยิ่งถูกเบียดเบียนมากเท่าไร ชนชาติอิสราเอลก็ยิ่งทวีมากขึ้น และยิ่งแพร่หลายออกไป ชาวอียิปต์ก็ครั่นคร้ามต่อชนชาติอิสราเอล จึงบังคับชนชาติอิสราเอลให้ทำงานหนัก ทำให้ชีวิตของเขาขมขื่น เพราะงานหนักที่เขากระทำนั้น เช่นทำปูนสอ ทำอิฐ และทำงานต่างๆ ที่ทุ่งนา เขาถูกบังคับให้ทำงานหนักทุกชนิด…”

จากวิถีชีวิตของชนเผ่าร่อนเร่ ที่เพิ่งจะได้ที่พักพิงอันอบอุ่น มั่นคง ปลอดภัยได้ไม่นานนัก ชะตากรรมที่พลิกผันให้ต้องกลับกลายไปเป็นทาสในชั่วเวลาข้ามคืน ถูกกดขี่บังคับให้ทำงานหนัก กลายเป็นช่างก่ออิฐ ทำปูนสอ ทำนาให้กับฟาโรห์ ทั้งๆ ที่บรรพบุรุษของตัวเองอย่างโยเซฟนั้น เป็นผู้สร้างคุณูปการให้กับระบบกษัตริย์ของอียิปต์อย่างมากมายมหาศาล สิ่งเหล่านี้น่าจะก่อให้เกิดความขมขื่นสำหรับบรรดาชาวยิวในขณะนั้น หรือแม้กระทั่งในรุ่นหลังๆ เช่น ชาวยิวผู้ก่อตั้ง “สมาคมผู้ก่ออิฐ” หรือสมาคมลับ “ฟรีเมสัน” ไม่น้อยทีเดียว และไม่เพียงแต่จะปรับเปลี่ยนนโยบายให้ชาวยิวในอียิปต์กลายไปเป็นทาสในเวลาชั่วข้ามคืนเท่านั้น แต่เพราะปริมาณของชาวยิวที่ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ฟาโรห์ถึงกับออกคำสั่งที่โหดร้ายทารุณต่อครอบครัวชาวยิวหนักยิ่งขึ้นไปอีก นั่นก็คือ… “ฝ่ายฟาโรห์จึงรับสั่งแก่ราษฎรทั้งปวงว่า บุตรชายฮิบรูทุกคนที่เกิดมา ให้เอาไปทิ้งเสียในแม่น้ำไนล์ แต่บุตรหญิงทุกคนให้รอดชีวิตอยู่ได้...” พูดง่ายๆ ว่าชาวยิวนั้นได้เผชิญกับนโยบายล้างเผ่าพันธุ์กันมาตั้งแต่ยุคนั้น…

ด้วยเหตุนี้…จึงไม่ถึงกับน่าแปลกใจมากนักว่า ในหมู่ชาวยิวที่ถูกปลูกฝังให้ยึดมั่นกับความเป็นเผ่าพันธุ์และสายเลือดของตัวเองมาตั้งแต่แรก ย่อมต้องมีใครคนใดคนหนึ่งที่ไม่สามารถจะอดรนทนต่อไปอีกได้กับสภาพเช่นนี้ และจะเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าหรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ชาวยิวผู้นั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยลีลาที่หวือหวา พิสดารไม่น้อย และได้สะท้อนให้เห็นถึงสติปัญญา ความชาญฉลาดในการดิ้นรนเอาตัวรอดของชาวยิวที่ถูกถ่ายทอดสืบต่อกันมาอย่างไม่ขาดสาย…

นั่นก็คือได้มีชาวยิวในตระกูล “เลวี” ที่คลอดบุตรออกมาเป็นชาย หลังจากที่ได้แอบซ่อนบุตรรายนี้เอาไว้จนอายุครบ ๓ เดือน หรือจนไม่อาจหลบซ่อนต่อไปได้อีกแล้ว ก็ได้วางแผนให้ลูกสาวที่มีฐานะเป็นคนรับใช้พระราชธิดาของฟาโรห์ ติดตามพระราชธิดาไปในระหว่างที่กำลังจะไปสรงน้ำ หลังจากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ผู้เป็นแม่นำน้องชายอายุ ๓ เดือนใส่ในตะกร้าที่สานด้วยต้นกก แล้วลอยไปยังบริเวณที่พระราชธิดาฟาโรห์กำลังจะสรงน้ำ ส่วนตัวพี่สาวก็ทำทีว่าไปพบตะกร้าที่บรรจุน้องชายโดยบังเอิญ จึงนำมามอบให้กับพระราชธิดา ซึ่งเมื่อนางเปิดตะกร้าออกดูก็พบกับทารกชาวฮิบรูที่กำลังร้องไห้จ้า เมื่อเห็นพระราชธิดาแสดงความรู้สึกเมตตาสงสาร พี่สาวก็ถือโอกาสกราบทูลพระราชธิดาฟาโรห์อาสาจะไปหาหญิงฮิบรูมาให้นมทารกรายนี้ หรือไปตามแม่ตัวเองมาให้นมน้องชายนั่นเอง หลังจากนั้นตัวเอง แม่ และน้องชายก็ได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันในวังของธิดาฟาโรห์โดยไม่ต้องถูกจับเอาไปฆ่าเช่นเดียวกับบุตรชายของชาวฮิบรูทั้งหลาย เนื่องจากพระราชธิดาตัดสินใจรับทารกรายนี้เป็นราชบุตรของตัวเอง และประทานนามว่า “โมเสส” หรือ “ผู้ที่ถูกฉุดขึ้นมาจากน้ำ” เติบโตขึ้นมาใต้ขนพระเนตรของฟาโรห์โดยที่ตัวฟาโรห์เองไม่ได้รับรู้เลย…

และโมเสสผู้นี้นี่แหละ…ที่ได้นำ “พระเจ้า” ให้กลับเข้ามามีบทบาทในการสร้างชาติอิสราเอล ปลดปล่อยชาวยิวออกจากความเป็นทาส นำเอาความเชื่อถือ-ศรัทธาที่ชาวยิวมีต่อบางสิ่งบางอย่างที่บรรพบุรุษตัวเองนับถือ มาปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นอุดมการณ์ ยกระดับสถานะของพระเจ้าให้ยิ่งใหญ่ ซับซ้อน จนกลายมาเป็นวิถีทางการดำเนินชีวิต เป็นกฎหมาย และเป็น “อุดมการณ์แห่งชาติ” ที่ผนึกลงไปในจิตวิญญาณของชาวยิวได้อย่างลึกซึ้ง แน่นเหนียว ตกทอดสืบต่อกันมาได้อย่างยาวนานนับเป็นพันๆ ปี และแม้กระทั่งจนตราบเท่าทุกวันนี้…???



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter