Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
one ton
วันชัย ตัน


อย่าไปเลยงานพืชสวนโลก

พรรคพวกหลายคนกลับจากการไปเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดเชียงใหม่ เสียค่าเดินทาง เสียค่าที่พักและอาหารมหาโหดกันคนละหลายพันบาท มักจะพูดตรงกันว่า

หากจะไปเที่ยวหาความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์ อย่าไปเที่ยวเลยงานพืชสวนโลก

“เสียเงินไม่ว่า แต่เสียความรู้สึก” เพื่อนคนหนึ่งกล่าว

ต้องบอกว่าเพื่อนกลุ่มนี้ตั้งใจไปดูงานพืชสวนโลกจริงๆ ตั้งใจไปเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากงานพฤกษศาสตร์ระดับโลก

เพื่อนบอกว่า ไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่อำเภอแม่ริม หรือสวนแม่ฟ้าหลวง พระตำหนักดอยตุง หรือสวนหลวง ร.9 น่าจะคุ้มค่าและได้ประโยชน์มากกว่า

สวนทางกับข่าวของบริษัทรับจ้างทำงานประชาสัมพันธ์ให้กับงานครั้งนี้ ที่หมั่นส่งข่าวให้สื่อมวลชนกันทุกอาทิตย์ เพื่อคอยรายงานว่ามีผู้ชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปากต่อปากที่บอกเล่าถึงความสวยงามของไม้ดอกชนิดต่างๆ ที่นำมาจากทั่วโลก

ล่าสุดผู้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกภูมิใจว่าครบรอบหนึ่งเดือนที่เปิดงานมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่ามีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมงานเป็นจำนวนถึง 1 ล้านคนแล้ว

ล้านแล้วจ้า

และทางผู้จัดได้เพียรพยายามค้นหาผู้เข้าชมคนที่ 1 ล้าน เพื่อมอบรางวัลให้จนสำเร็จ มีสื่อมวลชนเป็นสักขีพยาน ออกข่าวไปเรียบร้อย

นับเป็นความสำเร็จของการทำงานของด้านประชาสัมพันธ์การจัดงานครั้งนี้ ที่ดึงดูดให้คนเข้ามาเที่ยวชมงานได้มากมายขนาดนี้

แต่อย่างว่าแหละครับ ขึ้นชื่อว่างานระดับโลกแล้ว คนไทยมักจะเห่อ ขอไปมีส่วนร่วมหรือไปเที่ยวด้วยแทบทุกครั้ง

นักการตลาดท่านหนึ่งบอกว่า จะจัดงานอะไรในเมืองไทย หากต่อท้ายด้วยคำว่า ระดับโลก หรือระดับนานาชาติ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังในการเรียกผู้คนเข้าชมงาน

ส่วนมาชมงานแล้วสมหวังหรือผิดหวังนั้น ผู้จัดคงไม่ได้รับประกันใดๆ

งานมหกรรมพืชสวนโลก ก็เป็นเรื่องนานาจิตตังของผู้เข้าร่วมชมงาน หลายคนอาจชื่นชม หลายคนก็ไม่สบอารมณ์

คนที่เคยไปชมงานพืชสวนในต่างประเทศคงพอจะนึกภาพออกว่าวัตถุประสงค์ของงานให้น้ำหนักทางด้านความรู้ ความก้าวหน้าทางด้านพฤกษศาสตร์ พืชพรรณไม้ที่น่าสนใจ และเทคโนโลยีทางการเกษตรแบบใหม่

ส่วนงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่นั้น คงเป็นได้แค่งานมหกรรมไม้ดอก เพราะให้ความสำคัญในเชิงความรู้แก่คนที่เข้าชมงานไม่มากเท่าที่ควร

พืชพรรณหายากจากทั่วโลกมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับงานระดับโลก ขณะที่ต้นไม้ยืนต้นจากเมืองนอกที่ไม่ค่อยมีแล้ว แต่ละต้นก็ยังมีขนาดเล็ก แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ก็ยอมรับเองว่า ตามที่มีข่าวว่าจะมีต้นไม้ถึง สองล้านกว่าต้นนั้น มีนำเข้าจากเมืองนอกเพียง หมื่นกว่าต้น และส่วนใหญ่เป็นดอกทิวลิป ที่บัดนี้ได้เฉาตายไปเพราะอากาศร้อน

จนมีข่าวว่า เอาเข้าจริงแล้วต้นไม้จากเมืองนอกก็ซื้อมาจากพ่อค้าที่ตลาดสวนจตุจักร ที่มีพรรณไม้จากทั่วโลกมาขายนานแล้ว ส่วนไม้ดอกประดับในงานส่วนใหญ่ก็นำมาจากแถวปทุมธานี

และสิ่งที่แสดงว่าผู้จัดไม่ได้ให้ความสำคัญกับพันธุ์ไม้ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องทำง่ายๆ คือป้ายของชื่อต้นไม้ มีเพียงชื่อและชื่อทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ไม่ได้บอกรายละเอียด หรือคุณสมบัติของต้นไม้ใดๆ เลย

แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือ วัตถุประสงค์ของงานพืชสวนโลกในต่างประเทศ จะให้ความสำคัญกับเกษตรกรในประเทศ แต่งานนี้เกษตรกรระดับชาวบ้านแทบจะไม่ได้เข้าร่วมตั้งแต่แรก หรือมาดูงานแล้วก็แทบจะไม่เกิดประโยชน์อันใดในเชิงการเกษตรเลย

สวนของประเทศต่างๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมาก สวนของประเทศภูฏาน ที่สาวๆ กรี๊ดกันสนั่นเมือง อุตส่าห์ต่อแถวยาวเหยียดเข้าไปชม แต่ภายในสวนมีเพียงแท่นประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

สวนประเทศจีน เป็นเก๋งจีนสองชั้น ตกแต่งแบบสวนจีน แต่หญ้าแห้งตายหมด

สวนญี่ปุ่นก็เป็นแบบสวนญี่ปุ้น ญี่ปุ่นที่เคยเห็นทั่วไป แต่ลำธารน้ำไหลส่วนหนึ่งของสวนกลับแห้งสนิท

สวนหลายประเทศยังทำไม่ค่อยเสร็จเรียบร้อย บางสวนก็เอาภาพวาดโปสเตอร์มาแทนสวนดอกไม้จริงๆ ราวกับว่าหลายประเทศส่งมาเข้าร่วมอย่างเสียมิได้

สวนของบรรดาบริษัทและรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ต่างๆ ที่เข้าร่วมงานดูจะน่าสนใจและเป็นเนื้อเป็นหนังมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นสวนดิน น้ำ ป่า ของ ปตท. สวนเฉลิมพระเกียรติของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ โดยเฉพาะสวนของเบียร์ไทยตราสิงห์ เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงในโลกของชา

แต่เบื้องหลังของบริษัทยักษ์ใหญ่ในเมืองไทยเหล่านี้ที่เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ มีแง่คิด

เมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อนคนหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทที่เข้าร่วมงานพืชสวนโลก ได้ขอคำปรึกษาจากผู้เขียนว่า จะจัดนิทรรศการอะไรดีเกี่ยวกับงานครั้งนี้ เพราะโดนรัฐบาลขอความร่วมมือในการซื้อบู๊ธ โดยบริษัทเสียเงินไปประมาณ 40 ล้านบาท ไม่รวมค่าจัดทำนิทรรศการในบู๊ธอีก 20 กว่าล้านบาท

พูดง่ายๆ ก็คือ รัฐบาลชุดที่แล้วไปบังคับให้บริษัทและองค์กรต่างๆ 20 กว่าแห่ง มาออกบู๊ธและเก็บค่าบู๊ธแพงๆ ซึ่งคาดว่าคงได้เงินกินเปล่าจากบริษัทเหล่านี้ร่วมพันล้านบาท

ไม่นับรวมงบประมาณการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเอามาจากเงินภาษีของประชาชนทั่วประเทศเกือบ 5,000 ล้านบาท มาละลายการจัดงานครั้งนี้

เกินครึ่งของงบประมาณเป็นงบฯค่าก่อสร้าง และผู้ได้รับสัมปทานคือบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เจ้าของเป็นพ่อตาของนักการเมืองชื่อดังภาคอีสาน

ส่วนงบฯที่เหลือก็กระจายไปสู่บริษัทรับจัดสวน และบรรดาบริษัทออแกไนเซอร์ ต่างๆ ที่มีความถนัดในการจัดงานโชว์ งานอีเวนท์ต่างๆ แต่ไม่ถนัดจัดงานที่เป็นเรื่องของความรู้

ข่าวคราวของที่ออกมาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของงานนี้ ก็คือการจัดแสดงทางด้านบันเทิง หรือจัดอีเวนท์ต่างๆ แต่แทบจะไม่ได้ยินงานที่เกี่ยวข้องกับความรู้ทางพืชสวนโลกเลย

โชคดีที่คนไทยเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากซีเรียส หรือแสวงหาความรู้เป็นที่ตั้ง ชอบเที่ยวงานแบบสบายๆ เดินดูดอกไม้ ดูพลุ ดูการแสดงต่างๆ ได้สัมผัสดารานักร้อง ดูของสวยๆ งามๆ ซื้อของที่ระลึกก็เพียงพอ

มหกรรมพืชสวนโลกจึงเหมาะเป็นงานไม้ดอก ไม้ประดับ ส่วนจะเป็นระดับโลก ระดับประเทศ หรือระดับจังหวัด ก็คงให้คนที่ไปชมงานได้ตัดสินใจกันเอง

หรือจะเป็นงานมหกรรมดอกแพงพวยหรือดอกดาวเรือง ก็ไม่ว่ากัน เพราะมองไปแห่งหนใด หรือสวนของประเทศต่างๆ ก็แลเห็นน้องแพงพวยม่วงขาวและน้องดาวเรืองเหลืองบานสะพรั่งกันถ้วนหน้า

หากไม่คิดมาก แค่ฝ่าไอร้อน ไปยืนถ่ายรูปมีแบ๊คกราวด์เป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ หรือซุ้มของประเทศโน้นที ประเทศนี้ที เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเราได้มางานมหกรรมพืชสวนโลกเชียว

ส่วนปัญหาส้วมเหม็น ส้วมแตก ขยะเกลื่อน อาหารราคาแพง ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยจานละ 190 บาท น้ำส้มแก้วละ 60 บาท ก็อย่าคิดมาก ถือเสียว่าอยู่ในมาตรฐานเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ล้วนแต่ดำเนินการโดยบรรดามืออาชีพทั้งนั้น

สำหรับเงินเกือบห้าพันล้านบาท ที่ละลายไปกับการจัดงานครั้งนี้ ก็เป็นเรื่องของการคอร์รัปชั่นล้วนๆ พองานเสร็จ มีผู้เข้าชมหลายล้านคน ทะลุเป้าประสงค์ของผู้จัด เรื่องเหล่านี้ก็ค่อยๆ จางหายไป

จัดงานระดับโลกในเมืองไทย จึงไม่ค่อยผิดหวังปริมาณของผู้ชม และงบประมาณราคาแพง

ส่วนเรื่องคุณภาพของงาน ก็สะท้อนถึงคุณภาพของคนในประเทศนี้ด้วย


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 10 ธันวาคม 2549



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter