Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
With Words That Appear Like Bats
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์


มิติเรื่องเวลากับปัญหาภาคใต้

ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง เรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของ “มิติเวลา” กับการแก้ปัญหาภาคใต้

ประการแรก ถ้ามองด้วยกรอบเวลาในภาพกว้าง นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม อาจจะมองว่าปัญหาภาคใต้นั้นสะสมมาเป็นเวลาร้อยปีแล้ว เรียกว่าตราบใดที่มีรัฐส่วนกลาง และชาตินิยมเน้นเชื้อชาติ ตราบนั้นก็เป็นปัญหา และเป็นปัญหาที่ย้อนกลับไปแก้ไม่ได้ อย่างมากก็คือต้องมีความระมัดระวัง (sensitivity) ต่อการแก้ปัญหาและสภาวะอารมณ์ทางสังคมที่ผูกพันกับนโยบายทางใต้

ประการที่สอง ถ้ามองด้วยกรอบเวลาที่แคบมาก เรากำลังอยู่ในอารมณ์ทางสังคมที่เชื่อว่า ปัญหาทุกอย่างเกิดจากทักษิณ ดังนั้นเมื่อทักษิณไปแล้ว ปัญหาทุกอย่างคงจะดีขึ้น และเมื่อนำเอาโครงสร้างการปกครองภาคใต้ก่อนหน้าทักษิณมาใช้ (ศอบต.) ทุกอย่างก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ เพราะโครงสร้างนั้นเป็นโครงสร้างที่ลงตัว (แม้ว่าผู้บริหารคนใหม่จะไม่เคยลงพื้นที่ทางใต้มาสิบกว่าปีก็ตาม)

กรอบการมองการแก้ปัญหาในแบบกรอบเวลาที่คับแคบนี้แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมีส่วนถูก แต่เราต้องกล้าที่จะตอบว่าการย้อนเวลากลับไปในยุคก่อนทักษิณนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้พัฒนาไปมากกว่าการนำโครงสร้างเดิมกลับมาใช้ และในขณะเดียวกัน แม้ว่าโดยตัวโครงสร้างของทักษิณและกลไกรัฐของทักษิณจะสร้างปัญหาทางภาคใต้ แต่อย่างน้อยในยุคทักษิณก็เป็นยุคที่ภาคส่วนต่างๆของสังคมมีความตื่นตัวและสนใจในการแก้ปัญหาในภาคใต้ ทั้งในแง่ของการเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์ รวมทั้งการประท้วงและแสดงทัศนะต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นและความรุนแรงในการแก้ปัญหาในภาคใต้

จากวันนี้เป็นต้นไป เราควรร่วมกันพิจารณาปัญหาภาคใต้อย่างน้อยในสามประการหลัก

1. ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาทางการทหารและการปกครองโดยกระทรวงมหาดไทย ที่นายกรัฐมนตรีจะหลบเลี่ยงการตอบปัญหาโดยโยนให้เป็นเรื่องของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ กระทรวงมหาดไทย

นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องมีส่วนในการรับผิดชอบในน้ำหนักที่เท่าเทียมกับทักษิณ

ดังนั้น สังคมย่อมมีสิทธิตั้งคำถามกับประสิทธิภาพของการบริหารของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อย่างน้อยในน้ำหนักและความเข้มข้นที่ไม่ต่างจากยุคทักษิณ

2. ปัญหาของภาคใต้เป็นเรื่องของปัญหาความล้มเหลวของการปกครองของรัฐ (failed state) (1) แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิ่มกลไกการปราบปราบของรัฐลงไปในพื้นที่เท่านั้น (หมายถึงกลไกทหารและกฏอัยการศึก) เพราะเมื่อพูดถึงความล้มเหลวในการปกครองของรัฐนั้นสิ่งที่สำคัญประการหนึ่งก็คือการสถาปนาการปกครองโดยกฏหมาย (rule of law) ซึ่งหมายถึงการที่กฏหมายนั้นสามารถวางกฏเกณฑ์เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นคงและปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกัน กฏหมายก็ต้องสามารถตรวจสอบและสร้างขีดจำกัดของการปกครองได้ (2) เพราะความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนนั้นต้องประกอบไปด้วยความปลอดภัยจากการทำร้ายของคนร้าย และต้องปลอดภัยจากการทำร้ายจากรัฐด้วย

การสถาปนากฏเกณฑ์ทางกฏหมายนี้มีความสำคัญกว่าการเน้นแรงจูงใจทางภาษีเพื่อการลงทุนในภาคใต้ที่เป็นนโยบายของคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ไม่ตอบปัญหาสิ่งที่เราเผชิญในภาคใต้ในปัจจุบันแต่อย่างใด

3. ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาที่มีพลวัตสูง และเกี่ยวพันกับการดำรงอยู่ของประเทศไทยทั้งประเทศ รวมไปถึงการถูกนำมาโยงเข้าไปกับเหตุผลในการรัฐประหาร ดังนั้นการแก้ปัญหาในภาคใต้ในปัจจุบันจึงต้องมีลักษณะ “ชั่วคราวและมีพลวัต” (interim and dynamic) โดยผูกพันเข้ากับกระบวนการปฏิรูปการเมืองทั้งระบบ ซึ่งประชาชนทั้งประเทศจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาไม่ต่างจากเรื่องของรัฐธรรมนูญและการจัดสรรอำนาจของบ้านเมือง

ดังนั้น การแก้ปัญหาในภาคใต้ในปัจจุบันต้องเป็นการแก้ปัญหาเพื่อนำไปสู่การปรับโครงสร้างการแก้ปัญหาภาคใต้ในระยะยาว ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่เชื่อว่ามีคำตอบอยู่แล้วโดยการย้อนกลับไปในอดีตและโยนความผิดไปให้คนไม่กี่คนในรัฐบาลชุดที่แล้ว
———————————
เชิงอรรถขยายความ:

(1) ความหมายของรัฐที่ล้มเหลว (failed state) ก็คือ ลักษณะของการปกครองในสภาวะการณ์ที่เกิดความตึงเครียดและความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกและต่อเนื่องของการต่อสู้ด้วยกำลังของกลุ่มต่างๆ และที่สำคัญก็คือรัฐนั้นตกเป็นเป้าหมายในการถูกโจมตี

(ในแง่นี้รวมถึงการพูดถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ และโครงสร้างกลไกของรัฐอื่นๆ) สิ่งที่สำคัญที่เจ้าพ่อทฤษฎีอย่าง Rotberg (2003) เน้นย้ำก็คือ รัฐล้มเหลวนั้นมิใช่เกิดจากการมีความรุนแรงแบบหายนะโดยสมบูรณ์ (absolute intensity of violence) แต่เป็นเรื่องของการที่ความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความรุนแรงนั้นมีจุดประสงค์โดยตรงที่จะทำลายล้างรัฐและระบอบการเมือง ตลอดจนการที่เกิดข้อเรียกร้องจากผู้ที่ก่อความไม่สงบที่จะเป็นอิสระหรือการมีส่วนร่วมในการแบ่งปันอำนาจการปกครอง นอกจากนี้ ความขัดแย้งในสภาวะของรัฐล้มเหลวนั้นเกิดจากความแตกแยกระหว่างชุมชนทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและความสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนขึ้นของอาชญากรรม ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีทั้งสองด้าน กล่าวคือในด้านหนึ่ง รัฐนั้นล้มเหลวและอ่อนแอในการปราบปราบอาชญากร แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐเองเมื่อต้องทำการปราบปราบอาจก็กลายสภาพเป็นผู้ที่ประกอบอาชญากรรมเสียเอง ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องหันไปพึ่งบรรดาผู้มีบารมีหรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่สามารถคุ้มครองพวกเขาได้

นอกจากนี้แล้ว รัฐล้มเหลวยังเป็นรัฐที่ไม่สามารถนำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคมโดยรวม (public goods) ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เป็นหัวใจของรัฐสมัยใหม่

ในอีกด้านหนึ่ง Rotberg กล่าวว่ารัฐที่ล้มเหลวนั้นคือรัฐที่มีแต่ฝ่ายบริหาร สภานิติบัญญัติเป็นเพียงสภาตรายาง การถกเถียงเรื่องประชาธิปไตยนั้นไม่สามารถมีขึ้นได้ รวมทั้งฝ่ายตุลาการก็เป็นเพียงสาขาของฝ่ายบริหารมากกว่าองค์กรที่มีความอิสระ (โปรดพิจารณา Robert I. Rotberg, “Failed States, Collapsed States, Weak States: Causes and Indicators,” in State Failures and State Weakness in a Time of Terror, ed. Robert I. Rotberg (Washington, D.C.: World Peace Foundation and Brookings Institution Press, 2003). หน้า 5-6

(2) Susan Ross-Ackerman, “Establishing the Rule of Law,” in When States Fail: Causes and Consequences, ed. Robert I. Rotberg (Princeton, NJ: Princeton University Press, 2004).
——————————————
หมายเหตุ: ปรับปรุงจากบทความที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2549 หน้า 4 ในชื่อ “มิติเรื่องเวลากับการแก้ปัญหาภาคใต้”



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter