Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
open EC
วิมุต วานิชเจริญธรรม


เรื่องราวของสองรางวัลโนเบล

ช่วงอาทิตย์ของเดือนตุลาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป เป็นช่วงเวลาแห่งปีที่เวียนกลับมาให้ทั่วโลกได้เฝ้าติดตามผลการประกาศรางวัลโนเบลในสาขาต่างๆ กันอีกครั้ง ที่แตกต่างไปจากปีก่อนๆ คือในปีนี้ “เศรษฐศาสตร์” ได้ถึงสองรางวัลในปีเดียวกัน

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคมนั้น The Sveriges Riksbank (ธนาคารกลางแห่งสวีเดน) ได้ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ให้กับ ศาสตราจารย์เอ็ดมันด์ เอส เฟลพส์ (Edmund S. Phelps) เพื่อตอบแทนคุณูปการด้านวิชาการที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงเรื่องของ “Intertemporal Tradeoffs” ในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาค (Intertemporal tradeoffs กล่าวในภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายคือ การที่ต้องสละบางสิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ โดยการแลกเปลี่ยนนั้นเกิดในช่วงเวลาที่ต่างกัน)

ต่อมาในช่วงปลายสัปดาห์ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งประเทศนอร์เวย์ (Norwegian Nobel Committee) ได้ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2006 ให้กับ ดร.มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) และธนาคารกรามีน (Grameen Bank) แห่งประเทศบังกลาเทศ สำหรับ “ความพยายามของพวกเขาที่จะสร้างให้การพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมได้ก่อเกิดขึ้นจากสังคมรากหญ้า” (“for their efforts to create economic and social development from below”)

รางวัลโนเบลทั้งสองสาขาได้สะท้อนภาพสองด้านของวิชาเศรษฐศาสตร์ให้เราได้เห็นในช่วงเวลาที่ห่างกันเพียง 5 วัน

Phelps เป็นเสมือนนักวิชาการบนหอคอยงาช้าง ที่ค้นคิดทฤษฎีจากแบบจำลองที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และตัวแปรทางคณิตศาสตร์ที่ถูกเชื่อมโยงกันด้วยระบบสมการ ผลงานวิจัยของ Phelps ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสารวิชาการที่มีเพียงนักเศรษฐศาสตร์จำพวกหนึ่งเท่านั้นจะสามารถเข้าใจ และซาบซึ้งกับรายละเอียดของแบบจำลองได้ อย่างไรก็ดี ผลงานวิจัยของ Phelps สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในแนวคิดการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในทางปฏิบัติในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางในนานาประเทศ

ภาพนักวิชาการในแบบของ Phelps คือขั้วที่อยู่ตรงกันข้ามกับ Yunus เพราะ Yunus เป็นผู้นำเศรษฐศาสตร์มาปฏิบัติใช้จริง เพื่อแก้ปัญหาความยากจนที่ปรากฏแทบทุกหัวระแหงในบังกลาเทศ

ด้วยเพียงปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ (Vanderbilt University) และตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยจิตตากอง (Chittagong University) คงไม่สามารถทำให้ Yunus เป็นที่รู้จักแพร่หลายในโลกวิชาการเศรษฐศาสตร์ได้ แต่ครั้นเมื่อเขานำเอาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาประยุกต์เป็นทุนทางความคิดในการก่อตั้งธนาคารกรามีน ที่ให้บริการด้านสินเชื่อขนาดเล็ก (microcredit) กับคนยากจนในบังกลาเทศ เขาได้สร้างโลกทัศน์ให้กับทั้งนักวิชาการเศรษฐศาสตร์และบรรดาองค์กรระหว่างประเทศ ถึงแนวทางที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับรากหญ้าได้ ด้วยรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างไปจากธรรมเนียมปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ทั่วๆ ไป

ธนาคารกรามีนให้บริการสินเชื่อขนาดเล็กกับคนยากจน ลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นผู้หญิง (ร้อยละ 95) ลูกค้าของธนาคารต้องรวมตัวกันสร้างกลุ่มของตนขึ้นมา กลุ่มละ 5 คน โดยสมาชิกในกลุ่มจะได้รับเงินกู้เป็นลำดับ สมาชิก 2 รายแรกจะได้รับเงินกู้ไปก่อน ภายหลังจาก 2 รายแรกเริ่มจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ สมาชิก 2 รายถัดไปจึงจะได้รับเงินกู้เป็นลำดับถัดไป จากนั้นหัวหน้ากลุ่มจะได้รับเงินกู้เป็นรายสุดท้าย ธนาคารกรามีนใช้หลักการปล่อยเงินกู้ขนาดเล็กมากๆ ซึ่งมีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายสัปดาห์ และใช้สมาชิกในกลุ่มช่วยดูแลกันมิให้มีการผิดนัดชำระหนี้

ธนาคารกรามีนที่เขาได้ก่อตั้งขึ้นได้กลายมาเป็นต้นแบบของธนาคารคนจนที่ในปัจจุบันได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นสถาบันการเงินที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ดังจะเห็นได้จากการที่ธนาคารโลกยกให้ปีที่ผ่านมา (2005) เป็นปีสากลของ microcredit

ดังนั้นแม้ว่าในปีนี้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะถูกมอบให้กับนักเศรษฐศาสตร์ (ภาคปฏิบัติ) ซึ่งผิดแผกไปจากขนบธรรมเนียมที่ผ่านมาก็ตาม แต่อาจมองได้ว่าเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ที่ทั่วโลกจะร่วมรณรงค์ขจัดความยากจนให้หมดสิ้นไปในสหัสวรรษนี้

ผิดกับกรณีของ Phelps ซึ่งถือได้ว่าเป็นม้านอกสายตาที่เข้าวินคว้ารางวัลไปอย่างไม่มีใครคาดคิด ดังจะเห็นได้จากช่วงก่อนการประกาศรางวัล โพลต่างๆ ที่สำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ถึงแคนดิเดตที่จะเป็นผู้พิชิตรางวัลโนเบลในปีนี้ ล้วนไม่มีชื่อของ Phelps อยู่ใน shortlist เลย

ในการสำรวจความเห็นในหมู่นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ด้วยกัน ชื่อที่มักปรากฏเป็นลำดับต้นๆ ของตัวเต็งรางวัลโนเบลได้แก่

– Oliver Hart จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีผลงานวิจัยในด้านทฤษฎีของสัญญา (contract theory) ที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงสาเหตุที่บริษัทมีการควบรวมกิจการ หรือแตกออกเป็นบริษัทย่อย – Robert Wilson และ Paul Milgrom จากมหาวิทยาลัย Stanford ที่ค้นคว้าในเรื่องทฤษฎีของการประมูล (auction theory) ซึ่งนัยของทฤษฎีนี้ปรากฏในทางปฏิบัติมากมาย โดยเฉพาะการออกแบบวิธีการประมูลคลื่นความถี่ – Jagdish Bhagwati แห่งมหาวิทยาลัย Columbia ผู้ที่มีผลงานมากมายในสาขาเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ และเป็นบุคคลสำคัญที่ตอกย้ำให้เราตระหนักถึงผลเสียของการกีดกันทางการค้า – Eugene Fama แห่งมหาวิทยาลัย Chicago กูรูทางด้านการเงินและตลาดทุน เจ้าของแนวคิดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงในราคาหลักทรัพย์ที่ไร้ซึ่งทิศทาง จนยากที่ใครจะสร้างกำไรจากการลงทุนในหุ้นรายตัวได้

ไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของ Phelps แต่อย่างใด

สาเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่า Phelps จะได้รับรางวัลในปีนี้ (หรือในอนาคตก็ว่าได้) เป็นเพราะผลงานที่ The Sveriges Riksbank ประกาศเป็นเกียรติคุณของ Phelps นั้น ดูไม่แตกต่างจากผลงานวิจัยของ Milton Friedman และ Robert Lucas ซึ่งได้รับรางวัลในสาขานี้ไปก่อนแล้วเมื่อปี 1976 และปี 1995 ตามลำดับ

หากย้อนกลับไปอ่านแถลงการณ์ของ The Royal Swedish Academy of Sciences เมื่อคราวที่มอบรางวัลโนเบลให้กับ Friedman เราจะพบข้อความที่ว่า

“Friedman เป็นคนแรกที่แสดงให้เห็นว่า trade-off ระหว่างการว่างงานกับอัตราเงินเฟ้อ ที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วนั้น แท้จริงเป็นเพียงปรากฏการณ์เพียงชั่วยาม ในระยะยาวแล้ว (มากกว่า 5 ปี) trade-off ดังกล่าวมิได้มีตัวตนอยู่แต่อย่างใด”

นอกจากนี้แถลงการณ์ดังกล่าวยังแจกแจงต่อไปด้วยว่า ความพยายามที่จะรั้งให้อัตราการว่างงานลดลงต่ำกว่าระดับที่เป็นไปตามสภาพการณ์ทางโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจแล้ว จะทำให้ระบบเศรษฐกิจต้องมีการปรับตัวเข้าหาดุลยภาพในภายหลัง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าและค่าจ้างปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น นั่นคืออัตราเงินเฟ้อในระยะยาวจะปรับตัวขึ้นแรงกว่าที่ควรจะเป็น และอัตราการว่างงานในระยะยาวก็จะกลับมาสู่ระดับเดิมอีกครั้ง

นี่คือ Intertemporal Tradeoff ที่เกิดจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยเจตนาที่จะลดอัตราการว่างงานในปัจจุบันลง ทำให้ต้องแลกด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในอนาคต

Friedman แสดงให้เห็นว่า ความพยายามที่จะแทรกแซงการทำงานของกลไกตลาดจึงมีแต่สร้างความผันผวน และบั่นทอนเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะส่งผลด้านลบต่อการสร้างการคาดคะเนในระยะยาวอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า คุณูปการที่ทาง Riksbank ยกย่องว่า Phelps ได้สร้างไว้กับวงการวิชาการเศรษฐศาสตร์นั้น กลับไม่แตกต่างไปจากผลงานของ Friedman แต่อย่างใด ซ้ำร้ายรางวัลเกียรติยศสำหรับผลงานนี้ได้ถูกยกย่องและมอบให้กับ Friedman ไปเมื่อ 30 ปีก่อนแล้ว !

คงต้องบอกว่า นี่คือรางวัลเกียรติยศสำหรับ Phelps ที่มาล่าช้ากว่าที่ควรถึง 30 ปีมากกว่า เพราะทั้ง Friedman และ Phelps ต่างเขียนบทความวิชาการออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน (คือในราวปี 1967) ซึ่งนักวิชาการรุ่นหลังต่างก็จะให้เครดิตกับทั้งคู่อย่างเท่าเทียมด้วยเช่นกัน เมื่อพูดถึง The expectation-augmented Phillips Curve โดยทุกคนจะอ้างถึง Friedman-Phelps ควบคู่กันไปเสมอ


ตีพิมพ์ครั้งแรก: คอลัมน์ ‘หอคอยงาช้าง’ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2549



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter