Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
โลกสีเขียว
เพชร มโนปวิตร


ครั้งหนึ่งของ พล.อ.สุรยุทธ์ ที่อ่าวไทยตอนใน

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองชนิดฉับพลันทันที ในขณะที่การถกเถียงถึงเรื่องความชอบธรรมและสิทธิในการทำรัฐประหารยังคงดังระงมเซ็งแซ่ ประเทศไทยก็ได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว เป็นชายคนที่ชื่อสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นคนที่ทำให้ผมนึกไปถึงเช้าวันหนึ่งในฤดูหนาวที่ผ่านมาที่ชายทะเลโคกขาม เป็นแง่มุมเล็กๆ ที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง ที่สนใจการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

เช้าตรู่วันที่ 14 มกราคม เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมและทีมงานจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยได้มีโอกาสพาท่านองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปลงพื้นที่อ่าวไทยตอนในบริเวณชายทะเลโคกขามจังหวัดสมุทรสาคร และปากแม่น้ำท่าจีนบริเวณอ่าวมหาชัย

จุดมุ่งหมายสำคัญในวันนั้นคือการแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับอีกแง่มุมหนึ่งของอ่าวไทยตอนใน และหวังว่าท่านจะได้ตอบรับเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญอีกคนหนึ่งในการผลักดันโครงการอนุรักษ์อ่าวไทยตอนในซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและอาจกล่าวได้ว่ามีความสำคัญที่สุดของประเทศ

จุดเริ่มต้นก่อนหน้าของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเมื่อท่านสุรยุทธ์ได้ตอบรับและมาช่วยเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดูนกในประเทศไทยครั้งที่ 5 ที่สวนรถไฟ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เทศกาลดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันของคนรักนกและคนในแวดวงการอนุรักษ์ธรรมชาติที่จัดขึ้นทุกปีโดยสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นงานเล็กๆ แต่คึกคักไปด้วยกิจกรรมของคนดูนกและรักธรรมชาติ

เราทราบมาก่อนแล้วว่าท่านสุรยุทธ์เป็นคนชอบเดินป่าและสนใจเรื่องการอนุรักษ์ ท่านเป็นประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และปลีกเวลาจากภารกิจที่รัดตัวไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งท่านลงไปเยี่ยมพื้นที่โครงการของมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือกของ ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ที่ป่าบูโด สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบของชายแดนภาคใต้ ท่านลงไปกับทหารติดตามไม่กี่คน ลงไปด้วยความห่วงใยเพราะการอนุรักษ์นั้นหยุดไม่ได้

ท่านสุรยุทธ์จึงเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่พวกเราให้ความเคารพนับถือ และว่าก็ว่า หมายตาที่จะได้มีโอกาสทำความรู้จัก เมื่อโอกาสมาถึง เราจึงไม่รีรอที่จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสำคัญของอ่าวไทยตอนใน รวมทั้งความหวังและความฝันของพวกเรา

ความหวังในการอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ และความฝันที่ว่าจะมีพื้นที่อนุรักษ์นกและธรรมชาติเอกชนที่สามารถใช้เป็นห้องเรียนธรรมชาติตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

หากมองในภาพใหญ่ อ่าวไทยตอนในของประเทศไทยคือพื้นที่ราบปากแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดมหึมาราว 5-6 แสนไร่แห่งนี้ประกอบไปด้วยหาดเลน หาดโคลน ป่าชายเลน นาเกลือริมชายฝั่ง นากุ้งแบบโบราณ และที่ราบชายฝั่งทะเลที่ยังไม่มีการใช้ประโยชน์

แม้จะตั้งอยู่ใกล้กับมหานครอย่างกรุงเทพฯและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่งทางภาคตะวันออก แต่โดยรวม ระบบนิเวศของอ่าวไทยตอนในยังอยู่ในสภาพที่อุดมสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ

ในช่วงฤดูหนาวของทุกๆ ปี ประมาณกันว่ามีนกชายเลนหลายแสนตัว ย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยหรือแวะพักในประเทศไทย และจากการสำรวจนกชายเลนอย่างจริงจังในพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศ อ่าวไทยตอนในถูกระบุว่าเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญที่สุดของนกชายเลนในประเทศ เราสามารถพบเห็นนกน้ำและนกชายเลนได้มากกว่า 100 ชนิด รวมทั้งนกชายเลนหายากระดับโลกเช่น นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) นกซ่อมทะเลอกแดง (Asian Dowitcher) และนกทะเลขาเขียวลายจุด (Nordmann’s Greenshank)

ความหลากหลายและความชุกชุมของนกชายเลนเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์หน้าดิน และทรัพยากรชีวภาพในทะเล ความโด่งดังของอุตสาหกรรมประมงพื้นบ้านในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรีตอกย้ำถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ถ้ามองต่อไปถึงสายโซ่อาหารในท้องทะเล ก็ไม่น่าแปลกใจที่มีการสำรวจพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเลในบริเวณดังกล่าวถึง 5 ชนิด ได้แก่โลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin) โลมาหลังโหนก (Indo-Pacific humpbacked dolphin) โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Finless porpoise) วาฬเพชฌฆาตแคระ (Pygmy killer whale) และวาฬบรูด้า (Bryde’s whale)

ผมเคยเห็นภาพถ่ายวาฬบรูด้าอ้าปากกินแพลงตอนของนักวิจัยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ถ่ายได้ในอ่าวไทยตอนในแล้วก็ได้แต่อึ้งและทึ่ง ใครจะไปคิดว่าใกล้ๆกรุงเทพฯแค่นี้เรามีโอกาสเจอทั้งฝูงโลมาและวาฬ

อย่างไรก็ตาม พื้นที่อ่าวไทยตอนในตั้งแต่สมุทรปราการ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรีก็มิได้เป็นพื้นที่ธรรมชาติพิสุทธิ์ บริเวณแห่งนี้มีคนอาศัยอยู่มากมายและเต็มไปด้วยการพัฒนา บทเรียนราคาแพงของการพัฒนาที่ไม่มีการวางแผนก็คือพื้นที่อ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันออกบริเวณจังหวัดสมุทรปราการที่ปัจจุบันกลายเป็นสลัมโรงงานและมีสภาพแวดล้อมชายฝั่งที่ทรุดโทรม

ความเจริญไม่เคยหยุดนิ่ง การพัฒนาเริ่มหลั่งไหลไปสู่อ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันตกอย่างรวดเร็ว โรงงานอุตสาหกรรมผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด พื้นที่ชายฝั่งหลายแห่งเริ่มถูกใช้ประโยชน์อย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงสัตว์น้ำจากแบบดั้งเดิมมาสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมประมง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการทำประมงขนาดใหญ่เช่นการใช้เรืออวนรุนจับสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง ซึ่งถือเป็นการทำลายระบบนิเวศชายฝั่งบริเวณหน้าดินอย่างรุนแรง

อีกตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือการเปลี่ยนรูปแบบการทำนากุ้ง ที่แต่เดิมบ่อเลี้ยงกุ้งจะถูกขุดให้มีแนวคูน้ำลึกโดยรอบ แล้วปล่อยให้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกว้างน้ำตื้นเพื่อให้กุ้งขึ้นมาหากินอาหารตามธรรมชาติ การทำนากุ้งแบบเก่าเกื้อกูลให้นกชายเลนเดินหากินได้อย่างสะดวก คนอยู่ได้ นกก็อยู่ได้ แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบการผลิตขนาดใหญ่ บ่อเลี้ยงกุ้งถูกขุดให้มีระดับน้ำลึกเป็นเมตรทั่วทั้งบ่อ จึงแทบไม่มีนกชนิดใดเข้ามาหากินได้เหมือนเดิม

โชคดีที่ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งกุลาดำประสบปัญหาหลายด้านในระยะยาว ทั้งจากโรคไวรัสกุ้งระบาดและน้ำเสียอย่างรุนแรง ซึ่งความจริงก็เพราะเกิดจาการเลี้ยงกุ้งอย่างหนาแน่นเกินไป จนทำให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมจนไม่เหมาะสมที่จะใช้เลี้ยงกุ้งได้อีกต่อไป เมื่อผู้เลี้ยงกุ้งต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน พื้นที่นากุ้งนับแสนไร่จึงถูกทิ้งร้างและกลับมาเป็นแหล่งหากินอันอุดมแก่นกชายเลนอีกครั้ง มันจึงกลายเป็นโอกาสของนักอนุรักษ์ที่จะหยิบฉวย และหากเป็นไปได้จัดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เข้าที่เข้าทางและยั่งยืน

เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ เราจึงถือโอกาสเชื้อเชิญท่านสุรยุทธ์ไปลงพื้นที่ ไปดูนกชายเลนด้วยกัน และเพื่อจะได้เล่าให้ท่านฟังต่อว่าเรามีแนวทางในการอนุรักษ์พื้นที่อย่างไร ท่านตกปากรับคำอย่างไม่ยากเย็น นั่นจึงเป็นที่มาของการพาท่านองคมนตรีในเวลานั้นไปดูนกชายเลนที่อ่าวไทยตอนใน

เราเลือกพื้นที่นาเกลือบริเวณอำเภอโคกขาม และบริเวณปากแม่น้ำท่าจีน อ่าวมหาชัย เพราะไม่ไกลกรุงเทพฯ และสามารถพบเห็นนกได้หลายชนิด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นที่เข้มแข็ง คือชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขาม อันเกิดจากการรวมตัวคนท้องถิ่นที่ตระหนักถึงความสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของโคกขาม ทั้งป่าชายเลนที่ถูกทำลาย และนกที่ถูกล่า

เช่นเดียวกับสมาคมอนุรักษ์นกฯ ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขามเลือกใช้นกชายเลนเป็นสื่อกลางในการรณรงค์ให้คนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจากภายนอกตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของหาดเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบแห่งโคกขาม เพราะความอุดมสมบูรณ์ของนกหลากหลายชนิดเป็นดัชนีสำคัญที่บ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังคงเกื้อกูลให้กับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวบ้าน และชาวประมงท้องถิ่น

ท่านสุรยุทธ์มาถึงแต่เช้าตรู่พร้อมกับคนขับรถและผู้ติดตามเพียงหนึ่งคน เรานัดพบกันริมนาเกลือในอำเภอโคกขามและนำดูนกชายเลนหลายชนิดที่สามารถพบเห็นได้ง่ายๆในบริเวณนั้นโดยใช้กล้องส่องทางไกลกำลังสูง ท่านพกเอาคู่มือดูนกส่วนตัวและกล้องส่องทางไกลมาด้วย และทำการจดบันทึกชนิดที่พบแล้วลงในหนังสือ แม้การจำแนกชนิดนกชายเลนจะค่อนข้างยากแต่ท่านก็ให้ความสนใจเป็นอย่างดี แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากับลมทะเลทำให้บรรยากาศดูนกชายเลนของเรารื่นรมย์เป็นพิเศษ

หลังจากนั้นเราได้แนะนำให้ท่านรู้จักกับกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่น แล้วปล่อยให้พี่ศันต์ หรือคุณศักดิ์ชัย เนตรล้อมวงศ์ ประธานชมรมอนุรักษ์โคกขามอธิบายถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่ พร้อมกับปัญหาการอนุรักษ์ที่ชมรมกำลังต่อสู้ โดยไม่ลืมที่กล่าวถึงชัยชนะในการเรียกร้องให้มีการทบทวนโครงการก่อสร้างโรงงานตัดเย็บผ้าบริเวณนาเกลือร้างในเขตโคกขาม

พี่ศันต์เล่าว่าผู้ประกอบการประชาสัมพันธ์ว่าการมีโรงงานจะเป็นการสร้างงานให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก แต่ความจริงแล้วนั่นหมายถึงการที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังคืบคลานเข้าสู่ชุมชนประมงพื้นบ้าน และชาวบ้านที่ยังชีพอยู่ด้วยการทำนาเกลือแบบดั้งเดิม ไม่เคยมีการพูดถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ชุมชนท้องถิ่นหลายคนจึงร่วมกันคัดค้าน ต่อมาเรื่องถึงโรงถึงศาล และที่น่ายินดี ครั้งนี้ชัยชนะตกเป็นของประชาชน

พอเล่าถึงเรื่องชัยชนะ ผมเองก็อดไม่ได้ที่จะเข้าผสมโรงและเอ่ยถึงอภิมหาเมกะโปรเจ็กต์อีกหนึ่งโครงการในยุครัฐบาลทักษิณ นั่นคือโครงการตัดถนนข้ามอ่าวไทยจากสมุทรสาครไปเพชรบุรีมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โครงการนี้คาดหมายกันว่าจะสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพของอ่าวไทยตอนใน ยิ่งกว่านั้นเนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้ที่ดินหรือกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด จึงแทบจะเป็นที่แน่นอนว่าหากโครงการก่อสร้างถนนสายนี้ได้รับอนุมัติ ย่อมเกิดการปั่นราคาที่ดิน การสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและโรงงานเป็นจำนวนมากในบริเวณชายฝั่งดังกล่าว อันจะส่งผลให้จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี เกิดสลัมโรงงาน ชุมชนแออัด และมลภาวะเช่นเดียวกับที่จังหวัดสมุทรปราการเผชิญอยู่ทุกวันนี้

โครงการนี้ถูกผลักดันอย่างแข็งขันโดยคณะรัฐมนตรีของคุณทักษิณท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักจากทั่วทุกสารทิศ ตั้งแต่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มประมงพื้นบ้าน สภาหอการค้าจังหวัด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปจนถึงวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมป์

จุดยืนของทุกฝ่ายในเวลานั้นตรงกันคือโครงการไม่มีความเหมาะสมอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น และแทบไม่มีการพูดถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่รัฐบาลในเวลานั้นก็ตอบโต้อย่างแข็งกร้าวและยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการต่อไป หลายคนคิดว่านี่อาจเป็นความต้องการสร้างอนุสาวรีย์ให้กับตัวเองอีกครั้งของคุณทักษิณ ยังไม่นับเม็ดเงินมหาศาลที่คงจะไหลเข้าสู่กระเป๋าผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ความขัดแย้งดำเนินต่อไปและขยายตัวในวงกว้าง และเมื่อภาคสังคมรุกหนัก ประกอบกับรัฐบาลถังแตก ในที่สุดเมกกะโปรเจ็คที่หลายคนเรียกกันว่าโครงการทำลายอ่าวไทยตอนในอย่างยั่งยืนก็ถูกพับเข้าลิ้นชักไปช่วงปลายปีที่แล้ว แต่หลายคนก็ยังบ่นเสียดายงบประมาณ 54 ล้านบาทที่หมดไปกับการออกแบบโครงสร้างที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ ท่านสุรยุทธ์พูดน้อย ได้แต่พยักหน้าและอมยิ้มเมื่อเราเอ่ยถึงจุดจบโครงการหมื่นล้านของคุณทักษิณ

แม้หนึ่งในภัยคุกคามสำคัญของพื้นที่จะถูกกำจัดไปแล้ว แต่อนาคตของนกชายเลนและชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพาอาศัยทรัพยากรชายฝั่งแห่งอ่าวไทยตอนในก็ยังคงไม่สดใส เพราะพื้นที่เกือบทั้งหมดยังไม่ได้รับการคุ้มครองในทางกฎหมาย และยังขาดแผนการจัดการพื้นที่โดยรวมที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ ทุกปีนกชายเลนจำนวนไม่น้อยยังคงถูกล่าเป็นอาหาร

ต่อมาคณะของเราได้พาท่านสุรยุทธ์ลงเรือเพื่อชมภูมิทัศน์สองข้างทาง และเผื่อจะได้เห็นฝูงโลมาอิรวดีที่มักจะมาหากินอยู่ใกล้ปากแม่น้ำท่าจีนในช่วงฤดูหนาว แม้จะไม่พบฝูงโลมาในวันนั้นแต่เราก็ได้พบนกนางนวลมากมายหลายชนิด

เราไปขึ้นฝั่งที่ศูนย์วิจัยป่าชายเลนอ่าวมหาชัยของคุณโด่ง หรือดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี คุณโด่งเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ที่ขยันและเข้าใจถึงการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมเป็นอย่างดี คุณโด่งช่วยบรรยายเกี่ยวกับกิจกรรมของศูนย์ รวมทั้งความพยายามอนุรักษ์พื้นที่ของหลายๆฝ่าย และเชื่อมั่นเหมือนพวกเราว่าการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน

เราพักทานข้าวเที่ยงกันที่ศูนย์ฯ โดยมีคุณโด่งเป็นเจ้าภาพ ผมถือโอกาสอธิบายต่อเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์อ่าวไทยตอนใน เป้าใหญ่ใจความหลักๆ คือการเน้นเรื่องศึกษาวิจัยเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจ การให้การศึกษาสร้างจิตสำนึก และการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน นอกจากนี้พวกเรายังมีความฝันเกี่ยวกับการระดมทุนเพื่อซื้อที่ดินเอกชนบางแห่งในบริเวณที่เป็นจุดรวมของนกอพยพและพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นหลักประกันว่าพื้นที่สำคัญที่สุดบางแห่งจะได้รับการคุ้มครองตลอดไป

เรารู้ดีว่ามันเป็นความฝันที่ค่อนข้างใหญ่ ทั้งในการดำเนินการและในแง่ของงบประมาณ คิดเอาง่ายๆ ว่าราคาที่ดินในอ่าวไทยตอนใน ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณไร่ละ 1 แสนบาท ถ้าจะทำศูนย์ศึกษาธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับเป็นแหล่งพักอาศัยของนกชายเลน และมีบริเวณสำหรับทำกิจกรรม ก็ควรจะมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ นั่นหมายถึงเงิน 20 ล้านยังไม่นับรวมงบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์ที่ในใช้ในการให้การศึกษา

เรารู้ดีว่ามันไม่ง่าย แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราจำเป็นต้องมีคือ คณะกรรมการที่ปรึกษาที่เข้าใจและพร้อมที่จะเป็นหัวหอกในการระดมทุน เราหวังว่าท่านสุรยุทธ์จะเป็นหนึ่งในนั้น

ท่านให้เวลาพวกเราอธิบายเกี่ยวกับโครงการอย่างเต็มที่ และทันทีฟังจบก็ไม่ลังเลที่จะอาสาเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะคอยให้การสนับสนุนให้พวกเราผลักดันความฝันดังกล่าว “ผมเป็นคนเพชรบุรี และโดยภาระหน้าที่ก็ต้องช่วยแบ่งเบาพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้ว การอนุรักษ์ธรรมชาติของพื้นที่ชายฝั่งของอ่าวไทยถือได้ว่าเป็นภารกิจโดยตรง ถ้ามีอะไรให้ช่วยผมยินดีเสมอ” ท่านเอ่ยขึ้น พร้อมกับให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์อีกหลายอย่างเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์อ่าวไทยตอนใน

ก่อนจะจากกันท่านยังไม่ลืมฝากให้เราคอยรายงานให้ท่านทราบถึงพัฒนาการของโครงการที่พวกเราหลายชีวิตกำลังทุ่มเทอย่างขะมักเขม้น แม้จะเป็นเพียงก้าวแรก แต่การที่ได้รับกำลังใจและการสนับสนุนโดยผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เราก็รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะไม่ปล่อยให้ความฝันนั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน

ครั้งแรกที่ผมทราบข่าวว่าท่านสุรยุทธ์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ ใจหนึ่งก็นึกดีใจที่เราได้คนที่มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ และสนใจเรื่องการอนุรักษ์อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แทบไม่เคยปรากฏในหมู่นักการเมืองบ้านเรา ยังไม่ต้องไล่เรียงไปถึงคนที่มีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด (หากจะพอนึกออกก็คงมีเพียงคุณอานันท์ ปันยารชุน ซึ่งก้าวเข้าสู่ตำแหน่งด้วยครรลองเดียวกัน) แต่อีกใจหนึ่งก็ให้นึกเสียใจว่า เหตุใดคนดีๆ จึงไม่มีโอกาสได้เข้ามาปกครองบ้านเมืองด้วยวิถีทางประชาธิปไตย

...หรือเป็นเพราะว่า ทุกยุคทุกสมัยคนดีที่แท้ไม่เคยแสวงหาอำนาจ

มันเป็นคำถามที่ขัดแย้งอยู่ในตัวเองว่า เราจะเลือกทนกับทรราชเสียงข้างมาก หรือยอมรับคนดีมีคุณธรรมที่แม้จะไม่ได้มาตามระบบระบอบที่เชื่อว่าถูกต้อง

...เป็นไปได้หรือไม่ว่า โดยธรรมชาติแล้วคนดีกับอำนาจไม่ใช่ของคู่กัน



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter