ผมคิดอะไรกับ “รัฐประหาร 19 กันยา”
ทันทีที่มีการยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมยอมรับว่าค่อนข้างจะอึดอัดและไม่สบายใจพอสมควรที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีของรัฐธรรมนูญและกระบวนการประชาธิปไตย ผมเครียดและกังวลอยู่ไม่น้อยที่ต้องเตรียมตอบและอธิบายกับพรรคพวก กับสื่อมวลชน และกับสังคมว่าผมคิดอะไรอยู่และมองสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างไร
ผมเลือกปิดมือถือไปก่อน เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ อีกอย่างก็ไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง โดยเฉพาะช่วงต้นๆ ของการยึดอำนาจยังไม่รู้ว่าเป็นคณะทหารกลุ่มไหน ที่สำคัญแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือแจ้งว่าอาจมีเหตุการณ์เผชิญหน้าถึงขั้นอาจเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างทหารที่ดูเหมือนจะแตกออกเป็น 2 ฝัก 2 ฝ่าย
แต่พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและชัดเจนว่าไม่ใช่การรัฐประหารตัวเองของ พตท.ทักษิณ ชินวัตร แม้จะมีความพยายามจะทำด้วยการประกาศใช้ พรบ.ฉุกเฉินฯ และสั่งปลด ผบ.ทบ. ก่อนหน้านี้ แต่ในที่สุดคณะก่อการก็ปรากฏตัวและพบว่าเป็นขั้วทหารที่ไม่ขึ้นต่อระบอบทักษิณ ทำให้ผมค่อนข้างคลายกังวลไม่น้อย เพราะอย่างน้อยก็เชื่อว่าฝ่ายพันธมิตรคงไม่ถูกไล่ล่า และคงไม่มีเหตุการณ์นองเลือดตามมา
หลังจากนั้น ผมเริ่มมีสมาธิที่จะทำความเข้าใจและทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่การก่อเกิดพันธมิตรฯ เรื่อยมาจนถึงการยึดอำนาจ ผมไตร่ตรองอยู่จนเกือบสว่างในคืนของการยึดอำนาจ ซึ่งเริ่มเป็นที่แน่นอนแล้วว่า คณะปฏิรูปฯ ซึ่งนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคณะนั้น สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จ
ผมจำได้ว่าพันธมิตรฯ นักวิชาการ สื่อมวลชน หรือกระทั่งตัวผมเองได้ส่งสัญญาณเตือน พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคไทยรักไทย และรัฐบาลชุดนี้มาโดยตลอดว่ากำลังสร้างเงื่อนไขให้เกิดอำนาจนอกระบบหรือการปฏิวัติรัฐประหาร แม้แต่ในคอลัมน์นี้ผมก็ไม่พลาดที่จะส่งสัญญาณไปถึงคนในรัฐบาลครั้งแล้วครั้งเล่า
กระทั่งเราได้เสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออก และยุติบทบาททางการเมือง เพื่อรักษารัฐธรรมนูญและรักษาระบบเอาไว้ อย่างน้อยๆ ผมก็ไม่อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนร่วมกันร่างมาแทบเป็นแทบตายต้องถูกฉีกทิ้งไปต่อหน้าต่อตา แม้โดยพฤตินัย ระบอบทักษิณจะปู้ยี่ปู้ยำรัฐธรรมนูญไปจนเละเทะแล้วก็ตาม
แต่เวรกรรมของคนไทยและการเมืองไทยที่เรามีผู้นำที่ขาดสปิริต คิดเสียสละไม่เป็น คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ทำให้สถานการณ์เข้าสู่ทางตันและสายเกินแก้ที่จะใช้วิถีทางในรัฐธรรมนูญเข้ามาคลี่คลายหรือแก้ปัญหา
ผมนั่งคิดแล้วคิดอีก ก็นึกได้ว่า เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว และเป็นไปไม่ได้ ที่จะหักห้ามการรัฐประหารที่เกิดขึ้นและสำเร็จลุล่วงไปแล้ว แต่ผ่านไปแค่ชั่วข้ามคืนของการรัฐประหาร สัญญาณหลายๆ อย่างในทางบวกก็เริ่มปรากฏอย่างที่ผมไม่คิดมาก่อน เมื่อการรัฐประหารครั้งนี้ไม่มีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้นกับฝ่ายใด และคำประกาศกระทั่งคำสั่งของคณะปฏิรูปก็มีท่วงทำนองที่ระมัดระวังในการใช้อำนาจ มีลักษณะยืดหยุ่น อะลุ่มอะหล่วยกับทุกฝ่ายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในการรัฐประหารที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และบรรยากาศของความแตกแยกและความตรึงเครียดเริ่มคลี่คลาย
กระทั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปฯ ให้สัญญาฯ กับประชาชนว่าจะถืออำนาจไว้เพียง 2 สัปดาห์และจะเร่งคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว
แน่นอน มันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกอึดอัดของผมมลายหายไปได้หมด แต่ผมเป็นคนที่พยายามจัดวางความฝันให้อยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่า จำนนกับความจริงที่เจ็บปวด ผมจึงกลับมาคิดใหม่และมองไปข้างหน้า เพราะยังไงเสียศักดิ์ศรีและอำนาจในนามความเป็นมนุษย์ของผมก็ยังอยู่กับผม ผมคิดว่าผมต้องมีบทบาทในการร่วมกำหนดชะตากรรมของประเทศและสังคมส่วนร่วมน่าจะดีกว่านั่งหมดอาลัยตายอยาก
และสังคมไทยมีภารกิจประชาธิปไตยร่วมกันที่จะฝ่าข้ามการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้ ให้คุ้มค่ากับต้นทุนที่เราต้องจ่ายไปโดยเฉพาะการฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ทิ้ง
ด้วยเหตุดังนั้น ผมจึงไม่อยากไปกล่าวโทษหรือพิพากษาใคร และไม่อยากมองว่า นี่เป็นลิขิตของฟ้าดินที่ต้องทำใจ แต่เป็นเพราะความจริงที่แสนเจ็บปวดว่าสังคมไทยยังไปไม่ถึงฟากฝั่งแห่งสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การเมืองยังเป็นเวทีหาประโยชน์ของชนชั้นนำ ภาคประชาชนยังต้องสร้างความเข้มแข็งต่อไป จริยธรรมและคุณธรรมของผู้มีอำนาจยังเป็นเรื่องที่ต้องสร้างและแสวงหา สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ยังต้องรณรงค์ต่อเนื่อง
กล่าวอย่างถึงที่สุด เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องรับผิดชอบและตระหนักร่วมกันครับ
ผมจึงพูดกับตัวเองว่าภารกิจประชาธิปไตยไม่มีวันจบ ต้องต่อสู้ต่อไป ใครจะเป็นรัฐบาลหรืออำนาจจะอยู่ในมือใคร ก็ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างมีคุณภาพจากภาคประชาชน ผมได้คำตอบแล้วครับจะทำให้รัฐประหารครั้งนี้เปลี่ยนผ่านอย่างสันติ สมานฉันท์ และนำสังคมการเมืองไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงได้อย่างไร...



