Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
mailbox
โตมร ศุขปรีชา


ถึง โมหิณี

ที่บ้าน,

21 ธันวาคม 2547


สวัสดีจ้ะ โมหิณี

ที่จริงอยากเรียกว่า อีนังโมหิณี เหมือนที่คุณไมเคิล ไรท ท่านเรียกให้ได้ยินผ่านหน้านิตยสารมติชนสุดสัปดาห์อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็เกรงใจ เพราะเราไม่เคยรู้จักกัน จะถือตัวว่าผมเป็นมนุษย์ แต่โมหิณีเป็นแมว เป็นสัตว์ดิรัจฉาน แล้วรีบขนานคำนำหน้าชื่อให้โมหิณีเสียตั้งแต่ต้นคงไม่ดีแน่

เอ...หรือว่าผมเกรงใจในความคิดแบบนักวิชาการผู้มองอะไรๆทะลุปรุโปร่งของโมหิณีกันแน่นะ เลยไม่ได้มองว่าโมหิณีเป็นแมว แต่เป็น being อะไรสักอย่าง ที่มีทั้งความเป็นสัตว์ดิรัจฉานและผู้ทรงภูมิปัญญาผสมผสานกันอยู่

ก็เมื่อไม่นานมานี้น่ะสิ โมหิณี ตอนที่คุณไมเคิล ไรท เขียนหนังสือไม่ออก ท่าทางคงจะเบื่อทั้งเหตุการณ์ในระดับโลกและระดับเมืองไทย ถึงขั้นใช้คำว่า จนใจ หมดกำลังใจ หมดความคิดเห็น เป็นใบ้ พูดเขียนอะไรไม่ออก ก็เลยเป็นโอกาสให้วิฬารชาติอย่างโมหิณีได้มาริใช้นามปากกาว่า ‘โมหิณี วิฬารวงศ์’ เขียนบทความเรื่อง ‘อวสานเหตุผลนิยม?’ หรือ The End of Rationalism? ลงในมติชนสุดสัปดาห์ เป็นบุญตาให้ผมได้เห็นทั้งเรื่องที่โมหิณีเขียน และรูปของโมหิณียามเผลอตัวลอบกอดกับสุนัขหน้าเต้าหู้ตัวหนึ่ง

ไอ้ที่ทำให้ผมอยากเขียนจดหมายถึงโมหิณีขึ้นมาติดหมัดน่ะ เป็นเพราะรูปของโมหิณีที่ปรากฏอยู่นี่แหละ

ผมไม่แน่ใจว่า ทำไมโมหิณีถึงยอมให้เผยแพร่รูปของตัวเองอย่างนี้ เป็นรูปที่โมหิณีทรยศตระบัดสัญชาติแมว ไปกอดกับหมา แถมยังทำตาเบิ่งเบิกโพลงเหมือนชิงชังรังเกียจเจ้าหมาตัวนั้น แต่กรงเล็บของโมหิณีก็กางเกาะกอดอยู่กับเจ้าหมาแน่น เป็นภาพที่ดูแล้วชวนให้ผมหัวเราะ แต่หัวเราะได้ราวครึ่งนาที ก็ชักรู้สึกแปลกๆ ชะรอยนี่จะเป็นภาพทำจำลองขึ้นกระมัง เพราะดูแล้วรูปพรรณสัณฐานของโมหิณีผิดรูปผิดส่วนอย่างไรชอบกล

แต่จะเป็นรูปที่ทำขึ้นหรือเป็นรูปที่ถูกปาปารัสซี่ที่ไหนมาแอบถ่ายก็ตามที การที่โมหิณีเลือกรูปนี้มาอวดสายตาชาวบ้าน ก็น่าจะมีเหตุผลบางอย่างที่คนธรรมดาๆสมองทึบๆอย่างผมคิดไม่ออกเป็นแน่

ชะรอยโมหิณีจะพยายามบอกว่า ถึงจะชิงชังรังเกียจกันแค่ไหนเพราะเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ในกมลสันดานเดิม ก็ถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องลอง ‘กอด’ กันดูบ้างเหมือนที่โมหิณีทำหรือเปล่า หรือถ้าเป็นภาพที่ทำขึ้น ก็น่าจะเป็นภาพที่จำลองจินตนาการของคนทำออกมา เอ...หรือโมหิณีจะพยายามบอกว่า สันติภาพระหว่างหมาแมวหรือสันติภาพระหว่าง being ที่มีอะไรๆแตกต่างกันมากเหลือเกินนั้น มันเป็นได้แค่จินตนาการ ไม่มีวันเกิดขึ้นจริงจนต้องทำภาพ ‘จำลอง’ ออกมากันแน่

เอ...ท่าทางผมจะฟุ้งซ่านไปหน่อยแล้ว แต่ให้อภัยผมเถอะนะครับ โมหิณี เพราะที่จริงช่วงนี้ผมก็อยู่ในภาวะคล้ายๆคุณไมเคิล ไรท เหมือนกัน คือรู้สึกเซ็ง ไม่ค่อยอยากพูดอะไรให้มากนัก เพราะพูดไปพูดมาก็พานจะอารมณ์เสีย แล้วก็ขากบริภาษออกมาได้ทุกบ่อยกับแทบทุกเรื่อง ทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก

ผมชอบคำถามหนึ่งที่โมหิณีตั้งเอาไว้ตามประสาแมวๆที่ดันมาสนใจเรื่องของคนว่า ‘มนุษย์ปัจจุบันกำลังไปไหน?’

นั่นน่ะสิครับ-ผมเองก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ว่าเรากำลังจะไปไหน โมหิณีพูดถึงสังคมนิยมและทุนนิยม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ก็ล้วนไม่ ‘เวิร์ค’ กับมนุษย์ที่ไม่รู้จะเอาอย่างไรกับตัวเองกันแน่ทั้งสิ้น แถมโมหิณียังตั้งคำถามบาดจิตเอาไว้ด้วยว่า อีกนานแค่ไหนหนอ ที่มนุษย์จะคิดวิถีชีวิตที่อยู่กันได้อย่างเสมอภาค ยุติธรรม และมีความผาสุก

ผมว่าโมหิณีน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วเหมือนกันนะครับ-ว่าท่าทางคงจะยากส์ (ต้องให้เติม ส เข้าไปอีกหลายๆตัว เพราะยากจริงๆ)

อ่านบทความของโมหิณีแล้วก็ให้นึกภาพแมวช่างคิด นั่งขลุกอยู่กับโต๊ะหนังสือ เปิดโคมไฟให้แสงตกลงมาบนหนังสือ อ่านงานโน่นนี่ แล้วก็พยายามวิเคราะห์สิ่งต่างๆไปตามที่สมองแมวๆจะทำได้ ซึ่งผมว่าเป็นภาพในจินตนาการของผมเองที่น่ารักไม่หยอกทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อโมหิณีบอกว่า โลกเศรษฐกิจแบบสมมติที่บ้าบอคอแตก เป็นโลกเศรษฐกิจของเทียมที่ค้าเงิน ปั่นหุ้น ฯลฯ โดยไม่ give a damn เลยกับเศรษฐกิจในโลกจริงที่มีการเอาผักปลาหญ้าเขียวมาค้าขายแลกเปลี่ยนกัน และโลกเศรษฐกิจแบบนี้เอง ที่ย่ำแย่ ป่าเถื่อน และมันจะต้องพังทลายลงสักวันหนึ่ง เพราะมันคือการกินตัวเอง เนื่องจากมันคือเศรษฐกิจที่ไม่ได้อิงอยู่กับการผลิตอย่างแท้จริง แต่เป็นการหากำไรในโลกเวอร์ชวลบนซากศพของมนุษย์

โมหิณีบอกว่า แม้แต่แมวอย่างอีฉันยังดูออก แล้วท่านนายทุนทั้งหลายไม่สังเกตหรือว่า ท่านกำลังทำลายระบบทุนนิยมโดยตรงด้วยประสิทธิภาพยิ่งกว่ามาร์กซ์หรือเลนิน

อะโห-ผมว่าโมหิณีนี่คมเกินแมวจริงๆนะครับ พูดอะไรสั้นๆ แต่กินความกว้างใหญ่ เปรียบเทียบและพยากรณ์โลกข้างหน้าได้ในประโยคสั้นๆ แถมเป็นพยากรณ์ที่น่าจะเป็นจริงเสียยิ่งกว่าคำพยากรณ์ของนอสตราดามุสเสียอีก

แต่โมหิณีเอ๋ย โมหิณี...เจ้าแมววิฬารวงศ์ที่ฉลาดเกินแมว ถ้าจับเอาคำพยากรณ์ของโมหิณีมาผสมรวมกับคำถามว่า อีกเมื่อไหร่หนอที่มนุษย์จะคิดค้นวิถีชีวิตที่เสมอภาค ยุติธรรม และมีความผาสุกได้นั่นน่ะ ผมว่าคำตอบต่อคำถามนี้น่าจะอยู่ในสายลม แถมเป็นลมพายุทอร์นาโดยักษ์เสียด้วย คือคงพัดปลิวหายไปไม่เห็นซาก

ต่อให้ทุนนิยมกินตัวเองจนตายเหี้ยนพังทลายลง ผมเชื่อว่า วิถีชีวิตที่โมหิณีตั้งคำถามไว้นั่นน่ะ ก็คงยังมาไม่ถึงหรอก เพราะมนุษย์ก็จะต้องคิดค้นวิถีชีวิตแบบใหม่ขึ้นมา อาจจะไม่ใช่ทุนนิยมเพราะเข็ดเขี้ยวกับมัน อาจจะไม่ใช่สังคมนิยมเพราะถึงทำไปก็เป็นสังคมนิยมเทียม อาจจะเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่เชื่อผมเถิดโมหิณี-อย่างไรเสียวิถีชีวิตแบบที่ว่าก็จะไม่เสมอภาค ผาสุก ยุติธรรม-ไปได้หรอก

อย่าเพิ่งกางเล็บขู่ฟอดแฟ่ว่าผมช่างเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายไปเลยโมหิณี

ผมคิดของผมเองตามประสามนุษย์โง่ๆ (ไม่ใช่แมวฉลาดๆ) ว่าโลกไม่เห็นจะเปลี่ยนไปสักนิดเลย แถมยังย่ำแย่ลงเรื่อยๆอีกต่างหาก วิธีคิดของโลกปัจจุบันน่ะเหรอ ผมมองเห็นแต่วิธีคิดแบบ “ฉันคือศิลปิน แต่ฉันไม่ได้รังเกียจการตลาดนะ ฉันเชื่อมั่นในพลังของการตลาดว่าจะนำความคิดดีๆของฉันไปสู่ผู้คนได้ ฉันจึงจะประนีประนอมกับการตลาด”

แต่เอ๊ะ! แล้ววิธีคิดแบบ “ฉันคือนักการตลาด แต่ฉันไม่ได้รังเกียจศิลปะวิทยาการ-เอ่อ หมายถึงพวกติ๊สต์ขึ้นจะทำแต่สิ่งที่ตัวเองอยากทำน่ะนะ ฉันเชื่อมั่นในพลังของติ๊สต์ เพราะแวนโกะห์หรือนิทเชก็เคยเปลี่ยนโลกมาแล้ว ฉันจึงจะประนีประนอมกับพวกติ๊สต์ ด้วยการคิดค้นการตลาดมารองรับความคิดประหลาดๆของคนพวกนี้ให้ได้เผยแพร่ออกไป ไม่ใช่ให้คนพวกนี้ต้องมาประนีประนอมกับการตลาด”

ผมไม่เคยเห็นวิธีคิดแบบหลังเลย ได้เห็นแต่นักการตลาดที่ไม่เคยแหกคอกความคิด แต่เกาะกุมตัวเองอยู่กับโครงสร้างเดิม ซ่องโจรเดิม หลุมเดิม-ทว่าพยายามหาทุนเพิ่มภายใต้ชื่อใหม่ๆ

และเพราะเราเป็นกันอย่างนี้นี่แหละโมหิณี เราก็เลยเชื่อมั่นในพลังการตลาดของท่านผู้นำประเทศ คนที่โมหิณีบอกว่าได้ ‘ซื้อ’ ประเทศนี้ไปแล้ว และกำลังบริหารด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่าที่เคยมีมา ซึ่งผมอยากจะเสริมด้วยว่า เป็นการบริหารเพื่อทั้งผลักและดันให้ผู้คนต้องทำงานและมีวิถีชีวิตที่ ‘เร็ว’ ขึ้นเป็นจักรผัน คือผลิตให้เร็วและมาก เพื่อที่จะตายเร็วขึ้นโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก

ที่สำคัญก็คือ ผมคิดว่าเราฝากความหวังกับคนไม่ค่อยจะได้แล้วล่ะโมหิณี เพราะคนส่วนใหญ่ก็พาตัวเองไปประนีประนอมกับการตลาดและทุนกันหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ผมคิดว่าท่าทางเราจะต้องฝากความหวังไว้กับแมวอย่างโมหิณีเสียแล้ว

อย่า...อย่า-อย่าเพิ่งปฏิเสธว่าแมวกวักจะไม่ได้ผลเลยโมหิณี เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆจนศรัทธาเสื่อมสลายและโลกสูญสิ้นไปหมดแล้ว ผมว่าจะชวนคนมาบูชาแมวเหมือนอย่างอียิปต์สมัยโบราณกันอีกครั้งน่าจะดี
ไม่เชื่อก็ลองนึกถึงเสรีภาพของแมวบนหลังคาที่นอนอุ่นอยู่ใต้แดดยามเช้า หรือนอนดูดาวยามค่ำคืนดูสิ
มนุษย์ยุคทุนขาดแคลนเรื่องแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้นะ-โมหิณีนะ


จากผม

คนรักแมวโดยกำเนิด



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter