ถึง แคโรล ลีห์
ที่ทำงาน
12 กรกฎาคม 2547
สวัสดีครับ แคโรล ลีห์-กวีกะหรี่นักปฏิวัติ
ผมพบคุณครั้งแรก ในบทเพลงโสเภณี ที่คุณเขียนเอาไว้ในหนังสือชื่อ Sex Work ตั้งแต่ปี 1987
คุณเขียนไว้ว่า…
พวกเราคือโสเภณี
มันคือสถาบันเก่าแก่เหลือหลาย
รู้ไหม, โสเภณีไม่ใช่มลพิษหรอกนะ
เราอยากได้สิทธิสมบูรณ์
อาจจะมาจากการปฏิวัติ
ให้ได้รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม
ที่จะยุติการจับกุมพวกเรา
ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกครับ ว่าคำว่า ‘สิทธิสมบูรณ์’ ของคุณแปลว่าอะไร หมายถึงอะไร และแลกมาด้วยอะไร
ผมไม่รู้ว่า คุณต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตของคุณเพื่อแสดงให้ผู้คนเห็นว่า กะหรี่ก็ต้องมีสิทธิที่จะเป็นกะหรี่ มีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองป้องกัน และมีสิทธิสมบูรณ์ในความเป็นมนุษย์ เทียบเท่ากับคนอื่นๆ ที่ทำงานอย่างอื่นๆ
ผมเขียนจดหมายถึงคุณจากที่ทำงานของผม มันเป็นที่ทำงานธรรมดาๆ เมื่อเปรียบเทียบกับคุณแล้ว ผมรู้ว่างานของผมธรรมดาเกินไปจนน่าละอายใจ ไม่เหมือนคุณ-ที่กล้าลุกออกไปโลดเต้นในโลกอันโหดร้าย โลกใบที่ไม่เคยเห็นด้วยกับคุณเลย-เพื่อทำให้โลกใบนั้นหันมาอยู่ฝ่ายเดียวกับคุณ
แคโรลครับ ผมประหลาดใจมาก ที่รู้ว่าคุณยึดอาชีพกะหรี่มาตั้งแต่ยุคเซเวนตี้ส์ และสมาทานตัวเองให้กับอาชีพนี้ พร้อมกับยืนยันว่าการเป็นกะหรี่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจแต่อย่างใด
การต่อสู้เพื่อจะเป็นกะหรี่และเพื่อสิทธิของกะหรี่ในยุคไนน์ตี้ส์ อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเท่าไหร่ แต่ในยุคเซเวนตี้ส์ ยุคที่แม้แต่เป็นมาร์กซิสต์ก็ยังถูกจับนั่นน่ะ ผมคิดว่าการเรียกร้องสิทธิของกะหรี่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นเหลือหลาย
แต่คุณก็ทำ
คุณต่อสู้มานานนับสิบๆ ปี ด้วยวิธีการหลากหลาย คุณเขียนบทละครแสดงเดี่ยว เป็นละครเสียดเย้ยการเมืองชื่อ The Adventrues of Scarlot Harlot หรือการผจญภัยของสการ์ล็อต ฮาร์ล็อต แน่ละ, สการ์ล็อตคือกะหรี่คนหนึ่ง เป็นกะหรี่ที่ต้องผ่านการผจญภัยในโลกอันแท้จริงและโหดร้าย ละครเรื่องนี้ คุณแสดงเดี่ยว และยืนหยัดแสดงตามที่ต่างๆ โดยประกาศก้องว่า คุณ-ผู้เขียนบท ผู้เป็นศิลปินนักแสดง-ก็เป็นกะหรี่คนหนึ่งที่ภูมิใจในความเป็นกะหรี่ของตัวเอง
คุณเล่นละครเรื่องนี้ครั้งแรกที่เทศกาลละครสำหรับผู้หญิงในซานตาครุซ, และนำไปเล่นต่อในคลับ โรงละคร และการชุมนุมประท้วงทั้งหลายทั่วทั้งย่านเบย์แอเรียของแคลิฟอร์เนีย ที่สำคัญก็คือ ตอนหลังคุณได้รับการยอมรับถึงขั้นไปเล่นที่ The Great American Music Hall ในงานประกวดนางงามเฮตท์ แอชเบอร์รี รวมไปถึงที่อื่นๆในอีก 26 เมืองทั่วอเมริกา เรียกว่าเป็นการออกทัวร์เลยทีเดียว
ที่ทำให้ผมตื่นใจมากก็คือ คุณพาสการ์ล็อตไปทัวร์ไกลถึงไต้หวัน ในงานเทศกาลทางวัฒนธรรมของไต้หวันที่ผมเพิ่งเคยได้ยินและทำให้ผมแทบหัวใจหยุดเต้น งานนั้นคืองานฉลองครบรอบ 100 ปี ของการเป็นกะหรี่อย่างถูกกฎหมายของไต้หวัน
เพื่อนบ้านใกล้ๆเรายอมรับอาชีพนี้ได้อย่างเต็มใจขนาดนี้แล้ว แล้วเมืองไทยเล่า!
แคโรลครับ ผมรู้มาว่า คุณไม่ได้หยุดอยู่เพียงการแสดงละคร แต่คุณยังไปเรียนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัยบอสตันด้วย (เทอมเดียวกับที่แอนน์ เซ็กซ์ตัน ฆ่าตัวตายนั่นแหละ) ที่นั่นทำให้คุณได้เรียนรู้วิถีแห่งกวี คุณเริ่มเขียนเพลง เขียนบทกวี และบทเพลงโสเภณีข้างต้น ก็เป็นผลงานอันลือลั่นของคุณ
มันคือการเรียกร้องสิทธิแบบใหม่ที่สังคมอเมริกันในยุคนั้นไม่เคยรู้จักมาก่อน!
คุณยังเรียนการวาดรูป ถ่ายหนัง ทำวิดีโอ และสื่ออื่น จนกระทั่งได้ทำรายการโทรทัศน์ของตัวเอง และในที่สุด ยุคไนน์ตี้ส์ก็มาถึง รายการของคุณได้รับรางวัลต่างๆจากหลากหลายสถาบัน คุณกระตุ้นผู้คนให้ทำความรู้จักกับอาชีพกะหรี่ โรคเอดส์ การถูกคุกคาม อันตรายบนท้องถนน ชีวิตจริงของผู้คนที่ทำอาชีพนี้ ไล่เลยไปจนถึงงานศิลปะที่ปรากฏอยู่ในหัวใจอันสวยงามของกะหรี่ จนกระทั่งได้รับรางวัลจาก The American Film Institute ซึ่งนั่นหมายความว่า สังคมอเมริกันได้เริ่มเปิดกว้างและยอมรับสิ่งที่คุณทำมาตลอดชีวิตแล้ว
ทว่านั่นก็เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นใช่ไหมครับ
งานชิ้นต่อมาที่คุณทำ ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะคุณจับเอาประเด็นที่พวกนักเรียกร้องสิทธิสตรี (ซึ่งหลายคนเรียกตัวเองว่าเฟมินิสต์-โดยไม่เข้าใจความหมายของคำนี้อย่างแท้จริง) เป็นเดือดเป็นแค้น อย่างเรื่องหนังโป๊หรือสื่อลามกที่เรียกว่า pornography มาผนวกรวมเข้ากับเฟมินิสม์ แล้วสร้างออกมาเป็นหนังโป๊ที่เรียกว่า Feminist Porn ซึ่งต่อมากลายเป็นสกุลหนังสกุลใหม่ที่ไม่เคยมีใครคิดถึงมาก่อน
หนังแนวเฟมินิสต์พอร์นเรื่องแรกที่คุณร่วมกำกับด้วยคือเรื่อง Annie Sprinkle’s Her Story of Porn ซึ่งฉายครั้งแรกที่เทศกาลหนังซานตาบาร์บารา ก่อนจะสร้างหนังเฟมินิสต์พอร์นออกมาอีกหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่ง คือ Blind Eye to Justice : HIV + Women in California Prisons ซึ่งเป็นหนังเกี่ยวกับเอดส์และนักโทษสาวในคุก ได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยมที่เทศกาลหนัง Black International Cinema ที่กรุงเบอร์ลินด้วย
ผมไม่รู้ว่าคุณเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาทำงาน แต่ผมเข้าใจเอาเองว่า คุณคงใช้ชีวิตของตัวเองเป็นเสมือนหนึ่งงานศิลปะจัดวางชิ้นหนึ่ง คุณทำทุกอย่างเพื่อต่อต้านกับแรงกดดันทางการเมือง คุณพยายามใช้ชีวิตเพื่อแสดงให้ผู้คนเห็นและรู้ถึงประเด็นการต่อสู้ของคุณ คุณไม่ได้เพียงแต่พูดหรือเขียนหรือแสดงหรือทำหนัง แต่คุณใช้ชีวิตแบบกะหรี่ และภาคภูมิใจที่จะบอกใครต่อใครว่าคุณเป็นกะหรี่ และเป็นกะหรี่ที่เป็นกวี เป็นนักทำหนัง เป็นนักแสดง เป็นศิลปิน เป็นนักต่อสู้ทางการเมือง ทว่าก็ยังเป็นกะหรี่
ผมรักความกล้าหาญของคุณเหลือเกินครับ, แคโรล
มีบ่อยครั้ง ที่ผมอยากเดินออกไปจากชีวิตของตัวเอง ไม่ถึงขั้นต้องเดินอ้างว้างอยู่กลางถนนสายดำมืดของลอสแองเจลิสยามดึกเหมือนที่คุณและเพื่อนๆของคุณทำและเคยทำหรอกครับ, เพียงเดินออกไปเท่านั้น-ผมก็ไม่กล้าเสียแล้ว
ผมขี้ขลาดเกินไปใช่ไหมครับ-แคโรล คงเพราะเหตุนี้เอง ผมจึงรักความกล้าหาญของคุณ
ขอบคุณการใช้ชีวิตของคุณครับ
จากผม
คนขลาดกลัวธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ป.ล. ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบคำว่ากะหรี่ (ถ้าคุณแปลมันออกน่ะนะครับ) เพราะคำนี้มีนัยเลวร้ายต่ำช้า พูดขึ้นมาก็เหมือนชี้หน้าด่า เป็นคำที่มีความหมายติดลบ เหมือนคำว่า whore หรือ slut ในภาษาของคุณ ซึ่งคุณก็ไม่ชอบ คุณเลยต้องประดิษฐ์คำว่า sex worker หรือผู้ใช้แรงงานทางเพศขึ้นมาแทน ซึ่งผมก็ชอบนะครับ แต่ผมคิดว่า คำว่ากะหรี่ แม้จะมีความหมายเลวร้าย แต่ถ้าเรากลับด้าน พลิกความหมาย แล้วบอกว่าถูกต้องแล้ว ฉันเป็นกะหรี่ ฉันเป็นในสิ่งที่สังคมตราหน้า แต่ฉันก็ภูมิใจที่จะเป็น ฉันไม่มีปัญหาอะไรกับชีวิต เพราะฉะนั้นการตราหน้าของพวกคุณต่างหาก-ที่เป็นปัญหาสำคัญของโลก ที่สำคัญ ผมรักคำนี้ ผมคิดว่ามันเป็นคำที่ไพเราะกว่าคำอื่น ตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้ง และที่จริง เราทุกคนล้วนเป็นกะหรี่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง



