ถึง อลัน กรีนสแปน
บ้าน 534
16 มีนาคม 2547
อลันครับ
ผมได้ข่าวคุณเสมอ ผมรู้ว่าคุณเป็นหนึ่งในผู้นำโลกที่มีอิทธิพลกับผมและผู้คนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างยิ่ง แค่คุณประกาศขึ้นดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ย หรือล่าสุดที่คุณประกาศว่าดอกเบี้ยต่ำๆ อย่างนี้คงจะต่ำกันไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็ล้วนแต่ส่งผลให้ตลาดหุ้น ไม่ว่าจะเป็นดาวน์โจนส์ เอสแอนด์พี แนสแด็ก ขึ้นๆ ลงๆ ไหลรูดไปตามลมที่เป่าออกจากปากของคุณทั้งนั้น
ใครๆ ก็ดูเหมือนจะเชื่อและหวั่นไหวไปกับถ้อยคำของอลัน กรีนสแปน เสมอ
อลันครับ ผมอยากเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงคุณ เพราะผมเพียงแต่สงสัยว่า ทุกวันนี้คุณยังมีเวลาหยิบคลาริเน็ตขึ้นมาเป่าอีกบ้างไหม หรือว่าหลังออกจากจูลิอาร์ด โรงเรียนดนตรีที่ดีที่สุดของอเมริกา (และบางที-อาจของโลก) แล้ว คุณก็สิ้นหวังกับมัน และไม่เคยหยิบคลาริเน็ตขึ้นมาเป่าอีก
ถ้าคุณเห็นปี่คลาริเน็ตแล้วเจ็บปวด ผมก็ไม่อาจว่าอะไรคุณได้ ผมก็เคยสิ้นหวังกับเปียโนเหมือนคุณ จนรามือหยุดมันไปเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะผมพ่ายแพ้การแข่งขันเปียโนครั้งหนึ่งเท่านั้น
ผมไม่มีสิทธิไปต่อว่าหรือแม้แต่ขอร้องให้คุณหยิบคลาริเน็ตขึ้นมาเช็ดฝุ่นหรอกครับ เพียงแต่เมื่อวานนี้ ผมเพิ่งเปิดซีดีเพลงแจ๊ซของสแตน เก็ตซ์ ฟัง เขาเล่นเพลง My Funny Valentine ร่วมกับเจ.เจ. จอห์นสัน และวงออสการ์ ปีเตอร์สันทริโอ,
และผมอดคิดไม่ได้ว่า บางขณะของชีวิต เก็ตซ์อาจคิดถึงคุณและเสียงคลาริเน็ตของคุณ
แต่มันก็เป็นเพียงช่วงหนึ่งของชีวิตวัยหนุ่มใช่ไหมครับ ช่วงหนึ่งที่อาจผิดพลาด และดีแล้วที่คุณกลับตัวทัน ไม่อย่างนั้น คุณก็อาจเป็นได้แค่นักดนตรีกระจอกคนหนึ่งในบรรดานักดนตรีจำนวนนับล้านๆคนของอเมริกาเหนือ คุณคงไม่มีทางก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าได้เหมือนกับสแตน เก็ตซ์ เพื่อนรักของคุณหรอก
เขาบอกว่า ถ้าจะทำอะไรผิดพลาด ให้รีบทำเสียตั้งแต่ยังหนุ่ม ผมเชื่อว่าคุณก็คงคิดอย่างนั้น คุณอาจนึกดีใจเสียด้วยซ้ำ ที่ได้ทำผิดพลาดด้วยการตัดสินใจจะเป็นนักดนตรีเสียตั้งแต่ยังไม่ยี่สิบปี และแม้คุณจะสอบเข้าเรียนในจูลิอาร์ดได้ แต่คุณก็ตระหนักว่านั่นคือความผิดพลาด เพราะคุณไม่มีทางเป็นนักดนตรีฝีมือยอดเยี่ยมของโลกได้ คุณจึงตัดสินใจเลิกเรียนดนตรี และหันมาเรียนต่อทางด้านธุรกิจที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค
คุณคงดีใจ ที่ทำผิดพลาดรวดเร็ว และแก้ไขความผิดพลาดนั้นรวดเร็วอีกเช่นกัน
แต่ผมกลับสงสัย
ผมสงสัยว่า คุณเคยคิดถึงวันเวลาสมัยเรียนไฮสคูลบ้างไหม เมื่อคุณนั่งถกเถียงเรื่องดนตรีกับสแตน เก็ตซ์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเบนนี่ กู๊ดแมน-นักดนตรีแจ๊ซผู้ยิ่งใหญ่ คุณเคยนึกอิจฉาเก็ตซ์บ้างไหม ที่เขาเป็นหนึ่งเดียวกับแซกโซโฟนของตัวเองได้จนแทบไม่ต้องหายใจ และนำเพลงของคาร์ลอส โจบิม อย่าง Girl from Ipanema มาเล่นในแนวแจ๊ซจนกลายเป็นเพลงประจำตัวที่โด่งดังและสร้างให้สแตน เก็ตซ์ เป็นนักดนตรีแจ๊ซที่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงสูงสุดคนหนึ่ง,
ก็เหมือนที่คุณกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อวงการการเงินโลกนั่นแหละ
บางทีเก็ตซ์อาจนึกอิจฉาคุณก็ได้ใช่ไหม
ผมชอบติดตามความคิดของคุณ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเศรษฐกิจการเงินโลกมากนักหรอก แต่ผมชอบดูปฏิกิริยาของผู้คนที่เกิดขึ้นหลังได้ยินคำประกาศโน่นนี่ของคุณ คุณมักทำให้ผมทึ่ง เพราะหลายปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคิด บางทีอาจเป็นเพราะผมโง่เกินกว่าที่จะเข้าใจโลกแห่งทุนนิยมใบนี้ ใบที่คุณมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มัน อย่างเช่น เมื่อคุณประกาศว่าดอกเบี้ยต่ำๆไม่ควรจะต่ำอยู่นานเกินไป แทนที่ผู้คนจะโห่ร้องดีใจ เพราะเวลาเอาสตางค์ไปฝากธนาคาร จะได้มีดอกเบี้ยสูงเสียที แต่หุ้นกลับตกกราวรูด ผู้คนกลับโห่ร้องไม่พอใจ ผมได้แต่คิดว่า บางทีเมื่อคุณกระตุ้นให้ผู้คนใช้จ่ายและกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้คนก็อาจคุ้นเคยกับการเป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป พวกเขาอาจสนุกสนานกับการกู้เงินมาเล่นหุ้น (ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผมไม่เคยเข้าใจได้) หรือขยายธุรกิจของตัวเองอย่างผลีผลาม ทำให้ทุกอย่างพร้อมล้มครืน หากมีปัจจัยอะไรเปลี่ยนแปลงแม้เพียงนิดเดียว โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องดอกเบี้ย
ผมคิดว่าคุณเป็นคนมีเมตตา ที่มักออกมาประกาศโน่นนี่เพื่อเตือนผู้คนให้เตรียมพร้อม ไม่เหมือนเมื่อคราวประเทศของผมประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งจนบัดนี้คนไม่มีเมตตาคนนั้นก็ยังลอยหน้าลอยตาลอยนวลอยู่ในสังคมนี้ได้สบายๆ ผมรู้สึกว่า คุณอาจเป็นเฟืองจักรตัวใหญ่ที่ขับเคลื่อนทุนนิยมก็จริงอยู่ แต่ในเวลาเดียวกัน คุณกลับปฏิบัติตัวเป็นเหมือนน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรตัวนั้นด้วย คุณคอยดูแลมันอย่างเข้าใจ ไม่ให้มันเคลื่อนที่เร็วเกินไป และไม่ให้ฝืดเกินไปจนพังทลายลงมา
ในแง่หนึ่ง ผมจึงชิงชังคุณ แต่ในอีกแง่หนึ่ง ผมกลับชอบคุณ
ผมคิดว่า พื้นฐานเรื่องดนตรีแจ๊ซและความเข้าใจในเสียงประสานกับการไล่โน้ตขึ้นไปตามบันไดเสียงให้สอดคล้องกับเสียงประสาน น่าจะมีส่วนในการฝึกให้สมองของคุณคุ้นเคยกับการทำงานบางแบบในบางพื้นที่ของสมอง ทำให้คุณไม่เอาแต่ได้ ช่างบังคับ ดื้อดึง หัวรั้น ไม่พยายามทำความเข้าใจคนอื่น สักแต่สั่ง และปากพล่อยเหมือนซูเปอร์ซีอีโอบางคนที่ไม่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมโอบเอื้อในระหว่างการเติบโต
ผมอยากให้คุณได้ดูหนังเรื่องโหมโรง หนังที่สอนพวกเราอย่างตรงไปตรงมา (แม้จะทื่อไปหน่อย แต่ก็ลงตัวในความทื่อนั้นได้อย่างน่าแปลก) ว่าวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องที่ใครจะบังคับกันได้ ผมไม่แน่ใจว่า ซูเปอร์ซีอีโอบางคนได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว สาระของหนังกะเทาะกะโหลกเข้าไปถึงสมองได้บ้างหรือไม่ เพราะซูเปอร์ซีอีโอบางคนทำได้เพียงสั่งเยี่ยงเผด็จการ แต่ไม่เข้าใจน้ำเนื้อความเป็นคนและวิถีชีวิตของผู้คนที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นวัฒนธรรม ซูเปอร์ซีอีโอบางคนไม่เหมือนคุณครับ-อลัน คุณน่ะ เข้าใจผู้คนว่าผู้คนโลภโมโทสันกันถึงเพียงไหน ผมคิดว่า ในบางค่ำคืน คุณอาจนั่งอยู่ข้างเตาผิง และนึกสังเวชคนอเมริกันอยู่ลึกๆก็ได้ ที่พวกเขา (มัน) เอาแต่กอบโกยและแย่งชิงทรัพยากรจากส่วนอื่นๆของโลก และสอนวิธีคิดแบบแย่งชิงกอบโกยให้กับคนโง่ๆในประเทศโลกที่สามด้วย จนก่อกำเนิดเป็นซูเปอร์ซีอีโอบางคนที่ยึดทุนนิยมเป็นสรณะ เพียงเพราะเขาโชคดีทำธุรกิจประสบความสำเร็จถูกจังหวะเท่านั้นเอง เมื่อคุณเข้าใจความโลภโมโทสันของผู้คนและมีเมตตา คุณก็ไม่ทำอะไรหักด้ามพร้าด้วยเข่า ทว่ากลับค่อยๆประกาศนั่นนี่ เพื่อสร้างความพร้อมให้กับตลาดและผู้คน บอกพวกเขาว่า ให้ลดความโลภลงบ้าง ก่อนที่คุณจะทำอะไรลงไป
เขาบอกว่า เมื่อมนุษย์เราตายลง น้ำหนักของเราจะลดลง 21 กรัม มันคือน้ำหนักของวิญญาณใช่ไหมครับอลัน
ผมอยากรู้ว่า เมื่อน้ำหนักของคุณหายไป 21 กรัม คุณอยากพาอะไรไปกับจิตวิญญาณของคุณบ้าง
โลกที่สับสนวุ่นวายไปด้วยตัวเลขและการแย่งชิง
หรือดนตรีของสแตน เก็ตซ์-เพื่อนรักในวัยเด็กของคุณ
จากผม
แฟนดนตรีแห่งตัวเลขของคุณ



