Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
open guest room
ห้องรับแขก open


บันทึกการประชุมสภาตีความตุลากวน

- บุญชิต ฟักมี -


บันทึกการประชุมสภาตีความตุลากวน

ณ ห้องประชุมเปาเปียว ชั้นสอง

ผู้มาประชุม ... ... ... ....

เริ่มประชุม เวลา ๙.๐๐ น. แต่ท่านเปาฯ มาพร้อมกันในเวลา ๙.๑๕ น.

วาระที่หนึ่ง เรื่องประธานแจ้งให้ทราบ

ประธาน “สวัสดีครับ ท่านเปาที่รักทุกท่าน ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบว่า การประชุมสภาตีความตุลากวนนอกสถานที่ ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดโลเลบุรี ซึ่งท่านเปาหลายท่านได้มาเปรยต่อท่านตีนโรงฯ ว่าไม่เคยไปเที่ยวนั้น บัดนี้ทางสำนักตีนโรงฯ ได้จัดให้แล้วตามคำขอ โดยเราจะเดินทางไปจังหวัดโลเลบุรีในเดือนหน้า ส่วนโปรแกรมการเที่ยว เอ๊ย พบปะราษฎรในพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัดโลเลบุรีนั้น สำนักตีนโรงฯจะดำเนินการเซ็ทให้อยู่กะร่องกะรอยต่อไป แต่เพื่อไม่ให้ชาวบ้านนินทา เราจะพ่วงเอาการประชุมเรื่อง “ขนมจีนน้ำยา ถือเป็นอาหารหรือเวชภัณฑ์” เข้าไปในโปรแกรมของเราด้วย”

(ท่านเปาเป่าปากเปี้ยวป๊าว)

“ส่วนข่าวร้ายที่ผมจะแจ้งให้ทราบ คือ ตามที่กฎไหสูงสุดกำหนดไว้ว่า ให้สภาเอมไพร์ส่งคนมาช่วยเราตีความตุลากวนจำนวนสองคนนั้น บัดนี้ทางสภาเอมไพร์แจ้งมาว่า สภาเอมไพร์ได้ประชุมกันแล้ว เห็นว่าชาวเอมไพร์นั้น จะหาผู้ใดทรงภูมิปัญญาและวิจารณญาณ และความสามารถในการให้เหตุผลในการตีความ เทียบเท่าท่านเปาแห่งสภาตีความของเราก็หาไม่มีแม้แต่คนเดียว ซึ่งมาตรฐานของสภาตีความเรานั้นสูงมาก ใครอ่านคำชี้ขาดแล้วก็เป็นอันอ้าปากค้างด้วยความตะลึงในจินตนาการอันล้ำลึกของเรา ดังนั้นสภาเอมไพร์จึงขอบาย ไม่ส่งคนมาร่วมสนุกกับเรา เว้นแต่ในภายภาคหน้าเราจะปรับลดมาตรฐานลงเสียบ้างค่อยมาคุยกันใหม่ จึงเรียนมาเพื่อทราบ...”

(ท่านเปาพึมพำ เพราะเสียดาย นึกว่าจะได้รับน้องใหม่)

วาระที่สอง : รับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว

นายตีนโรงฯ “จากที่คราวที่แล้ว ท่านเปาได้ตีความในญัตติว่า “หัวหอมเล็ก หมายความถึงอะไรบ้าง” นั้น ท่านได้มีมติเสียงข้างมาก 4-4-3 ว่า หอมใหญ่ที่หัวเล็กๆหน่อย อาจถือเป็นหัวหอมเล็กก็ได้ บัดนี้ทางตีนโรงได้ทำบันทึกการประชุมมาเพื่อรับทราบแล้ว โปรดเซ็นให้พร้อมเพรียงกัน

(ท่านเปาเกี่ยงกันว่าใครจะเซ็นก่อนเซ็นหลัง คนเซ็นหลังไม่เท่ อ้ะ กรูอาวุโส ให้คนอายุน้อยกว่าเอาไปเซ็นก่อนกรูถึงจะเซ็นให้ วันนี้ฤกษ์ไม่ดี เอ๊ย ผมขอเอาไปอ่านก่อนได้ป่าว ท้องผูกมาหลายวันละ เอ๊ะ ตรงนี้ผมได้พูดไว้นี่หว่าว่าหอมกับกระเทียมมันเป็นคนละเรื่อง ทำไมคุณไม่เขียนลงไปวะ เฮ้ย ถ้าไม่เติมให้กรูไม่เซ็นโว้ย ฯลฯ )

วาระที่สาม : การตีความเรื่อง “ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ถือเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือก๋วยเตี๋ยวแห้ง”

ท่านเปาจรวย “เรื่องนี้ผมบอกแล้วไงว่าเราไม่ควรรับตีความ คุณอ่านหนังสือกันไม่ออกหรือ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าน่ะ มันไม่มีทั้งคำว่า “แห้ง” และคำว่า “น้ำ” ซึ่งเมื่อมันไม่เขียนไว้ มันจะเข้าพวกเขาได้อย่างไรละครับ คุณ ป้ะธ่อ”

ท่านเปาปัญญา (นั่งส่องพระ พลางพึมพำคาถายอดพระกัณฑ์ตรีปิฎก)

ท่านเปาเอกพล “ผมคิดว่า เรื่องนี้ เราต้องลองเอามือแตะดูครับท่านประธาน ว่าถ้าเรารู้สึกว่ามันไม่แห้ง มันก็ต้องเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำแน่นอน”

ท่านเปาเสงี่ยม “เอ ท่าน แต่ก๋วยเตี๋ยวแห้งมันก็ยังมีน้ำขลุกขลิกนา แต่ผมเห็นว่าก๋วยเตี๋ยวแห้งต้องโรยถั่วด้วย ถึงจะอร่อย”

ท่านประธาน “อืม น่าสนใจ การมีน้ำขลุกขลิกน่าจะมีนัยสำคัญต่อการพิจารณาถึงความเป็นแห้งเป็นน้ำของก๋วยเตี๋ยวได้ หากก๋วยเตี๋ยวแห้งมีน้ำขลุกขลิกได้ เราก็ต้องพิจารณาว่า น้ำราดของราดหน้านั้นถือเป็นน้ำขลุกขลิกหรือไม่ ดังนั้นราต้องหานิยามของคำว่า “น้ำขลุกขลิก” ให้ได้เสียก่อน”

ท่านเปาศิรบาศก์ “อ้ะ ไม่ได้นะคุณ คนขอให้ตีความเขาขอให้ตีความแค่ว่าก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งหรือน้ำ หากเราไปพูดเรื่องน้ำขลุกขลิกอะไรนั่น เป็นการตีความนอกสำนวน เพิ่มจากคำถาม เราตีความให้ไม่ได้หรอก”

ท่านประธาน “เอ่อ สภาตีความของเราไม่เหมือนสภาตาชั่งหรอกคุณ เราสามารถตีความได้ตามต้องการเพื่อให้ได้คำตอบตามที่เขาขอมาตะหาก”

ท่านเปาศริบาศก์ “ไม่ได้หรอกท่าน สภาไม่ว่าจะสภาไหน สภาตาชั่ง สภาเจได สภาเอ็มไพร์ หรือแม้แต่สภากาชาด สภามวยโลก หรือโอสถสภาเต็กเฮงหยู ต่างก็มีกฎว่าห้ามตีความเกินคำถามทั้งนั้น ไม่เชื่อถามท่านเปาปัญญาดูซี”

ท่านเปาปัญญา (ยังคงนั่งส่องพระ พลางพึมพำคาถายอดพระกัณฑ์ตรีปิฎกต่อไป)

ท่านเปาแมนสรวง “ผมเห็นว่า สาระสำคัญของก๋วยเตี๋ยวน้ำคือการซดน้ำ หรือการมีน้ำซุป และกินก๋วยเตี๋ยวไปกับน้ำซุป ดังนั้นก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ไม่มีน้ำซุปให้ซด น้ำราดหน้านั้นมีไว้กินเหมือนซอส เหมือนกับซอสพาสต้า ดังนั้นราดหน้าคงจะกล่าวว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำไปไม่ได้”

ท่านเปาเอกพล “คุณเคยกินบะหมี่แบบฮ่องกงไหมล่ะ นั่นน่ะ บะหมี่แห้งเขาจะมีน้ำซุปถ้วยเล็กๆ มาให้ซดเล่นถ้วยหนึ่ง ถ้าคุณมองว่า การมีน้ำซุปไว้ซดเป็นสาระสำคัญของก๋วยเตี๋ยวน้ำแล้ว ก๋วยเตี๋ยวแห้งฮ่องกงทั้งหมดจะถือเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำไปทั้งหมดทันที ซึ่งขัดต่อหลักก๋วยเตี๋ยวธรรมเป็นอย่างยิ่ง”

ท่านเปาแมนสรวง “เออ จริงของคุณว่ะ”

ท่านประธาน “ท่านเปาเสงี่ยม มีอะไรจะเสริมไหม”

ท่านเปาเสงี่ยม “ผมว่าราดหน้าจ๊ากี่ แถวอนุสาวรีย์ชัยอร่อยที่สุดแล้วครับท่านประธาน”

ท่านเปาปัญญา (วางคันฉ่องส่องพระลง) “เรื่องนี้ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรแม้แต่น้อยครับท่าน ผมเห็นว่าเป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญาอย่างยิ่งที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ เพราะประเทศไหของเรามีการรับประธานก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่สมัยท่านจอมพล ป. มาแล้ว สมัยนั้นก็มีเพลง ก๋วยเตี๋ยวเอ้ย... ก๋วยเตี๋ยวมาแล้วจ้า ก๋วยเตี๋ยว...มาแล้วจ้า ก๋วยเตี๋ยวจ้า ก๋วยเตี๋ยว โอ้ย... ของไทยใช้พืชผล เกิดในไทยรัฐทั้งสิ้น ทรัพย์ในดิน หาได้ทั่วไป ช่วยซื้อขายกันให้มั่งมี เพราะไทยเรานี้ ช่วยกัน ตลอดไป ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ตั้งแต่มีกฎไหสูงสุดขึ้นมานั่นแหละ คนมันสงสัยอะไรกันเรื่อยเปื่อย กะอีแค่ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าก็สงสัยว่ามันจะแห้งจะน้ำ ก็กินๆเข้าไป อย่างสงสัยให้มาก ผมละเกลียดนัก พวกช่างสงสัยอะไรแบบนี้ ถ้าไม่มีเงินกินก๋วยเตี๋ยวก็ไปกินข้าวราดแกงแล้วกัน ถูกไหมครับ ผมจะเขียนหนังสือเล่มเล็กๆเรื่อง “ปัญหาก๋วยเตี๋ยวที่เบาหวิวเหลือทน” ออกมาแน่ๆ ถ้ายังไม่เลิกเถียงกัน”

ท่านเปาปั่น “ผมติดใจนิดเดียวครับท่าน ว่าการที่ผู้ตั้งประเด็นเสนอมาว่า ก๋วยเตี๋ยวราดหน้านั้นไม่จัดเข้าพวกกับก๋วยเตี๋ยวใด แต่เป็นก๋วยเตี๋ยวอีกชนิดหนึ่ง ทฤษฎีนี้ได้รับการยอมรับหรือไม่ ? เพราะผู้อ้างได้ยกตัวอย่างพาสต้าของอิตาลี ก๋วยจั๋บญวน ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนไม่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การนำตัวอย่างจากประเทศเหล่านี้มาปรับใช้กับไหแลนด์ เกรงว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และแสดงให้เห็นว่าไม่มีความจงรักภักดีต่อสภาบันสูงสุดด้วย ผมเห็นว่าไม่ควรนำประเด็นนี้มาพิจารณา ของคุณครับ”

เปาเสงี่ยม (หาว)

ท่านประธาน “ผมว่าเที่ยงแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า มีอะไรกินละหือ วันนี้ ท่านตีนโรงฯ”

ตีนโรงฯ “เราจัดก๋วยจั๊บไว้ครับ”

ท่านประธาน “ตกลงก๋วยจั๋บนี่มันเป็นก๋วยเตี๋ยวไหม ?”

ท่านเปาจรวย “เขียนก็ไม่เหมือนกันแล้วท่าน”

............................................................

วาระสุดท้าย

นายบรรทัด เงยหน้าขึ้นจากกระดาษเอสี่แผ่นนั้นด้วยสีหน้าขุ่นมัว

“ไอ้เจียก มึงอยากตกงานไหม”

“ไม่ครับ”

“ไม่อยากตกงาน มึงเอารายงานการประชุมหอยหลอดเนี่ยลงเครื่องย่อยเอกสารไป แล้วเขียนมาให้กูใหม่ ไม่ต้องลงทุกคำพูดก็ได้ เข้าใจไหม ไอ้เปรต !



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter