Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
ด้วยเหตุด้วยผล
อติรุจ ตันบุญเจริญ


จากม๊อบเบียร์ช้างถึงกฎหมายตราสามดวง

ค่ำวันหนึ่ง ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางผ่านบริเวณถนนพระรามหก ช่วงหน้ากระทรวงการคลัง ผมและผู้โดยสารของผมพบกับคลื่นมหาชนลูกใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเขาอาจจะยังจัดงานบริโภคลำไยช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยที่สนามหลวงยังไม่อิ่ม เลยมาจัดต่อที่นี่ แต่ดูไปดูมา คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วงคัดค้านอะไรสักอย่าง เนื่องจากเป็นภาพที่ชินตาผมพอดู ในระยะเวลาเกือบสองปีที่ทำงานในบริเวณเดียวกับกระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะเป็นม๊อบไฟฟ้า ม๊อบหวย ม๊อบสารพัดม๊อบ

แล้วหมู่มวลมหาชนเหล่านั้น ก็เป็นม๊อบอย่างที่คาดจริงๆครับ

ม๊อบที่ว่าคือ “ม๊อบเบียร์ช้าง” ที่ครั้งหนึ่งเคยปักหลักอยู่หน้าบริเวณตลาดหลักทรัพย์แถวคลองเตย ม๊อบที่เด็กๆนักเรียนนักศึกษา และพระภิกษุร่วมกันคัดค้านกันเหลืองอร่าม สวดชยันโตคัดค้านโขลงช้างพาเหรดเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทำนองว่าจะเป็นการมอมเมาเยาวชน และเป็นการส่งเสริมอบายมุข

ตอนนี้พี่แกย้ายวิกมาพระรามหกแล้วครับ

ผมนั่งคิดเล่นๆ พร้อมกับคุยกับสองศรีพี่น้องผู้โดยสารของผมไปด้วยว่า เดี๋ยวนี้เราคงเอาประเด็นศีลธรรมอันดีของประชาชน มาเป็นข้อต่อสู้เรียกร้อง สนับสนุน หรือแม้แต่คัดค้าน การกระทำใด หรือเหตุการณ์ใด สักอย่างได้ยากยิ่ง เนื่องจากดูเป็นเรื่องเลื่อนลอย ล่องลอย อัตวิสัย อธิบายไม่ได้ โดยเฉพาะในโลกที่ซับซ้อนหลายมิติ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยมิติแห่งความผิดชอบชั่วดีอันเป็นสากลของสังคมได้อีกต่อไปแล้ว

โดยเฉพาะหากสิ่งนั้นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ บนโลกทุนนิยม ที่บังเอิญมันก็ไม่ผิดกฎหมายเสียด้วย จะเอาอะไรไปห้าม จะเอาอะไรไปคัดค้าน ในเมื่อประโยชน์ที่จะได้ในเชิงศีลธรรม มันเทียบไม่ได้กับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

ผมไม่ใช่พวกศีลธรรมจ๋า และตั้งตัวเองอยู่ในวงแห่งศีลแห่งสัจ เสียจนละเมิดไม่ได้ เป็นนักบุญนักบวช ถือวัตรเคร่งศีล บนหัวนอนมีพระไตรปิฎก ไม่เคยทำผิดศีลธรรม อะไรขนาดนั้น ผมรู้สึกเฉยๆหากเบียร์ช้าง หรือสิงห์ หรือแรดที่ไหนจะเดินพาเหรดเข้าตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้ทุรนทุรายฟูมฟาย จะเป็นจะตาย อะไร

อีกอย่าง ผมก็ไม่ใช่คอสุรา คอแอลกอฮอล์ แม้จะกินได้ แต่ก็ไม่พิสมัยอะไรขนาดนั้น ที่สำคัญ ผมไม่ได้เชียร์เอฟเวอร์ตัน!

ดังนั้น ขอแสดงจุดยืนครับ ผมไม่ได้เชียร์ และไม่ได้ต่อต้าน ผมเป็นแค่คนที่สังเกตการณ์ และมองดูเหตุการณ์นี้เป็นเหมือนปรากฏการณ์ของสังคม ที่จะต้องดำเนินไป เหมือนฝนตก เหมือนฟ้าร้อง เหมือนคนต้องกิน และต้องขี้

แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมันก็ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวบางอย่าง

เรื่องราวที่แท้จริงก็อยู่ใกล้ตัวผมพอดู…มันอยู่ในกฎหมายตราสามดวง

ในครั้งหนึ่ง สมัยที่เรายังใช้ระบบ “เจ้าภาษีนายอากร” กันอยู่นั้น ซึ่งหมายถึง การที่พ่อค้า คหบดีรายใด เข้าประมูลขอเก็บภาษีต่างๆ ให้กับหลวง โดยสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์แก่หลวงได้มากที่สุด จะได้รับสิทธิให้เป็นเจ้าภาษีนายอากรในการที่จะไปรีด เอ๊ย ไปเก็บภาษีกับไพร่ฟ้าราษฎรต่อไป ซึ่งแน่ล่ะ การขูดให้มากที่สุดย่อมเป็นผลดีต่อเจ้าภาษีฯ เอง เนื่องจากส่วนต่างที่มากขึ้นจะตกเป็นสิทธิอันชอบธรรมของตน

แต่ใช่ว่าหลวง อันหมายถึงพระบรมมหากษัตริย์ของเราท่านจะเห็นแก่ผลประโยชน์ที่บรรดาเจ้าภาษีนายอากรมาทูลเกล้าฯ ถวาย เท่านั้น ท่านยังมองให้ลึก เจาะให้รอบ ก่อนที่จะทรงตัดสินพระราชหฤทัยลงไป โดยเฉพาะผลกระทบอันจะตกแก่ไพร่ฟ้าของพระองค์

ครั้งนั้น มีขุนน้ำขุนนางจำนวนหนึ่งทูลเกล้าฯขอพระบรมราชานุญาตในการตั้งบ่อนเบี้ยขึ้นในแขวงเมืองราชบุรีสมุทรสงคราม สมุทรปราการ โดยเห็นว่าภาษีที่ได้จากบ่อนเบี้ยที่ตั้งขึ้นนั้น จะสร้างรายได้ให้แก่คลังหลวงอย่างมหาศาล และคิดว่าพระองค์จะทรงเห็นแก่ประโยชน์ดังกล่าวด้วย

ผิดคาดครับ พระองค์ไม่ทรงเล่นด้วย เหตุผลเหรอครับ คัดมาให้อ่านครับ “ทรงพระตำริะว่าผู้มีชื่อฟ้องให้กราบทูลทังนี้ ผิดหย่างทำเนียมแต่บูราณราช แลกระทำให้ไพร่ฟ้าอนาประชาราษฑรทังปวงได้ความเดือดร้อนขัดสนสืบไป” ซึ่งมันยิ่งใหญ่กว่าบรรดาผลประโยชน์ที่พระองค์จะทรงได้รับ

ผลเหรอครับ ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ออกญารัตนาธิเบศ สมุหมณเฑียรบาล ให้เอาบุคคลทั้งหลายที่เล่นเสนอพิเรนทร์เหล่านั้น มาลงพระราชอาญา เฆี่ยนคนละหวายบ้างสองหวายบ้าง แล้วให้ริบราชบาตเอาบุตรภรรยามาเป็นคนของหลวง ตามโทษานุโทษ

อยู่ดีไม่ว่าดีจริงๆ

นอกจากนั้นยังทรงมีพระบรมราชโองการความว่า แต่นี้สืบไปหากมีผู้มาประมูลพระราชทรัพย์ขึ้นพระคลังหลวง ด้วยความชอบธรรม ตามอย่างธรรมเนียมโบราณนั้น ให้ปรึกษาดู ถ้าเห็นควรก็ให้กราบบังคมทูลได้ แต่หากเห็นว่าการประมูลนั้นผิดอย่างธรรมเนียมโบราณ มิควรให้มีการประมูล ก็ให้บรรดาลูกขุนตัดสินอย่ารับประมูล และมีโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนด้วยนะครับ

โดย…

“ให้ริบราชบาดเอาบุตรภรรยาทาษชายหญิงทรัพย์สิ่งสีนให้สิ้นเชิง แล้วให้เอาตัวผู้ฟ้องประมูลนั้นเปนโทษถึงตาย แลให้เอาตัวผู้ชักนำให้เอาความมาว่ากล่าวเปนโทษจงหนัก”

เข้ากับสถานการณ์นะครับ พาลได้คิดเผื่อไปสำหรับ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ด้วยครับ

ถ้าคนคิดเกิดในสมัยนั้นล่ะก็

สงสัยได้เป็น “ตะพุ่นหญ้าช้าง” หรือไม่ก็ “คนน้ำร้อน” กันทั่วหน้า



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter