Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
With Words That Appear Like Bats
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์


การปฏิรูปทางการเมืองเป็นมากกว่าการซ่อมเครื่องยนต์

เคยมีคนบอกว่า โรงพยาบาล และ อู่รถ เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งก็คือเมื่อคุณรู้แน่ว่าคุณป่วยและจะต้องถูก “ซ่อม” ... แต่คุณไม่รู้ว่าจะโดนซ่อมอย่างไร ...

ผมเห็นว่าในการพูดถึงการปฏิรูปการเมือง(ครั้งที่สอง)ในความหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะในบางมาตรา หรือทั้งฉบับ ที่จะสะท้อนถึง ความเชื่อมั่นและศรัทธาในการนำเอารัฐธรรมนูญมากำหนดกติกาและกำกับพฤติกรรมทางการเมืองของทั้งตัวผู้ปกครองเองและตัวประชาชน ที่เรียกว่า Constitutionalism นี้จะต้องเข้าใจประเด็นที่สำคัญอย่างน้อยสองประการ

๑. เรากำลังพูดถึงรัฐธรรมนูญในฐานะกฎกติกาทางการเมือง ที่รวมไปถึงการสร้างสถาบันทางการเมืองจำนวนมากขึ้นมาเพื่อกำกับพฤติกรรมของรัฐบาล และกลุ่มพลังต่างๆในสังคม อาทิ การมีองค์กรอิสระ การกำหนดคุณสมบัติของผู้มีส่วนร่วมทางการเมือง และผู้แทนทางการเมือง โดยผู้ที่ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญมักจะเชื่อว่า ตนนั้นมีความเข้าใจสังคมวิทยาทางการเมืองเป็นอย่างดี จึงได้ประดิษฐ์คิดค้น สถาบันทางการเมืองและกฎกติกาทางการเมืองต่างๆออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อรับมือกับความเป็นไปทางการเมืองที่เกิดขึ้น

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง จากงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน กลับพบว่าการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมี “รายจ่าย” ที่ต้องจ่ายเป็นอย่างมาก อาทิ อคติของการส่งเสริมให้องค์กรทางการเมืองของประชาชนในการเมืองระดับชาติต้องเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ โดยเชื่อว่าพรรคขนาดใหญ่ = พรรคที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน ในขณะที่พรรคขนาดใหญ่ยังเป็นศูนย์รวมของกลุ่มก้อนทางการเมือง และขาดความละเอียดอ่อนในประเด็นทางการเมืองที่หลากหลายกว่าการเลือกข้างและสร้างขั้วความขัดแย้ง (ตรงข้ามกับการสนทนาในสื่อสาธารณะอื่นๆที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละเรื่องอาจมีจากหลายฝ่าย) ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารตรวจสอบคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจากพรรคเสียงข้างมากได้เลย

การส่งเสริมให้ประชาชน(ห้าหมื่นชื่อขึ้นไป)สามารถริเริ่มกระบวนการกำหนดกติกา ตรวจสอบและกดดันรัฐบาล มีต้นทุนสูงมาก (อาทิเรื่องป่าชุมชนที่มีการผลักดันอย่างยาวนานและยังไม่สิ้นสุด) และประชาชนผู้ผลักดันจะต้องเป็นผู้ที่แบกรับเสียเอง (ขณะที่พรรคการเมืองเล็กๆที่ปรากฏตัวตอนเลือกตั้งแต่ไม่เคยผลักดันประเด็นสาธารณะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐสภา)

การดำรงอยู่และดำเนินงานขององค์กรอิสระต่างๆในรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถลดจำนวนการทุจริตได้ หากแต่ทำให้การทุจริตเปลี่ยนแปลงรูปลักษณะทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพไปในระดับที่องค์กรอิสระเหล่านั้นไม่สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ รวมทั้ง การติดขัดในการแต่งตั้งและดำเนินงานขององค์กรอิสระที่ผ่านมาทำให้กระบวนการสร้างความยุติธรรมให้แก่ประชาชนล่าช้า และผู้แบกรับต้นทุนกลับกลายเป็นประชาชนเองมากกว่าผู้ที่ควรจะถูกลงโทษ

๒. บรรดา “ช่างกฎหมายและอรหันต์การเมือง” ทั้งหลายละเลยเรื่องรายจ่ายในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเองที่ทำได้ยากจนเกินไป และไม่สามารถคิดค้นและนำเสนอการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในฐานะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ได้รับการยอมรับว่าชอบธรรมจากตัวรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได้ (ขณะที่ช่างยุคก่อนใช้วิธีการวางบทเฉพาะกาลเอาไว้เพื่อให้สังคมผลักดันต่อรองกันในระยะเวลาหนึ่ง) จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในฐานะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองกลายเป็นเรื่องของการท้าทายความชอบธรรมของรัฐที่ผ่านมามีความเป็นไปได้ในสามลักษณะ คือ ๑.ใช้การเมืองนอกสภากดดันรัฐบาลให้ลาออกหรือยอมรับผิด (นั่นคือใช้หลักการเสรีภาพทางการเมืองเป็นหลักการหลักในต่อสู้มากกว่าสถาบันทางการเมืองอื่นๆที่บรรดาช่างและอรหันต์การเมืองเสนอเอาไว้) ๒. “นึกถึง” การประหารรัฐด้วยอำนาจทหารซึ่งไม่ได้ระบุว่ามีหน้าที่ดังกล่าวในรัฐธรรมนูญ และ ๓. “เรียกร้อง” ให้เกิดการถวายพระราชอำนาจคืนเพื่อให้พระราชทานอำนาจกลับคืนสู่ตัวแทนประชาชนอีกชุดหนึ่ง (ซึ่งไม่ค่อยพ้นครูช่าง ช่าง และอรหันต์ทางการเมือง) ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการดังกล่าวอาจกระทำได้โดยสภาวะอนาธิปไตยทางการเมือง หรือการบีบให้รัฐบาลและสภาเสียงข้างมากยอมจำนนต่อพลังกดดันทางการเมืองนอกสภาผ่านการแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสถาบันตัวแทนแห่งใหม่ที่ไม่ใช่สถาบันตัวแทนในสภาเดิม

ทำไมบรรดาช่างซ่อมรัฐธรรมนูญเหล่านั้นไม่กล้าเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญสักทีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดีนั้นควรจะแก้ไขโดยตัวแทนประชาชนอีกชุดหนึ่ง ด้วยหลักการความชอบธรรมที่ต่างออกไปจากตัวแทนประชาชนที่มีอยู่

เมื่อเราจะต้องมีรายจ่ายจำนวนมากในดำเนินการและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากรัฐธรรมนูญฉบับ “ซ่อมได้” ขนาดนี้ และเราเชื่อว่าไม่มีเจ้าอื่นที่ซ่อมได้ดีกว่านี้ เมื่อช่างเหล่านั้นพยายามบอกเราว่าถึงเวลาต้อง “ซ่อม” หรือ “ยกเครื่อง” กันอีกแล้ว เราอาจจะต้องเจรจาให้ช่างเหล่านี้ลดค่าซ่อมลงให้เราบ้าง และยอมรับกันสักนิดว่าคราวที่แล้วซ่อมผิด มากกว่ามาบอกว่าเราใช้ผิดหรือไม่ดูแลเครื่องยนต์ของเรา

ทางที่ดีเราอาจจะต้องสนใจซ่อมแซมและพัฒนาเครื่องยนต์ของเราด้วยตนเองสักที มากกว่าใช้ไปเรื่อยๆแล้วรอให้ช่างมาดุเราว่าเราใช้และดูแลรักษาไม่ดี ทั้งที่คนจ่ายค่าดูแลรักษาและซ่อมนั้นคือเราแท้ๆ ...

ป.ล. (ช่างครับ ไม่ใช่พ่อ ... ทำไมจะถามและเถียงไม่ได้)

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันพุธที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ หน้า ๔



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter