Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon


open 51

- ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา -

ท่านผู้อ่านที่เคารพ หลังลาพักร้อนไปในฉบับที่ 50 เมื่อตอนต้นปี 2548 ผมได้ทดลองใช้ชีวิตแบบไม่มีเส้นตายรายเดือนมาคอยกำหนด ก็พบว่าเป็นชีวิตที่น่ารื่นรมย์ไปอีกแบบหนึ่ง แม้ว่าในความเป็นจริง เส้นตายทั้งหลายจะยังไม่ได้หมดหายไปจากชีวิตเสียทีเดียว

พลิกสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ดูว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปบ้าง เห็นแล้วก็ตกใจว่า ทำอะไรไปขนาดนี้เชียวหรือ ถ้าเขียนออกมาให้อ่านกันเป็นเล่ม คงได้เล่มหนาๆ ประมาณ October 5 ขนาด 500 หน้าพอได้ แม้อาจจะไม่ได้อยู่ในที่ทางเดียวกัน แต่ประสบการณ์หลายอย่างน่าจะเป็นประโยชน์กับคนหมู่มาก มีจังหวะเมื่อไหร่ จะฉวยไว้ จับใส่หนังสือออกมาทันที

ผมตัดสินใจพัก open ในเดือนกุมภาพันธ์ จัดการงานเตรียมการออกหนังสือเล่มสำหรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเสร็จ ก็เป็นเวลาต้องเดินทางไปอังกฤษ เพื่อร่วมงาน International Young Publisher of the Year 2005 ซึ่งจัดโดย British Council ประเทศอังกฤษ รวมกับเวลาเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัวด้วยก็เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนพอดี

งานนี้บริติช เคาน์ซิล จัดขึ้นเป็นปีแรกมีผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม 10 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนทำหนังสือรุ่นใหม่ๆ จากยุโรปตะวันออก แถบเอเชียนอกจากจอร์แดนแล้วก็มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในโครงการ

อังกฤษเป็นประเทศที่มีตลาดหนังสือใหญ่มาก รายได้จากธุรกิจการพิมพ์ติดหนึ่งในสิบของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ตึกรามบ้านช่องสวยงาม ด้านหน้าเป็นร้านรวงทันสมัย ลึกเข้าไปในถนน ตรอก ซอกซอยที่เราไม่เคยรู้ เต็มไปด้วยสำนักพิมพ์ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ อยู่กันมานานหลายสิบปี บางที่อาจจะถึงร้อยปีหรือมากกว่า

นอกจากนี้ ตามถนนสายสำคัญๆ นอกจากร้านแบรนด์เนมชื่อดัง ร้านอาหารเก๋ๆ ร้านกาแฟที่ตั้งประชันแข่งกันแล้ว ร้านหนังสือขนาดใหญ่มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องพูดถึงแผงหนังสือเล็กๆ ตามสถานีรถไฟ รถใต้ดิน คนที่นี่ติดหนังสือพิมพ์เหมือนติดชา กาแฟและยาสูบ

ผมไปอังกฤษหลายครั้ง ชอบเพราะส่วนหนึ่งมีร้านหนังสือมากทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ไปแต่ละทีไม่เคยมีสักครั้งที่จะได้หนังสือกลับมาน้อยกว่าหนึ่งกระเป๋า ปริ่มๆ ว่าน้ำหนักจะเกินเวลาขนกระเป๋าขึ้นเครื่องทุกครั้งไป

นอกจากจะได้พูดคุยกันเองในหมู่คนทำหนังสือรุ่นใหม่ๆ แล้ว เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทางไปพูดคุยกับบรรดาเจ้าของสำนักพิมพ์ คนทำงาน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจหนังสือทั้งหลายของอังกฤษ ปิดท้ายที่งานลอนดอน บุ๊คแฟร์ ก่อนจะอำลากลับประเทศ

รายละเอียดเยอะครับ เล่าตรงนี้อย่างเดียวคงไม่หมด คงต้องหาโอกาสค่อยๆ เล่าให้ฟังไปตามลำดับ

..........

ปลายปีที่แล้วผมเผลอไปรับปากคุณจิระ มะลิกุล แห่ง GTH เอาไว้ว่าจะทำหนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง มหา’ลัย เหมืองแร่ กลับมายังไม่ทันได้พักก็ต้องเริ่มตะลุยสัมภาษณ์ทันที โชคดีว่าการประสานงานเป็นไปอย่างดีเยี่ยมทั้งทางฝ่าย GTH และทางคุณเป็ด-วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง งานทั้งหลายจึงลุล่วงไปตามกำหนดเวลาที่วางเอาไว้ว่า หนังสือจะต้องเสร็จก่อนหนังฉายประมาณสองสัปดาห์

คุณค่าของภาพยนตร์คงต้องให้คนดูตัดสิน คุณค่าของหนังสือก็หนีไม่พ้นท่านผู้อ่านที่จะต้องเป็นคนให้นิยามกับหนังสือแต่ละเล่ม The Chemistry of Movie น่าจะเป็นการฉายภาพธุรกิจภาพยนตร์ การร่วมทุน การบริหารการผลิต การกำกับภาพยนตร์ การกำกับภาพ และงานเบื้องหลังต่างๆ ที่ชัดเจนพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับเวลาทำงานที่มีอยู่อย่างจำกัด

ขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้อีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน GTH ซึ่งมุ่งมั่นผลิตหนังไทยชั้นดี ให้มีพลังในการสร้างสรรค์ต่อไปโดยไม่หวั่นไหวต่อความผันผวนทางธุรกิจ อันเป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมภาพยนตร์

..........

พฤษภาคม มีหนังสือเข้าโรงพิมพ์อีกเล่มที่อยากจะบันทึกไว้ คือ ข่าวเจาะ อันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำข่าวสืบสวนสอบสวนเบื้องหลังคดีเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเมืองไทย 3 คดีด้วยกัน คือ คดีเงินกู้ 45 ล้านบาทของพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ คดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และคดีพูนผล อัศวเหม

คดีแรกทำให้เสธ.หนั่นผู้ทรงอิทธิพลต้องวางมือทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี คดีที่สองนำมาสู่การต่อสู้ ข้อครหากระแส และชีวิตใหม่ของนายกรัฐมนตรีไทยที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร

หนังสือเล่มนี้เรียบเรียบโดยคุณเสนาะ สุขเจริญ ภายใต้การนำทางของคุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นักหนังสือพิมพ์แท้ๆ ที่เหลือไม่กี่คนในยุคนี้ ผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากสื่อต่างประเทศตั้งแต่นิตยสาร Time ไปจนถึงหนังสือพิมพ์ Financial Times อันทรงอิทธิพล

ในห้วงเวลาที่รัฐบาลทักษิณเรืองอำนาจ หนังสือเล่มนี้ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก เพราะไม่อยากขัดใจให้อารมณ์เสีย ทั้งๆ ที่ความจริงก็คือความจริง และปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือตำรานิเทศศาสตร์ชั้นดีที่เขียนจากประสบการณ์จริง จนถึงขั้นอาจารย์ประเวศ วะสี ต้องเอ่ยปากว่า คนไทยทุกคนควรได้อ่านหนังสือเล่มนี้

...........

หนังสือจาก openbooks ทยอยลงแผงไปตามลำดับตามเวลา วันหนึ่งอาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ เจ้าของซีรีย์ขายดีชุด first best different (และเล่มล่าสุด niche) กรุณาโทรศัพท์มาหาเพื่อนัดหมายให้เจอกับอาจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน ซึ่งเพิ่งลาออกจากตำแหน่งมาหมาดๆ

อาจารย์วรากรณ์ในฐานะกัลยาณมิตร ชักชวนอาจารย์เอนกให้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาอธิการบดีที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ตกปากรับคำแล้ว อาจารย์วรากรณ์จึงยุให้อาจารย์เอนกเขียนหนังสือเล่าประสบการณ์การเมืองอันมีค่าออกมาสู่สาธารณะ ติดที่ว่าอาจารย์เอนกมีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงนำมาสู่การนัดหมายให้เจอกับทีมงาน openbooks เพื่อหาวิธีการนำประสบการณ์ออกมาเป็นเล่ม

อาศัยการพูดคุย สัมภาษณ์ เรียบเรียง แก้ไขอยู่หลายครั้ง กว่าจะออกมาเป็น พิศการเมือง หนังสือเบื้องหลังวงการเมืองที่น่าสนใจที่สุดเล่มหนึ่งของปีนี้ พิศการเมือง น่าจะเป็นตำราขั้นต้นของผู้สื่อข่าวสายการเมือง เพราะได้เล่าเรื่องตื้นลึกหนาบาง เหตุการณ์ประวัติศาสตร์บางเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพรรคประชาธิปัตย์ช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งหมดมีให้อ่านกันแบบฉากต่อฉาก ซึ่งเมื่อวางแผงในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติในช่วงปลายปี ก็ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากสื่อมวลชนทุกฉบับ

เช่นเดียวกันกับ October 5 พระราชอำนาจ ชาติไทย และไฟใต้ หนังสือเศรษฐกิจการเมืองเล่มหนา หนึ่งปีที่ผ่านมาออกมาแค่เล่มเดียว แต่ได้รวบรวมเรื่องราว ปาฐกถา บทสนทนา บทสัมภาษณ์ และบทความของนักการเมือง นักคิด นักเขียนของประเทศไทยเอาไว้อย่างกว้างขวาง ด้วยการเก็บต้นฉบับมาอย่างสม่ำเสมอ เผลอแวบเดียวก็หนาถึงขนาดนอนหนุนได้ไม่เมื่อยคอ งานนี้กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์ ช่วยทำงานอย่างเมามันอยู่แรมเดือน

..........

มิถุนายนผมแอบไปประชุมคณะกรรมการหอศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยแห่งกรุงเทพมหานครกับเขาด้วยคน สู้กันมานานกว่าทศวรรษ หอศิลป์ฯกรุงเทพฯ เพิ่งได้รับอนุมัติงบประมาณให้ก่อสร้างได้ในสมัยผู้ว่าอภิรักษ์ โกษะโยธินนี่เอง

กำหนดแล้วเสร็จเดือนธันวาคมปี 2549 เพื่อให้ทันฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว งานนี้นับเป็นครั้งแรกที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ เกิดขึ้นจากการผลักดันของเครือข่ายศิลปินและภาคประชาชน ก่อนที่ภาครัฐจะรับลูกไปดำเนินการต่อ หอศิลป์แห่งนี้จะตั้งอยู่ที่สี่แยกปทุมวัน ฝั่งตรงข้ามมาบุญครองและสยามเซ็นเตอร์ ในช่วงแรกจะรวมเอากิจการงานแสดงเกี่ยวกับศิลปะทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน เพราะกรุงเทพฯยังไม่มีศูนย์กลางทางด้านนี้ ส่วนกิจกรรมประชาสัมพันธ์นั้นคงจะเริ่มมีเป็นระยะนับจากบัดนี้เป็นต้นไป

ศิลปินมากหน้าหลายตา ทั้งผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนล้วนทำงานอย่างแข็งขันเพื่อผลักดันโครงการนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านแทนคนกรุงเทพฯ เมืองที่มีแต่ศูนย์การค้า สปา และร้านนวดฝ่าเท้า

..........

กรกฎาคมชีพจรลงเท้าอีกครั้ง กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับองค์การสหประชาชาติ สอดส่องหาคนไทยระดับเยาวชน(อายุ 35ยังไหว) ไปร่วมประชุม World Civilization Forum ที่กรุงโตเกียว ในโครงการ Global Youth Exchange Program ความที่ต้องไปหลายวัน เดินทางหลายเมือง จะหาคนว่างนานๆ ได้ยาก ทุกขลาภนี้จึงมาตกอยู่กับผมโดยบังเอิญ

ผู้คน 30 คน จาก 20 ประเทศเดินทางมาพบกันที่ญี่ปุ่น นั่งคุยกัน ถกเถียงกัน มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง ดูวัดดูวาบ้าง ฟังบรรยายบ้าง เบื่อๆ อยากๆ สลับกันไปตามความสดชื่นหรือเหนื่อยล้าของร่างกายมนุษย์ นักคิด นักเขียนหลายคน รวมทั้งอดีตผู้นำประเทศบางคนเดินทางมาร่วมงานด้วยในสองวันสุดท้าย

ในงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมประชุม อดีตนายกรัฐมนตรีโมริ ของญี่ปุ่นถามผมว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณของไทยยังสบายดีอยู่มั้ย เพราะท่านนายกของเราเคยไปเยือนญี่ปุ่นในสมัยที่ท่านโมริเป็นนายก

ผมตอบไปว่ายังสบายดีอยู่ครับท่าน โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า อีกไม่กี่เดือนต่อมาจะมาเจอภาวะพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก จากเพลงมวยวัดป่าบ้านตาด สาดมัดเข่าเท้าศอกเข้าใส่จนเซไม่เป็นท่า ไม่ได้ตั้งใจจะมุสา แต่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้จริงๆ

..........

สิงหาคม คุณปราบดา หยุ่น หนึ่งในคณะบรรณาธิการรูปหล่อ(หมายถึงทั้งคณะ)ของ open ในยุคประชานิยม เป็นเจ้าภาพจัดแสดงงานภาพถ่ายของชาว open ที่ play ground ซอยทองหล่อ ไม่ได้อิน เทรนด์กับชาวบ้านเขา แต่บังเอิญเขายกสถานที่มาให้ใช้ฟรี ก็เลยได้ทีฉลองพระเดชพระคุณท่านกันไปในคราวเดียว เสร็จการเปิดงานแบบไม่เปิด เรานั่งกินข้าวกันต่อที่วานิลา อินดัสทรีชั้นล่าง ทั้งนักเขียนหน้าเก่าโคจรมาพบปะกับนักเขียนหน้าใหม่ ลากกันยาวจนกระทั่งร้านปิดเกือบเที่ยงคืน ที่ยังติดลมก็ขนกันไปต่อที่บ้านคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการสารคดีฝั่งตรงข้ามเอ็มโพเรี่ยม

ว่ากันถึงท่านนี้ ปีนี้ปีเดียวออกเดี่ยวมา 6 เล่มกับ openbooks คือ business life thought และ HIP-healthy independent persons ใครเป็นแฟนติดตามกันได้ ไม่ต้องสาธยายกันมาก เพราะคุณภาพเป็นที่เชื่อถือได้มานานแล้ว

..........

กันยายน นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์จัดสัมมนาประวัติศาสตร์เรื่องพระราชอำนาจ รายละเอียดอ่านกันได้ใน October เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกก่อนจะตามมาด้วยการปิดรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ จนต้องจัดสัญจรจากธรรมศาสตร์ ย้ายฟากมารับผู้ชมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแตะระดับหลายหมื่นที่สวนลุมพินี

พี่รสนา โตสิตระกูลเพิ่งเสร็จจากการแถลงข่าวเรื่องคัดค้านการแปรรูปการไฟฟ้า เดินทางมาหาแนวร่วมแถวๆ ท่าพระจันทร์ ในวันนั้นคงไม่มีใครคิดว่า การเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนนำมาสู่การเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลทักษิณ กับสนธิ ลิ้มทองกุลเช่นในวันนี้

รวมถึงกรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับการกระจายหุ้นชั่วคราว

บรรดานักเคลื่อนไหวล้วนเดินกันขวักไขว่อยู่ในธรรมศาสตร์ทั้งนั้น

..........

ทีมงาน openbooks ไล่ถอดเทป ปิดต้นฉบับกันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันงานสัปดาห์หนังสือที่ใกล้เข้ามาในช่วงต้นเดือนตุลาคม ผมนั่งเป็นศาลพระภูมิประจำสำนักอยู่จนเกือบแล้วเสร็จ ก็มีอันต้องนิราศไปญี่ปุ่นอีกรอบ คราวนี้ดีหน่อยที่เป็นการดูงานร่วมกับผู้สื่อข่าว 10 ประเทศในเอเชียเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอะนิเมชั่นของญี่ปุ่น

แม้อะนิเมชั่นจะเพิ่งเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ญี่ปุ่นก็สามารถพัฒนาจนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นำรายได้เข้าประเทศมหาศาล รวมธุรกิจการ์ตูน และคาร์แรกเตอร์ต่างๆ เข้าไปด้วยก็น่าจะติดหนึ่งในสิบของจีดีพีประเทศเช่นกัน ถ้าหลังตึกในอังกฤษมีสำนักพิมพ์ซ่อนอยู่ ตลอดสองข้างทางสถานีรถไฟใต้ดินสายสำคัญของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่านชินจูกุ และอากิฮาบาระล้วนเต็มไปด้วยสตูดิโอที่ทำงานด้านการ์ตูนและอะนิเมชั่น

เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวและใหญ่ คงต้องหาโอกาสต่อไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด

..........

กลับจากญี่ปุ่นมาทันงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติเดือนตุลาคมพอดิบพอดี

Openbooks บูธเล็กๆ อยู่ตรงทางเดินที่เคยเป็นเวทีเอเทรียมเดิม พื้นที่น้อยแต่แฟนๆ แวะมาเยือนไม่ขาดสาย คนขายหนังสือก็หายเหงา

นอกจากหนังสือที่เอ่ยนามมาทั้งหมดแล้วปีนี้ อาจารย์สุวินัย ภรณวลัย ส่งเล่มใหม่ฉลอง 10 ปี มูซาชิ ฉบับท่าพระจันทร์ลงแผงด้วยในชื่อ ภูมิปัญญามูซาชิ ได้ฝีมือการจัดรูปเล่มของประพัฒน์ ศรีมงคล ก็ลงตัวสวยงามขนาดขึ้นหิ้งได้ทั้งเนื้อหาและรูปแบบ เสร็จงานแล้วหนังสือยังไม่วางแผง ถึงขนาดมีคนตามมาซื้อถึงสำนักงานก็หลายคน

ศิษย์ร่วมสำนักอย่างอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ เจ้าของผลงาน คนไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ ส่งหนังสือชื่อแปลก blog blog ลงแผง blog ย่นย่อมาจาก weblog ผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ตในระยะหลังนิยมเขียนงานของตัวเองใส่บล็อกกันมาก บล็อกจึงกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา เขียนกันเอาจริงเอาจังเอาเรื่องเอาราวเหมือนกรณีของอาจารย์ปกป้อง บล็อกดิจิตัลก็กลายเป็นหนังสือกระดาษหนาขนาดนอนอ่านหนึ่งวันยังไม่จบดี

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา นานาสาระ รวมถึงชีวิตของนักเรียนนอกที่ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว(จริงๆ) ในต่างประเทศอยู่เป็นเวลานาน ทั้งความเหงา ความเศร้า ผสมปนเปอย่างกลมกล่อมอยู่ในหนังสือชื่อประหลาดนี้

blog blog น่าจะเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับวงการหนังสือ ที่แม้จะใช้วิธีการของโลกคอมพิวเตอร์ แต่ก็หาได้ฉาบฉวยอย่างที่หลายคนคิด เพราะได้ผ่านการเลือกคัดมาเป็นอย่างดีทั้งในขั้นตอนการเขียนและการรวมเล่ม

ทำหนังสือหนึ่งเล่มต้องเจอกันหลายที ทำหนังสือหนึ่งปีต้องเจอกับผู้คนมากมาย รวมทั้งปี สำนักพิมพ์เล็กๆ อย่าง openbooks ผลิตหนังสือมาทั้งหมดเกือบ 40 เล่ม ลำพังหนังสือใหม่อย่าง open dragon ที่ว่าด้วยเรื่องจีนและเอเชียตะวันออก เผลอแวบเดียวเล่มที่ 3 ก็วางแผงแล้ว วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ

..........

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมมักจะถูกถามเสมอๆ ว่าเมื่อไหร่ open จะกลับมาอีก ตอบทีเล่นบ้างทีจริงบ้าง ว่ายังสบายดีอยู่จึงยังไม่อยากกลับมา หลายคนก็บ่นว่าน่าจะมีช่องทางสื่อสารกับคนอ่านบ้าง อย่างน้อยก็จะพอทำให้รู้ได้ว่ามีหนังสือหนังหาอะไรออกใหม่มาบ้าง

ด้วยข้อเสนอแนะดังกล่าวนำมาสู่แนวความคิดในการสร้างเว็บไซต์ของ open ขึ้นมา โดยขั้นต้นไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรกันเอิกเกริกเป็นเรื่องเป็นราว แค่อยากให้เป็นที่อัพเดทข้อมูล อ่านหนังสือเล่มเก่าๆ หรือตามข่าวหนังสือใหม่ๆ สำหรับแฟนๆ open เท่านั้น

ครั้นเมื่อพูดคุยกับอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์บ่อยเข้า จากเว็บธรรมดา พัฒนาผสมกับแนวความคิดเรื่องเว็บ ล็อกหรือบล็อก ก็เริ่มเห็นโครงคร่าวของการทำนิตยสารในรูปแบบ online ขึ้น

ก็อีกนั่นแหละ ทีแรกก็ตั้งใจจะทำกันง่ายๆ อาจารย์ปกป้องก็ช่างใจดีรับปากว่าจะนำไปดำเนินการให้ ด้วยความตั้งใจเต็มเปี่ยม พลังงานล้นเหลือ อาจารย์ไล่ตามคุยกับคอลัมนิสต์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่มาได้จนครบ ด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนตัว ทั้งเวลาและค่าโทรศัพท์ จากเว็บไซต์ธรรมดา การปรากฏตัวของชุมชนแห่งใหม่ในโลกไซเบอร์ก็เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้น

onopen.com ในช่วงต้นๆ เป็นเพียงเว็บหน้าตาสวย แต่ยังไม่ได้มีข้อมูลเนื้อหามากนัก ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าชมจะพบว่า เนื้อหายังอยู่ในระหว่างการเตรียมงาน แต่หลังจากที่ท่านได้อ่านบทเกริ่นนำขนาดยาวนี้แล้ว ก็จะพบว่า onopen.com ได้กลายเป็นชุมชนใหม่ที่นักเขียนทุกคนร่วมมือร่วมใจสร้างให้เกิดขึ้น เป็นสื่อทางเลือกที่นำเสนอความเห็นอิสระหลากหลาย ดังอาจารย์ปกป้องได้เอ่ยไว้ในคอลัมน์ของท่าน

นอกจากจะเริ่มจุดประกายความคิดและลงมือทำอย่างเอาจริงเอาจังแล้ว อาจารย์ปกป้องยังรับอาสาเป็นบรรณาธิการ open online อย่างเต็มใจ โดยปัญหาข้อติดขัดทางเทคนิคได้รับความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจากคุณกร -อลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ แห่งเว็บ storythai.com หนึ่งในเว็บที่มีคนเข้าชมติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย

จึงขอขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยกันสร้างสรรค์ชุมชนแห่งนี้ให้คึกคักขึ้นมาอีกครั้ง

.........

พฤศจิกายน นึกว่าจะได้เดินเล่นรับลมหนาว ลืมไปว่าเผลอไปรับปากมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.) ไว้นานแล้วว่าจะทำหนังสือเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีให้ เดือนทั้งเดือนจึงต้องหมดไปกับการตระเวนสัมภาษณ์ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนไทยทั่วประเทศ ตั้งแต่คุณหญิงอัมพร มีศุข คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อาจารย์โคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์สมาชิกวุฒิสภา ผู้ได้รับรางวัลแม็กไซไซปีล่าสุด เช่นเดียวกับอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ปูชนียบุคคลของไทยผู้บิดา นอกจากนี้ยังมีคุณพิภพ ธงไชยแห่งมูลนิธิเด็ก ลุงเปี๊ยก บำรุง บุญปัญญา ที่ปรึกษาองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน และอีกหลายต่อหลายนามสำคัญที่เลือกคัดมาตามเงื่อนเวลาจะอนุญาต

งานมอส.จัดกันวันที่ 26 พฤศจิกายน หนังสือสมควรจะเสร็จก่อนอย่างน้อยสองสามวัน ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ งานการทั้งหลายก็สำเร็จตามเวลา ได้หนังสือสีส้มสดพิเศษขลิบเงินทันสมัย ชื่อ change 25 ปีแห่งความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย วางเด่นเป็นสง่าในงานและกำลังจะวางแผงในเร็ววัน ไม่มีอะไรโฆษณามาก แต่รับประกันความมันสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์การเมืองและสังคม ด้วยมุมมองแต่ละคนล้วนคมระดับบาดมือ

คิวแทรกของเดือนพฤศจิกายนคือ หนังเด็กโต๋ ของสองสาวนก นิสา กับป็อบ อารียา สัมภาษณ์กันไว้นานยังไม่ได้ทอดเทปเรียบเรียง หนังใกล้จะฉายรอบสื่อ นกร้อนใจโทรศัพท์มาตาม ได้หญิง สินีนาถ เศรษฐพิศาลทำงานม้วนเดียวจบออกมาเป็นหนังสือ กลับสู่ความธรรมดาแห่งชีวิต ได้ภายในเวลาไม่กี่วัน รายได้ทั้งหลายยกให้เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่โต๋ อย่าเพิ่งรีบโตมาโต๋กันก่อน

ก่อนเข้าธันวาคมมีแต่งานบรรยายเดินสายตามมหาวิทยาลัยทั้งเรื่องนิตยสาร เรื่องสื่อทางเลือก เรื่องโฆษณาแฝง สังคมไทยป่วยไข้ด้วยโรคอะไรกันหรือ ว่างๆ เห็นทีต้องสังคายนากันสักครั้ง

..........

กำลังเขียนอยู่ยังไม่จบดี ท่านบรรณาธิการปกป้องโทรศัพท์มาตามต้นฉบับถึงบ้าน เห็นทีต้องเอาไว้เท่านี้ก่อน ความเป็น online ก็ดีไปอย่าง สามารถเติมแต่ง ตัดต่อได้ภายหลัง หวังว่าทุกท่านคงสบายดี ถ้ายังไม่ส่งข่าวมาหลังจากนี้ แสดงว่าผมหนีไปเที่ยวปีใหม่ ลองอ่านคอลัมน์ open space ด้านล่างก่อนเป็นไร แล้วจะรู้ว่าไปเที่ยวกันมาล่วงหน้าแล้ว

พักร้อนมันดีอย่างนี้นี่เอง

ใครไม่เคยอย่าลอง เดี๋ยวติด



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter